รวมมิตรคำถามคำตอบที่ทุกคนโปรดทราบ
+ ตอบกลับกระทู้
หน้า 10 จากทั้งหมด 17 หน้า หน้าแรกหน้าแรก ... 89101112 ... ล่าสุดล่าสุด
กำลังแสดงผล 136 ถึง 150 จากทั้งหมด 243
  1. #136
    หัวหน้าสาขา รูปส่วนตัว ivan2009
    สมัครเมื่อ
    Aug 2009
    ที่อยู่
    In your heart!!
    โพส
    3,887
    อัฐ
    5,570
    1,380
    263
    Increase Font Decrease Font

    มาตรฐาน ตอบ: Love sex & Love game... "กลเกมร้อนรักไฟสวาท" Update 25/10/52

    http://www.gayded.com/
    ติดต่อลงโฆษณา
    ติดต่อลงโฆษณา
    แวะเล่นเกมส์ร้านพี่ขวัญก่อน อย่างน้อยต้อง 2 ชม. ถึงจะหายอยาก


    ระหว่างทางก่อนถึงร้านพี่ขวัญ ก็นั่นแหละ ... รู้ ๆ อยู่ว่าต้องผ่านที่ใด บ้านใครก่อน
    ผมเลยแหงะมองเข้าไปในบ้านของตั๊มด้วยความเคยชินและคุ้นเคย
    ก็ไม่เห็นเจ้าตัว โผล่หัวออกมาทำงานทำการอะไร
    อาจจะไม่อยู่ในบ้าน หรืออาจจะหลับอุตุอยู่ก็ได้


    " มองนะมึง มอง ... " ขณะที่ผมซ้อนท้ายโน๊ตไป ผมย่อมรู้ว่า
    คนขี่สอดส่ายสายตาไปมองสิ่งใดบ้าง แม้จะมองเหมือนกัน ก็อดกัดกันเองไม่ได้
    " แหม ... ก็อยากรู้ไงว่า ตั๊มมันอยู่ไหน " น้ำเสียงระริกร่านนิด ๆ แต่หัวใจผมกลับเฉย ๆ ไม่ตื่นเต้น

    อาจจะเคยชิน จนรู้สึกเป็นปกติ กับคนชื่อตั๊มแล้วก็ได้

    ออกจากร้านพี่ขวัญมาอีกที ก็เริ่มมืด
    หากลำแสงสุดท้ายของดวงอาทิตย์ ยังเจิดจ้าที่เส้นขอบฟ้าด้านทิศตะวันตก

    ' โพล้เพล้ ' ให้ความรู้สึก เหงาดาย แต่ก็กระตุ้นความรู้สึก ตื่นเต้น
    อยากรู้อยากเห็นในสิ่งที่ยังไม่รู้แน่ ประกอบไปด้วย
    ทิวา - ราตรี เฉกเช่นเดียวกับ ดี - ชั่ว , ผิด - ชอบ ในชีวิตเรา

    มีทั้งคุณ และ โทษ หากนำมาใช้เป็น

    โน๊ตขี่ช้า ๆ ดุจรู้ใจผม แล้วก็เป็นอย่างที่คาด
    ภาพที่เคยเห็นอยู่บ่อย ๆ วันนี้ฉายซ้ำดุจภาพยนต์เรื่องเดิม

    ชายหนุ่ม ร่างโปร่ง เพรียว กับผมที่เริ่มยาว จนเริ่มระหูแล้วนั้น
    กำลังวิ่งไล่ลูกบอล อยู่บริเวณถนนหน้าบ้าน อันระดะไปด้วยเสาไฟที่เริ่มให้แสงสว่าง

    อันทำให้เห็นใบหน้าได้ชัดเจน เมื่อมอร์ไซต์ของโน๊ตขี่ไปจนใกล้

    ผมทักทายเบา ๆ เอาเสียงขึ้นนำ
    เพราะเจ้าตัวกำลังเตะบอลอย่างสนุก จนไม่สนใจอย่างอื่น คอบหลบรถที่ขับขี่บนถนนให้ดีแล้วกัน
    แถมตอนนี้เจ้าตัวยังหันหลังให้พวกผมด้วย

    " ไง ตั๊ม ! "
    ด้วยเสียงดังของผมพอสมควร ทำให้เจ้าตัว
    ที่กำลังครองบอล แถมกำลังไล่เตะเลี้ยงลูกอยู่นั้น หันขวับมามองเต็มตา

    " เอ้า ... อ้น กลับมาแล้วหรอ ? "
    " กลับจากไหนละ ? " ผมแกล้งโง่บ้าง
    " เอ้า ! " มันยังอุทานคำเดิม
    แต่โน๊ตก็ฉลาดและไม่คิดจะจอดรถให้ผมสนทนาตรงนี้
    แน่ละ ถ้าจอดคุย โน๊ตมันย่อมเสียหน้านะสิ

    รอมอร์ไซต์เคลื่อนผ่านมันไป อย่างช้า ๆ ตามอารมณ์ร่านของคนขี่ ( เพียงคนเดียว )

    เลยมาอีกหน่อย ไม่ไกลจากการดวลบอลของผู้ชายในหมู่บ้านนี้
    ก็เป็นการดวลแบต อย่างน่าสนุกสนาน ของเซ็ตเพื่อนสาวคนสนิทและรู้ใจของผม อย่าง ' เจ้กิ๊ฟ '

    ซึ่งแน่นอนละ พอเห็นผมเข้า หล่อนก็เรียกโหวกเหวก
    " หยุด ๆ ก่อน คุณอ้น คุณโน๊ต "

    โน๊ตก็คงต้องการหยุดรถอยู่แล้วละ
    ใจจริงคงอยากจะหยุดตั้งแต่เมื่อกี้ แต่ก็เห็นว่าไม่ควร
    ( คนซ้อนไม่ได้สั่ง ) เลยต้องหาที่จอดเหมาะ ๆ เลยมานิดก็ไม่เป็นไร

    ผมลงไปนั่งให้เจ้กิ๊ฟสัมภาษณ์ ว่าช่วงไปอยู่เยาวราชเป็นอย่างไรบ้าง
    ปล่อยให้โน๊ต ดวลแบตกันอย่างสนุก กรี๊ดกร้าด กับพี่ไชยา พี่สาวที่รู้ใจ ( อยากสวยเหมือนกัน ) ต่อไป

    ทำให้ผมพอมีเวลา คุยหลายเรื่อง ๆ ที่เป็น ' ส่วนตัว ' กับกิ๊ฟได้บ้าง

    " ไอ้ตั๊มมันเป็นยังไงบ้างละ เดี๋ยวนี้ ? "
    " เออ ... ก็กำลังจะเม้าธ์พอดี " วิสัยกิ๊ฟก็ชอบสนทนาในเรื่องผู้ชายที่เรียนห้องเดียวกันกับตนอยู่แล้ว
    ได้ผมไปอีก ก็เลยเหมือนจะเข้าขา

    " ไม่เห็นไอ้ตั๊มมันจะมีใครมาหาเลยวะ ตอนเย็น ๆ ก็เห็นมันไปเตะบอลแต่กับไอ้วินน้องมันบ้างนะ กับคนอื่นไม่เห็นอะ "
    เจ้กิ๊ฟรายงานพฤติกรรมตั๊มอย่างละเอียดยิบ

    " อ้าวหรอ... ? " ผมไม่ตกใจ เพราะคาดการณ์เอาไว้แล้ว ผมย่อมรู้นิสัยเมียดี กับเพื่อนแล้ว ถ้าไม่ถึงที่สุด ตี๋แทคย่อมไม่พูด

    " ไอ้พืชมันหึงแกเป่าวะ เรื่องไอ้ตั๊ม เลยทำให้พวกไอ้ต๊อบพลอยโกรธไอ้ตั๊มไปด้วย ? "
    กิ๊ฟคาดเดาปัญหาตื้น ๆ เล่นเอาผมส่ายหัว


    " คิดไปได้เนอะ มึงนี่ ! " ผมดุก่อน
    " ถ้าแทคมันหึงกูกับตั๊มจริง ๆ มันก็คงฆ่ากันตายไปตั้งนานแล้ว ไม่ใช่เรื่องนี้หรอก "
    " งั้น ... ก็คงเรื่อง ความเห็นแก่ตัวของมัน "

    " ก็คงงั้น " ผมพยักหน้าให้เมื่อเข้าเค้าตามประเด็นที่ได้ตั้งไว้ ก็ควรสนทนาต่ออย่างราบรื่น
    " กูก็ไม่รู้หรอกนะ ว่าไอ้ตั๊มมันเห็นแก่ตัวอะไรยังไง กูก็ไม่ได้เรียนห้องเดียวกับมึง ไม่ได้เป็นเพื่อนสนิทอะไรมัน "
    " ก็น่านสิ ... " เจ้กิ๊ฟก็คงคิดแบบผม

    แต่ท้ายสุดเราก็สรุปให้กันและกันว่า
    " อย่าไปยุ่งเรื่องของเพื่อนเขานักเลย เราเป็นคนนอก คิดไปคิดมา พวกเราน่าจะชอบเสือกเรื่องชาวบ้านมากไปหน่อยนะ "

    เจ้กิ๊ฟหัวเราะใหญ่ แถมเล่าต่อเปลี่ยนเรื่องใหม่ว่า

    มีสมาชิกคนใหม่ ย้ายมาอยู่หมู่บ้านมังกรทอง แถม อยู่ใกล้ ๆ บ้านของหล่อนด้วย
    เป็นเด็กผู้ชาย รุ่นราวคราวเดียวกับพวกผม เสียด้วย

    " นี่ไง ขี่มอร์ไซต์ออกไปแล้ว "
    เจ้าตัวที่กำลังถูกพูดถึง ขี่มอร์ไซต์ออกจากบ้าน หน้าตาไม่คุ้น คงเป็นคนที่อื่น
    เจ้กิ๊ฟเลยเล่าต่อ
    " มันย้ายมาเกือบเดือนแล้วละ ช่วงเมษา นี่ เห็นว่ามันจะมาต่อ ม.3 ที่นี่มั้ง ชื่อต๊อก อะไรนี่แหละ "
    " เดี๋ยวต่อไปมังก็คงจะสนิทกับพวกตั๊ม และไอ้น้องวิน ท้ายสุดก็ต้องมาเตะบอลแถว ๆ หน้าบ้านมึงแหละ " ผมสรุป

    เพราะเด็กผู้ชายรุ่นราวคราวเดียวกัน หากชอบบอลเหมือนกัน ไม่หมั่นไส้กันซะก่อน ก็คบกันได้ ไม่มีปัญหา
    บ้านก็อยู่ใกล้กันขนาดนี้

    " ก็คงงั้น ... " กิ๊ฟทำหน้าระอา
    " วันสองวันมานี่ ไอ้ต๊อกมันก็มาเตะบอลกับพวกไอ้ตั๊มนะ แถมยังมาแซวฉันอีก "
    เจ้กิ๊ฟเป็นคนสวย แม้ผมจะหยิกฟู แต่ก็ฟูมีสกุล แบบเป็นลอนสวย
    ผิวพรรณที่ขาว ย่อมต้องตาบุรุษอยู่หลายคน

    " อ้าวหรอ ? " ผมหัวเราะใหญ่ ชอบใจที่มีผู้ชายมาชอบเพื่อนสาว
    " หน้ามันก็คงไม่ได้แย่นะ กิ๊ฟ " ผมดูผ่าน ๆ ด้วยสายตาปกติ ก็เห็นหุ่นดี ผอม ๆ
    แต่มันก็เป็นตอนมืด ๆ ไม่เห็นอะไรมากไปกว่านี้
    " ดีอะไรละ กิ๊ฟวี๊ดขึ้น ดำจะตายห่า มาแซวฉันนะ ไอ้ตั๊มก็ขุนพลอยพยักตามไปด้วย ไม่ชอบเลย "

    " ก็หล่อนสวยนี่ " ผมให้กำลังใจ " ก็ต้องมีคนมาชอบเยอะ "
    " เดี๋ยวฉันว่านะ ต่อไป มันต้องสนิทกับไอ้ตั๊ม แล้วต้องลามปาม มาเตะบอลเล่นแถว ๆ นี้อีกแน่ "

    กิ๊ฟสรุป ... เล่นเอาผมหัวเราะอีกที


    เพราะไม่มีอะไรจะมีความสุขไปกว่า การพูดคุยเรื่อง ' ผู้ชาย '
    ทั้งคนที่ชอบ และ ไม่ชอบ

    เราคุยกันไปเรื่อย ๆ เพราะมีเรื่องอยากจะเล่าสู่กันฟังให้หายคิดถึง
    ไม่อย่างนั้นจะเรียกว่า ' เพื่อนสนิท ' ได้อย่างไร

    แม้ตั๊มจะเล่นบอล วกวน เริ่มเตะลามมาแถวนี้บ้าง
    แต่กับผมแล้วก็ไม่ได้พูดคุยอะไรกันมาก เพราะโน๊ตรีบชวนผมกลับ
    ลืมไปว่า มีนัดทานข้าวกับญาติ ๆ ที่บ้าน

    " กลับก่อนนะ ตั๊ม "

    ตั๊มคงคิดว่าจะอยู่ดวลแบตนาน เหมือนวันก่อน ๆ เลยไม่รีบร้อนเลิกเล่นบอล
    " เอ้า กลับไวจัง เป็นไงบ้าง ไปกทม.มา " น้ำเสียงมันเนือย ๆ คงจะรู้ตัวว่าเจอเพื่อนบอยคอต

    และคิดว่าผมคงต้องรู้เรื่องทั้งหมดแน่นอน ความกร่างซ่า เลยยังไม่วาดลวดลายในตอนนี้
    " ปกติแหละ " ผมพูดปกติ ดุจเดียวกับที่มันก็ทำตัวปกติกับผม
    มันหยักหน้าให้ผมสองที พร้อมยกมือบายผม เป็นอันเข้าใจและรับทราบถึงการกลับของผม

    ก็ดีแล้วละ ที่ไม่ไปถามไถ่อะไรมัน เรื่องของเมียผมและเพื่อนๆ บอยคอตมัน
    มันเองสิ ถ้าอดรนทนไม่ไหว ควรเข้ามาปรึกษาผมเอง

    ปัญหามัน
    ไม่ใช่ปัญหาผม



    - - - -



    ตี๋แทคโทรมาหลัง 4 ทุ่มตามเดิม ที่เบอร์บ้านผม
    แม้ผมจะหยอดตู้โทรหาเมียผมบ้างแต่ก็ตามสภาพเหรียญที่เสาะหามาได้
    มากบ้าง น้อยบ้าง ลำบากลำบน เพราะที่บ้านผม ไม่ยอมเสียเงินให้ลูกชาย ลูกสาวโทรทางไกลไปไหนแน่นอน
    เลยกดล๊อคทางไกลเสีย กดได้แต่เบอร์เมืองสิงห์ ( สมัยนั้นไม่ต้องกดรหัสจังหวัด ก่อน แล้วค่อยตามด้วยเบอร์ )

    " จะโกรธกันอีกนานไหมละ ? " ผมถามเมียผมแค่ผิว ๆ เดี๋ยวตี๋แทคจะหาว่ายังห่วงตั๊มอีก
    เมื่อตี๋แทคฟังผมเล่าจบสำหรับเหตุการณ์ไปหมู่บ้านมังกรทอง ก็กลับทำตัวเหมือน โน คอมเม้นต์
    คงอยากจะดัดสันดานเพื่อนต่อเป็นแน่

    " ก็ต้องคุยกับพวกไอ้ต๊อบอีกที "
    เสียงเมียผมเรียบเรื่อยอันแสดงถึงสิ่งที่ต้องการกระทำมากกว่าแค่จะโกรธกันเท่านั้น

    แต่ ... ตี๋แทค ก็ไม่ถามไถ่อะไรในเรื่องของวันนี้อีก เพราะผมออกตัวก่อนหน้านี้แล้วว่า

    " ผมไปเป็นเพื่อนโน๊ตมันนะ ไปเล่นเกมส์กันก่อน ไม่ได้ไปหาตั๊ม ไม่เชื่อโทรไปถามกิ๊ฟได้ "
    ตี๋แทคหัวเราะเบา ๆ แกมสะใจเล็กน้อย " เบื่อมันแล้วสิ "

    ผมจะบอกเอง ก็ไม่รู้ใจตัวเอง แม้จะคิดแบบนั้น เมียผมอาจจะด่าได้
    แต่นี่เป็นเรื่องของผมกับแฟนผม ควรต้องตามนั้น ...

    " ก็คงงั้นแหละครับ พอใจยั้งละ ? "
    " ก็ผมบอกคุณแล้ว ไอ้เจ้าชู้เอ้ย ! " ตี๋แทคว่าผมให้อีก

    ผมหัวเราะ เริ่มเข้าใจตัวเองมากขึ้น
    ทำไมต้องเงี่ยนไปทั่วด้วยวะ ?

    นี่ ... ก็ต้นเดือนพฤษภาคม แล้ว การเรียนพิเศษของตี๋เป็นไปด้วยดี
    แต่อย่าได้นำ ' เรื่องที่เรียน ' นั้น มาคุยกับผมเด็ดขาด
    เพราะผมไม่อยากจะรับรู้ รับเอา ใด ๆ ทั้งสิ้นในตอนนี้ ( หวังเอาน้ำบ่อหน้าตอนเปิดเทอมไง )

    " ได้เพื่อนใหม่เยอะเป่า ? " ควรถามเรื่องอื่น ๆ ของการเรียนพิเศษท่าจะดี
    " ก็เยอะครับ ส่วนใหญ่เด็กสาธิตเกษตร มาเรียนทั้งนั้นเลย "

    ตอนนั้นผมก็บ้านนอกเกินกว่า จะรู้ว่า เด็กโรงเรียนอะไรในกทม. เป็นยังไงบ้าง
    เลยฟัง ๆ ไว้ แถมหยอกเมียผมต่อ

    " เจอใครถูกใจบ้างไหมอะ ? "
    ตี๋แทคเงียบไป พร้อมถอนใจเฮือกใหญ่ จนผมได้ยินเสียง
    ผมจะหัวเราะ ... เลยหัวเราะไม่ออก

    " หาอยู่เหมือนกัน " ตี๋แทคพูดน้ำเสียงสะบัด ๆ
    " กำลังหาแนวตัวใหญ่ ๆ ควาย ๆ ปากดี ชอบชวนทะเลาะ กวน ๆ นี่มันหายากจัง "

    " เอ ... 55 " ผมหัวเราะบ้าง " แบบนั้นแถวสิงห์ก็มี ที่กรุงเทพคงหายาก หน่อยนะ บ้านนอกเกินอะแบบนั้น "
    " คงงั้นแหละ ไอ้พวกชอบชวนแฟนทะเลาะอะ หายาก ไปอยู่บ้านใคร พ่อแม่เขาคงไม่อยากเลี้ยงหรอก ทำลูกเขาเครียดหมด"
    " อะนะ " ผมยิ้มใส่หูโทรศัพท์ใหญ่ " แล้ว ... อาม่าคุณเป็นไงบ้างละ ? "

    " ก็ดีขึ้นเยอะครับ ถ่ายเป็นปกติแล้ว "
    การกินได้ แล้วขับถ่ายเป็นปกติ แสดงว่ากระเพาะเริ่มทำงานได้ดีขึ้น
    ตี๋แทคเล่าอาการป่วยของอาม่าตน ต่อไป ตามประสาคนรักย่า ไม่ต่างจากผม
    ต่างคนต่างถาม พร้อมด้วยคำถามสรุปอีกทีของตี๋แทค

    " เมื่อไหร่จะมาเที่ยวเยาวราชซะทีละครับ คิดถึงจะแย่แล้ว ! "


    เดือนพฤษภาคม เป็นเดือนเกิดเมียผม
    เพราะเมียผมเกิดวันพืชมงคล จรดพระนังคัลแรกนาขวัญ
    ซึ่งแต่ละปี ก็จะไม่ตรงวันกัน ต้องดูตาม ข้างขึ้น ข้างแรม อันเหมาะสม


    แต่วันพืชมงคล มักจะก่อนวัน ที่ 10 พฤษภาคม ของทุกปีเสมอ
    ปีนี้เป็นพิเศษหน่อย ที่ผมเปิดปฏิทินดูแล้วปรากฏว่า

    วันเกิดเมียผม และ วันพืชมงคล เป็นวันเดียวกัน
    โป๊ะเช่ะ ไหมละครับนี่ ?



    ตอนกลับจากกรุงเทพมาบ้านเมืองสิงห์บุรีช่วงสงกรานต์
    เมียผมมาส่งผมถึงหมอชิต
    แถมยืนส่งผมขึ้นรถโดยสวัสดิภาพ คงกลัวผมเคว้งคว้าง เงอะงะ

    และในครั้งนี้ ก็เช่นกัน
    ผมขึ้นรถทัวน์มากรุงเทพคนเดียว ถึงแม้ก่อนจะมาเจอคุณแม่ผมกับคุณย่าผมบ่นยืดไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่
    ตดยังไม่ทันหายเหม็น มันบึ่งไปเยาวราชอีกแล้ว

    แต่ทำไงได้หัวใจมันเรียกร้องอย่างรุนแรงเลยนี่นา
    วันเกิดเมียทั้งคน ต้องขึ้นมา ' รับขวัญ ' เมียถึงที่
    วันพิเศษของตัวเอง ก็อยากจะอยู่กับคนที่พิเศษ เป็นธรรมดา


    แค่คิดถึงก็แสนซึ้งซึ่งความรัก
    หัวใจจึงอุ่นนักได้รับรู้
    สายลมพัดเวียนเปลี่ยนฤดู
    ความหวานยังพรั่งพรูอยู่ทุกวัน

    แค่คิดถึงจึงตราตรึงซึ้งเสมอ
    ลมหายใจของเธอคือตัวฉัน
    ดั่งดอกไม้ที่ผลิบานนานนิรันดร์
    เพื่อจุมพิตปลอบขวัญอย่าหวั่นใจ

    แค่คิดถึงจึงรำพึงถึงฟากฟ้า
    เพื่อฝากดวงดาราประดับไว้
    หากเหน็ดเหนื่อยอ่อนล้า ณ คราใด
    พักเสียเถิดจะผ่านไปในราตรีที่รัก

    ฉันอยู่ไม่ไกลนักเวลานี้
    สูดลมหายใจให้สุดซึ้งสิคนดี
    ความหวานชื่นรื่นฤดีอยู่ที่ใจ


    " ตัวท่าจะติดกันละมั้งนี่ เรากับชัยพืชนะ "
    คุณย่าผมพอทราบข่าวว่าวันนี้หลานชายตนจะไปเยาวราชก็ส่ายหัวระอา เพราะไม่รู้จะห้ามปรามยังไง
    เหตุผลของตนก็ฟังไม่ขึ้นมากเสียด้วย
    " คงงั้น ... ครับย่า ที่อ้นไปนี่ ก็ที่บ้านมันจะเลี้ยงวันเกิดมันด้วยไง มันเกิดวันพืชมงคล "
    " อืม ... เกิดวันดีเสียด้วย ท่าจะเทวดามาเกิดละมั้ง "
    ย่าผมพูดเท่านี้
    ตอนนั้นผมก็ยังไม่รู้ว่า วันพืชมงคล ทำไมต้องมีเทวดา มาเกิดด้วย ไม่เข้าใจ เลยเฉยเสีย
    ย่าผมเองก็ไม่สั่งสอนอะไรเพิ่มเติม ( เพราะบอกไปหมดแล้ว )
    บอกแล้ว ความคุ้นเคยอันเป็นญาติอย่างยิ่งนั้น ทำให้ความตื่นเต้น ห่วงใยอะไรต่าง ๆ ลดลง

    ผมไปเยาวราช ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 แล้ว
    ซึ่งกลับมาบ้านแต่ละครั้ง ก็อารมณ์ดี อิ่มหมีพีมัน ไม่อดไม่อยากอะไร
    คุณย่าผมคงเบาใจ เพราะประเด็นที่สำคัญก็คือ ย่าผมกลัวหลานไป อด ๆ อยาก ๆไม่อยู่ดีกินดี แบบที่บ้าน

    ผมหิ้วของแห้งที่คุณแม่ผมฝากมาด้วย อย่างหนักเอาการ
    แล้วเมื่อผมเหยียบหมอชิตอีกที กำลังลงจากรถ
    ก็เห็นเจ้าตัวดี หวานใจสุดหล่อ ยิ้มร่ารออยู่แทบจ่อหน้าประตูรถอยู่แล้ว
    My Endless Love, Meu Amor


    มาติดตามอ่านนิยายสนุก ๆ กันครับ ห้องสมุดพี่เคท / LWชSนาคราช / หนังสือออกใหม่

  2. #137
    หัวหน้าสาขา รูปส่วนตัว ivan2009
    สมัครเมื่อ
    Aug 2009
    ที่อยู่
    In your heart!!
    โพส
    3,887
    อัฐ
    5,570
    1,380
    263
    Increase Font Decrease Font

    มาตรฐาน ตอบ: Love sex & Love game... "กลเกมร้อนรักไฟสวาท" Update 25/10/52

    " เห้ยยย ! " ผมตกใจมาก คิดว่าผีหลอก ไม่คิดว่าเมียผม จะตรงต่อเวลามากขนาดนี้
    แต่ก็ดีของฝากที่หิ้วมาพะรุงพะรังจะได้มีคนช่วยแบก

    " นี่หรอครับ ของขวัญวันเกิดผม ? " ตี๋แทคหน้ามุ่ย เมื่อถือถุงปลาเค็ม กุนเชียงแห้ง จนตัวเอียง
    " คงใช่มั้งครับ " ผมสบตารียาวที่ชอบกวนตอบไป " กินหมดไหมละ ให้กินทั้งเดือนเกิดเลย เหอ ๆ "

    อากาศช่วงเดือนพฤษภาคม ยังร้อนใช้ได้ทีเดียว ไม่ได้ต่างจาก สงกรานต์ที่ผ่านมา
    จนผมต้องปาดเหงื่อที่ไหลย้อยจากหน้าผากลงมา
    " ไม่ได้เจอกันเกือบเดือน อ้วนขึ้นนะนี่ คุณนะ " ผมทักเมียผม หลังจากสังเกตสัดส่วนทุกอย่างแล้ว

    เพราะนอกจากเมียผมจะเรียนพิเศษหนักแล้ว
    ก็เห็นจะกินอย่างเดียว ไม่มีเวลาออกกำลังกายอะไรมาก

    ตี๋แทครีบรวบเสื้อยืดให้รัดเข้าพุงของตนโชว์หน้าท้องทันที
    " ไม่อ้วนเฟ้ย แหม ... ไม่ได้กินตลอดขนาดนั้นนะ " ตี๋แทควีนส์ผมทันที

    ผมเอามือลูบที่หน้าท้องอันแบนราบ
    แถมเริ่มแข็ง ตามประสาคนออกกำลังกายทุกวัน
    ก็ยังเท่าเดิม เลยพยักหน้าเจื่อน ๆ
    " โทษที คุณน่าจะไหล่ใหญ่ขึ้น ใส่เสื้อตัวใหญ่ไปอีก คิดว่า คุณอวบ "

    " ผมก็อยากจะหุ่นประมาณนี้ " ตี๋แทคยิ้มใหญ่ " ไม่อยากโตเท่าคุณ "
    " อ้าว ทำไมละ แบบผมมันยังไง ? " ผมค้อนขวับ
    " เป่า ... ถ้าผมโตเท่าคุณ คุณก็เบื่อผมนะสิ ก็คุณไม่ชอบคนตัวใหญ่นี่ ! "

    " ก็แบบนี้ก็ดีแล้ว " ผมส่งสายตาหื่นกระหายกลับไป อยากให้รู้ว่าเมียผมมีดีอะไรบ้าง
    จนตี๋แทคที่หันมาสบตา ยักคิ้วให้ ยิ้มหน้าแดงฉ่าใหญ่
    " มองอะไรนี่ ... อย่ามากาม อ้น ! " ตี๋แทคหลบตาใหญ่ แต่ก็ซ่อนยิ้มไว้บนหน้า

    ระไออ้าว ยังร้อน อวล
    ตี๋แทคพาผมขึ้นรถแทกซี่ จุดหมายปลายทางที่เยาวราช เฉกเช่นเดิม ที่เคยไป

    " วันเกิดคุณพรุ่งนี้แล้วสินะครับ ? " ผมถามเมียผมให้แน่
    " ใช่ครับ เตี่ยผมว่าจะปิดร้าน 1 วัน ไปเที่ยวจันทบุรีกัน "
    " อืม ... ดีครับ อ้าวแล้วผมจะอยู่ไหนละ ? " ผมรีบถาม ไม่เคยคิดว่าผมเป็นคนในครอบครัวตี๋แทค
    " เอ้า ... คุณนี่ คุณก็ไปกับผมสิ ผมบอกเตี่ยเรียบร้อยแล้วครับ เอารถตู้ไปครับ ไปนอนที่บ้านลุงชิต แกมีบ้านริมทะเลอยู่ที่นั่นไง "

    " อ้อครับผม ไปกันหลายคนนะสิ " ผมคาดเดา
    " ไม่หรอกครับ " ตี๋แทครีบบอก กลัวผมประหม่า ไม่มั่นใจ เมื่อมีคนมาก ๆ
    " ก็มีบ้านผม แล้วก็บ้านลุงชิต ลุงชิตใจดีครับ คุยสนุกด้วย "

    โอเค มาถึงขั้นนี้แล้ว ต้องถือคติ ' ด้านได้อาย อด ' แล้วล่ะวะ
    อยากจะได้เมีย ก็ต้องเข้าหาพ่อตา แม่ยาย

    โลกนี้ ไม่ได้มีแค่ 2 เรา
    เรายังเด็ก ยังต้องมีผู้ปกครอง อุปการะเลี้ยงดู จะไม่สนใจใครอื่นได้อย่างไร ?

    ที่สำคัญที่สุด ในสิ่งที่ผมต้องทำใจ ก็คือ ... มาถึงขั้นนี้แล้ว
    เลือกที่จะ ' ขี่หลังเสือ ' มันก็ต้องขี่ต่อไป
    หากลงเสียก่อน อาจจะโดนเสือตะปบ ตายได้ ... ไม่สมศักดิ์ศรี หนุ่มเมืองสิงห์ หุหุ



    เมื่อถึงร้าน ผมรีบเดินไปหวัดดี บุพการีเดมียผมทั้งสอง
    ซึ่งเตี่ยแทคยังคงให้ความเป็นกันเองกับผมเหมือนเดิม
    แม้บางที การใช้สายตาที่มองมาอาจจะเพ่งเล็ง เหมือนจะสังเกตอากัปกิริยา ของผมอย่างเป็นพิเศษก็ตาม
    แต่ผมก็ระมัดระวังตัวตั้งแต่อยู่เมืองสิงห์แล้ว
    ทำอะไรต้องวางแผนตั้งรับให้ดี ไม่งั้นหลุดเอาได้ง่าย ๆ

    " เห้ย ... ไอ้แทค ช่วยกูขนของลงมาหมดรถเป่าวะ ? "
    ผมเสียงห้าว ไม่นุ่มหวานเหมือนแต่ก่อน ตี๋แทคที่เพิ่งรับได้ กับการเล่นละครตอนใหม่ของผม
    พยักหน้ารับฉับไว

    " เรียบร้อย ขึ้นห้องก่อนไหมละ ร้อนวะ ซื้อเกมส์ใหม่มาเพียบเลย "
    " งั้นพวกผมขอตัวก่อนนะครับ เตี่ย " ผมสรุปตามเมียผมไป

    เตี่ยแทคพยักหน้าตามใจเด็ก
    โดยตนเองก็คงต้องขายทองต่อไป วันนี้ลูกค้าเยอะเสียด้วย
    ผมเดินต้อย ๆ ตามตูดตี๋แทคขึ้นไปชั้นบน รอดไป 1 ตอน แล้ววันนี้เรา ไอ้อ้น

    " เข้าใจบอกเตี่ยของตนดีเนอะ ว่าร้อน จะขึ้นไปเล่นเกมส์ ... "
    ผมบีบแก้มก้นเมียผมเล่น เมียผมหัวเราะใหญ่

    ไอ้ที่บอกนั้นคงจริง แต่เป็นความจริงไม่หมด

    ร้อนน่ะ ... ร้อนรุ่ม อยากโดน ...
    เล่นเกมส์ น่ะ ... เกมส์กามา

    ผมทำไมจะไม่รู้ใจเมียผม
    ระหว่างทาง ก็แทบจะล้วงน้องชายผมเสียหมดกางเกงในแล้วมั้ง
    แทกซี่ไม่มีการมาอายครับ เมียผมใจกล้ามาก

    ร้อนเร่าขนาดนี้ ไม่ต่างจากผมหรอก เหอ ๆ
    ผมเองก็เก็บ ' น้ำ ' มาให้เมียผมโคตรเยอะ
    เพราะตี๋แทคจะถามผมอยู่ทุกวัน เวลาโทรหา

    " วันนี้ชักว่าวไปกี่รอบครับ ? "
    ผมมักจะตอบ " 2 รอบ ตื่นนอน ก่อนนอน คิดถึงคุณเวลาชักว่าวทุกทีครับ "

    " เยอะไปนะ เสียดายน้ำ "
    ตี๋แทคทำน้ำเสียงเซ็กส์ได้ใจ จนควยแข็ง อยากจะเซ็กส์โฟนกับเมียผมอีกที " เก็บไว้ให้ผมดีกว่านะ "

    นี่แหละ เหตุผลที่ต้องรีบขึ้นมาเล่นเกมส์กันที่ห้องนอนเมียผม

    ก่อนชวนกันไปขึ้นสวรรค์กัน
    ตี๋แทคก็พาผมไป ' รายงานตัว ' กับอาม่าของตนก่อน
    ซึ่งอาการก็ดีขึ้นมากแล้ว ก็ยังขี้บ่นเหมือนเดิม

    " พรุ่งนี้ ... อั๊วะไม่ไปด้วยหรอกน่า พวกลื้อไปกันเหอะ จะไปปิดร้านทำม้าย ได้กำรี้กำไร นะอาตี๋ "
    " ไม่ได้เลยครับ ม่า " ตี๋แทคขึ้นเสียงแถมแสดงความรั้นจนอาม่าต้องเงียบไป
    " ไปเที่ยวทะเลกันนะครับ อาม่าลืมกลิ่นทะเลไปนานแล้วมั้ง "

    อาม่าแทคคงหมดแรงเถียง
    เพราะตี๋แทคไม่เปิดโอกาสให้พูดอะไรมาก

    " เตรียมเสื้อผ้าเลยครับ ม่า เดี่ยวเย็น ๆ ผมจะลงมาทานข้าวด้วย วันนี้ม้าผมทำ ปลาสำลีนึ่งเต้าเจี้ยว "

    ที่ห้องนอนของตี๋แทค ... บัดนี้มีสิ่งเปลี่ยนไป จากฝาผนังบนหัวเตียงที่ว่าง เปล่าอยู่นั่น
    นั่นก็คือ ... รูปที่แขวนไว้บนหัวเตียงรูปใหญ่ ซึ่งเป็นรูปของผมถ่ายกับตี๋แทคคู่กัน ด้วยอิริยาบถสบาย ๆ
    ที่วัดเล่งเน่ยยี่ ตอนไปทำบุญสะเดาะเคราะห์ให้อาม่าของแทค ...

    กรอบลายทองเรียบ และด้วยความใหญ่ของภาพ
    จนเกือบจะเกินครึ่งของเตียงขนาด 6 ฟุต มันยิ่งกว่าอะไรที่เด่น เสียยิ่ง
    เล่นเอาผมตาค้าง ชีพจรเต้นแรง

    " ใหญ่เว่อร์ไปเป่า ไปแอบขยายตอนไหนนี่ ไม่ปรึกษาหารือกันก่อนเลยนะ "
    " เหอ ๆ สวยเป่า ภาพนี้ผมว่าคุณดูไม่ดำดี เลยไม่ตัดกับผิวขาว ๆ แบบผม "
    สมัยก่อนยังทำรีทัชภาพยากมาก เพราะถ่ายจากม้วนฟิมส์ มิได้ถ่ายจากกล้องดิจิต้อล เหมือนเดี๋ยวนี้

    " เออ ... เก่ง ! เข้าใจเลือก ! " ผมเท้าเอว มองเมียผมด้วยหางตา เตรียมหาเรื่องเตะคน
    " โอ๋ ๆ พูดเล่นครับ คุณไม่ดำหรอก แบบนี้เขาเรียกผิวสีน้ำผึ้ง แต่แบบ... น้ำผึ้งไหม้นะ เหอ ๆ " ตี๋แทคสนุกใหญ่
    " โอเค จะดำ ไม่ดำ ผมพอใจตัวผมละกัน คุณไม่ชอบก็ไม่ต้องชอบสิ เหอ ๆ "

    ผมทำหน้าเฉย ๆ จนเมียผมต้องเดินมากอดผม
    กระชับวงแขนและอ้อมกอดให้แน่นกระชับเข้า ซุกหน้ามาแนบไออุ่นบนหน้าอกผม

    " น้อยใจไปได้ นี่ผมก็สั่งช่างมาติดเลยนะ เตี่ยผมเห็นแล้ว ก็คงอึ้งไปนาน "
    " ก็นะ ... มาถึงขั้นนี้แล้ว ... "
    ผมถอนใจยาว ขนาดเอารูปถ่ายคู่ไว้บนหัวเตียง ก็เหลือที่จะวินจฉัยในประเด็นอื่นได้
    ผมเลยใช้มือลูบไล้ไปตามท้ายทอยเมียผม ไล่ต่ำลงมาจนถึงร่องก้น
    " คงต้องแล้วแต่ฟ้าดินแล้วละ ว่าท่านจะว่ายังไง "

    ผมจำคำที่เตี่ยแทคเคยบอกถึงเรื่องความเป็นผู้ชาย อันเป็นเรื่องของฟ้าดิน มาล้อต่อ ตี๋แทคหัวเราะชอบใจ

    " หรือครับ ติดมาตั้งนาน ไม่เห็นฟ้าจะผ่าเลย งั้นคุณกับผม มาทำอะไรเย้ยฟ้า ท้าดินกันดีกว่าครับ "

    แอร์คอนดิชั่นตัวใหญ่ เปิดแป้บเดียว ก็เย็นกระจายไปทั่วห้อง
    ตี๋แทคไม่ยอมให้ผมลุกล้ำอธิปไตยเพียงฝ่ายเดียว ควรต้อง Blame It ทั้งสองฝ่าย
    ตี๋แทคเลย ผลักผมให้ล้มนอนหงายบนเตียว โดยเจ้าตัว ก็ล้มตัวนอนทับตัวผมไปด้วย

    Blame it on the goose, gotcha feeling loose
    Blame it on the 'tron, catch me in a zone

    Blame it on the a-a-alcohol
    Blame it on the a-a-alcohol

    ตอนนี้ร่างทั้งร่าง คลอเคลีย ซุกไซร้ไปตามเนินอกผม
    ขาก็ก่ายเกินกัน ยิ่งกว่าไฟฟ้าสถิตย์ ชนิดใด ๆ ในโลก
    ใบหน้าตี๋ขาว ที่ฉายแววหล่อใส คิ้วเข้ม ทำให้ดูคมขึ้น ไม่จืด ช่างหล่อโดดเด่นเสียนี่กระไร
    ไรหนวดเริ่มขึ้นแข็ง อีกไม่นานเมียผมต้องใช้ที่โกนหนวด Blame it on the a-a-alcohol
    ริมฝีปากสีแดง รูปกระจับ ยิ้มพึงใจ หัวใจตี๋แทค เต้นรัว ล้นอกออกมา เมื่ออยู่ในอ้อมกอดของผม

    ผมใช้มือ เสยผมเส้นเล็กตรง ที่เริ่มยาว ให้พ้นหน้าผาก
    " น่ารักจังเมียผม "

    She said, she usually don't
    But I know that she front
    'Cause shawty know what she wan't
    She don't wanna to seem like she's easy

    " เพิ่งรู้ หรอครับผม ? " ตี๋แทคยิ้มใหญ่ พร้อมก้มหน้ามาแลกลิ้นดูดปากกับผมในทันที


    I ain't saying what you won't do
    But you know what we're probably gon' do
    What you been feenin' deep inside

    ลิ้นนุ่ม ค่อย ๆ ซอกซอนไปจนทั่วปากผม
    รัวรับกับแผ่นลิ้นผม ที่สอดรับ เสียงซี้ดดังเบาๆ
    ได้ยินเสียงหัวใจตี๋แทค เต้นตุ๊บ ๆ ไม่ห่างจากอกผมมากนัก

    What you been feenin' deep inside

    " คิดถึงคุณครับอ้น " ตี๋แทคเริ่มเร่าร้อนมากขึ้น จากรสจูบที่ได้จากผมเมื่อครู่
    เลยรีบถอดเสื้อยืดของตนออกโดยไว

    แผงอกขาวสะอาด ปราศจากรอยดูด แถมเหงื่อก็แห้งไปหมดแล้ว
    ใช้มือลูบเล่นไป ...ให้ความรู้สึกเสียว สยิวดีแท้

    ตี๋แทคช่วยผมถอดเสื้อให้ จนร่างของเราทั้งสองเปลือยเปล่า
    ตี๋แทคยังคงคล่อมทับผมไว้ ดูดปากกับผมเล่นไป อยู่นานทีเดียว

    แล้วก็เป็นทีผม ที่จะรุกเมียผมให้สะใจ หายอยากไปเลย


    Let it out now, girl what you drinkin', gon' let it sink in
    Here for a weekend, thinkin', we can
    See where we could be if we press fast forward
    Just one more round and you're down I'd know it

    ตี๋แทคเจอไป 3 น้ำ ติด ๆ กัน
    แบบ ' Nonstop ' ไม่ต้องเดินไปล้างให้เสียเวลาเลยละครับ เหอ ๆ


    Fill another cup up, feelin' on your butt what
    You don't even care now, I was unaware
    How fine you was before
    My buzz set in, my buzz set in

    " เชื่อยังอะ ? " ผมเสียงหอบ เมื่อน้ำควยครั้งที่สามแตกออกมา
    เล่นเอาระบมรูเยี่ยวไปเลย
    " เชื่อไรครับ ? " ตี๋แทคน้ำควยก็แตกตาม ๆ ผม ไม่ต่างกัน ยังหอบ เหงื่อโทรมเต็มหน้า
    " ก็เชื่อว่าผมเตรียมน้ำมาให้คุณไง "


    Blame it on the vodka, blame it on the henny
    Blame it on the blue tap, got you feeling dizzy

    สำหรับตี๋แทค ต้อง blame it on the henny โดยเฉพาะ

    " อ้อครับ ถึงว่า คุณแตกใส่ก้นผมที ผมซ่านอิ่มไปถึงกะเพาะผมเลย "
    " เหอ ๆ มันคงออซโมซิส ได้ไวดีนะครับ "

    ก็ผมเล่นแตกในตูดเมียผมบ้าง
    แตกที่ปากเมียผมบ้าง หากตี๋แทคผมไม่อิ่มน้ำก็บ้าแล้ว

    Ooh see, she spilled some drink on me
    And now I'm knowin' she tipsy
    She put her body on me
    And she keeps staring me right in my eyes



    ผมนอนกอดเมียผมอีกซักพัก เหลือบดูนาฬิกา ทรงโรมันโบราณ มีลูกตุ้มแกว่งไกว แบบที่ต้องไขลาน
    ก็เห็นว่าเย็นแล้ว
    ม่านตัดแสง ที่รูดปิดหน้าต่างทางระเบียงไว้
    ทำให้ไม่ทราบว่า ภายนอก สว่างหรือมืดอยู่

    " อาบน้ำดีกว่าครับ เล่นเกมส์ไปสามยก เตี่ยคุณคงว่านานเกินไปแล้วละ ? "
    " เหอ ๆ " ตี๋แทคหัวเราะชอบใจ สมอยาก ที่เจอควยใหญ่ ๆ ยาว ๆ เย็ดเล่นท่า หลากหลาย เสยตูดเข้าไป

    " ของคุณนี่ ไม่เจอควยผมไปหลายวัน ฟิตขึ้นนะ " ผมใช้นิ้วกลางลูบรูตูดเมียผม ขึ้น - ลง
    " ไอ้บ้า แสดงว่าที่เจอทุกวัน ก็คงหลวมน่าดูเลยสิ ! " ตี๋แทคไม่พอใจ
    " ก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ " ผมยีหัวเมียผมเล่น
    ทรงผมไม่เป็นทรง ชุ่มไปด้วยเหงื่อ เพราะเจอหลายท่ามากไปหน่อย

    " แล้วมันขนาดไหน อ๋อ ... เบื่อของผม เลยไปล่อของฟิต ๆ แบบไอ้ตั๊มมันหรือครับ ? "
    ไม่วายที่เมียผมจะหยิบเอาเรื่องเมียน้อยมาพูดได้

    " เป่าหรอก มันก็ฟิตนะครับ ฟิตมากไปก็เลือดออกสิ "
    " ใครเจอของคุณไป ของไม่พังก็บ้าแล้ว ! " ตี๋แทค อายใหญ่ ไม่มองหน้าผม

    รีบเดินเข้าห้องน้ำไปโดยไว ไม่อนุญาตให้ผมเข้าไปด้วย
    แม้ผมจะยืนเคาะที่หน้าประตูห้องน้ำหลายรอบ แต่เมียผมก็ไม่ยอมเปิด
    ให้ผมเข้าไปอาบด้วย

    " ไรนี่ แหม ... แค่แซวเล่นว่าของหลวมแค่นี้ คิดมากไปได้นะคุณนะ ! "
    " เงียบไปเลยไป ! " ตี๋แทตตะโกนออกมา

    เรื่องแค่นี้
    มันเป็นเรื่องคอขาดบาดตายสำหรับ ควีน หรือ รับไปเลยหรือไง
    แค่ ' ของหลวม ' ... แค่นี้เองนะ

    เอะ ... หรือมันน่าอาย ?



    อันนี้ผมก็ไม่ทราบ
    ต้องถามความเห็นของผู้รู้ ซะหน่อยท่าจะดี
    My Endless Love, Meu Amor


    มาติดตามอ่านนิยายสนุก ๆ กันครับ ห้องสมุดพี่เคท / LWชSนาคราช / หนังสือออกใหม่

  3. #138
    หัวหน้าสาขา รูปส่วนตัว ivan2009
    สมัครเมื่อ
    Aug 2009
    ที่อยู่
    In your heart!!
    โพส
    3,887
    อัฐ
    5,570
    1,380
    263
    Increase Font Decrease Font

    มาตรฐาน ตอบ: Love sex & Love game... "กลเกมร้อนรักไฟสวาท" Update 25/10/52

    หลังจากทานข้าวเย็นกับที่บ้านตี๋แทคด้วยเมนูแสนอร่อยและย่อยง่ายแล้ว
    เตี่ยแทคก็เอ่ยถึงแพลน happy birthday อาตี๋เล็ก ' สุดรัก' ของบ้านนี้ในวันพรุ่งนี้ฃ



    " ตื่นแต่เช้านา คืนนี้ก็รีบนอน ซะ อย่ามัวแต่เล่นเกมส์กัน "
    " ร้านนี่จะปิดหรือไง อาตี๋ ? " อาม่าแทคถามลูกชายคนเดียวของตน

    ซึ่งตอนนี้อาม่าแทคก็แข็งแรงมากแล้ว สามารถเดินลงมาทานข้าวกับลูกหลานที่ชั้นล่างได้
    แต่ต้องมีพยาบาลพิเศษคอยดูแลใกล้ชิด
    อาหารคนป่วยนั้น คนปกติก็ต้องกินเป็นเพื่อน ไม่อย่างงั้นถ้าปล่อยให้อาม่าแทครู้
    ว่าทำเป็นพิเศษ จะโดนอึงว่าฟุ่มเฟือยได้ " อั๊วะ ไม่ได้เป็นอะไร ทำอะไรมา ก็กินได้ เหมือน ๆ คนอื่นน่า "

    เตี่ยแทคส่ายหัวใหญ่
    " ก็คงต้องปิดร้านซักวัน ให้ได้พักกันบ้าง ม้าไม่ต้องห่วงอะไรมาก ไปเที่ยวกันหมดบ้านเลยนา "
    วิสัยเตี่ยแทค เจ้าสำราญ กล้าได้กล้าเสีย ตามประสานักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จแล้ว
    จึงไม่สนใจกับรายได้ที่หายไป ในวันหยุดพืชมงคลซึ่งเป็นวันเกิดของอาตี๋เล็กด้วย

    " เดี๋ยวอาชิตแกจะเอารถตู้มารับพวกเราที่บ้าน แต่เช้าเลย รีบแต่งตัว ไม่ต้องเอาอะไรไปมาก เย็น ๆ ก็กลับแล้ว "
    โกทัชที่กินข้าวไปเงียบ ๆ ไม่มีความเห็นใด ๆ แต่ก็คงคิดอะไรอยู่ในหัวบ้าง ถึงทีพูดสิ่งที่อยู่ในใจ

    " อั๊วะพาเพื่อนไปได้ไหมครับเตี่ย รถตู้น่าจะว่างนะ "
    " ได้สิ สบายมาก " เตี่ยแทคหัวเราะใหญ่ เพราะตามใจลูกชายจะตายไป
    มีแต่อาม้าแทค นี่แหละ ที่ ' ถามค้าน ' ต่อ
    " เพื่อนลื้อมันผู้ชายหรือผู้หญิงวะ ถ้าจะเอาผู้หญิงไปนี่ อย่าเอาไปเลย ลำบากนา "

    " เหอ ๆ " โกทัชหัวเราะใหญ่

    " ทีอาแทคยังพาน้องอ้นไปได้เลย ผมก็พาสาว ๆ ไปมั่งไม่ได้หรือไง ? "

    ผมกับตี๋แทค มองหน้ากันโดยไม่ได้นัดหมาย
    ทำไมเอาเรื่องสาวๆ ของโกแก มาเปรียบเรื่องของเราซะได้
    ตี๋แทคเลยพูดแทน ...
    " โกจะเอาไปก็เอาไปสิ จะชายจะหญิงก็ แหม ... พรุ่งนี้มันวันเกิดผม "
    " ผมก็ขอพาเพื่อนสนิทไปด้วยสิ ไม่ใช่วันเกิดโกซะหน่อย "
    ตี๋แทคพูดไปเรื่อย ๆ ทำเอาโกทัชหัวเราะใหญ่
    แม้วิสัยโกทัชจะไม่เอาน้องมาเผา ตามประสาพี่น้องอิจฉากันก็ตาม

    แต่ก็คงคิดว่า เรื่องรักสีม่วงของน้องตนมันก็น่าจะเลยเถิด ...
    เพราะที่รู้เห็นกันอยู่ ต่อให้คนที่ไม่เข้าใจ ... จิตวิทยาวัยรุ่น ก็คงจะพอดูออก
    ว่าคู่ของผม มันไม่ใช่แค่เพื่อน ... เลยต้องขอพูดซะบ้าง

    ' ความเคยชิน ' ทำให้การคัดค้าน ไม่ยอมรับ พลอยทุเลาเบาบางลงไปได้

    ผมนี่เสียวสันหลังว้าบ ... กลัวถูก ' ฉะ ' กลางโต๊ะอาหารเหลือเกิน

    เตี่ยแทคได้ยินบุตรชายทั้งสองโต้คารมกัน
    อันเป็นเหตุที่เกี่ยวด้วยผม เลยต้องปราม พูดสรุปที่ทำให้ผมพอโล่งใจ

    " ใครจะขนใครไปก็เอาไป ดูแลกันเอาเองละกันนะ อาทัชก็อย่าไปฟังอาม้า แกมากซี้ โตแล้วนะ "
    " ผมก็โตแล้วนะเตี่ย " ตี๋แทคพูดต่อประโยคของเตี่ยตนทันที
    ทำให้เตี่ยแทคยิ้มเย็น ส่งสายตารูทันมาทางพวกผมสองคน

    " ต่อไปลื้อจะโตขึ้นอีก อาตี๋ ยังเป็นด.ช. อยู่เลย จะโตแล้วได้ไง รอเป็นนายก่อนสิ "
    ตี๋แทคย่นหน้าใหญ่ " ปีหน้า ผมก็เปลี่ยนเป็นนายชัยพืช แล้วละครับ "

    พูดถึงเรื่อง ' ชื่อ '
    ทำให้ตี๋แทคอุทธรณ์เอากับบุพการีของตนอีกว่า " อยากเปลี่ยนชื่อ "
    " จะเปลี่ยนทำไม้ ? " อาม่าแทคไม่เห็นดีด้วย

    " ลื้อนะเกิดวันพืชมงคล วันของหลวงในวังเลยนา อั๊วะจำได้ ตอนลื้อเกิด พระโคกำลังไถนาที่สนามหลวงเลย "
    อาม่าแทครำลึกความหลัง ถึงหลานชายสุดที่รัก
    " ก็อั๊วะไม่อยากเป็นพืชผัก นี่นา " ตี๋แทคพูดเศร้าเล่นเอาพวกเราขำกันไปใหญ่



    " เห็นลื้อเกิดวันพืชมงคล เลยไปให้ชินแสแกตั้งชื่อให้ แกบอกชื่อนี้แหละดี "
    เพราะเกิดที่ฤกษ์งามยามดี เพราะเป็นวันทำขวัญพืชพรรณธัญญาหาร "
    " ต่อไปลื้อจะได้เติบโตเป็นพืชพันธ์อันอุดมดีแก่วงศ์ตระกูลมีลูกหลานสืบไป "

    เตี่ยแทคพูดยาว ราวบอกที่มาที่ไปของการตั้งชื่อให้ลูกชายคนเล็ก
    ตี๋แทคยิ้มเข้าใจ ในที่มา - ที่ไปแห่งชื่อตน ได้แต่พยักหน้ายิ้มเจื่อน ๆ

    พืชมงคล ... พิธีทำขวัญเมล็ดพันธุ์พืชต่าง ๆ
    คนที่เกิดวันพืชมงคล ย่อมถือเป็นฤกษ์อันอุดมดี ด้วยหลักทั้งทางพุทธ และ พราหมณ์
    การทำขวัญพันธ์พืช มีจุดมั่งหมายก็เพื่อให้เมล็ดพันธุ์เหล่านั้น ปราศจากโรคภัย
    และให้อุดมสมบูรณ์ เจริญงอกงามดี

    แถม ยังมี ' พิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ' อันเป็นพิธีพราหมณ์ ซึ่งมีมาแต่โบราณ
    ถือเป็นพิธีเริ่มต้นการไถนาเพื่อหว่านเมล็ดข้าว มีจุดมุ่งหมายที่จะให้เป็นอาณัติสัญญาณว่า
    บัดนี้ฤดูกาลแห่งการทำนาและเพาะปลูกได้เริ่มขึ้นแล้ว

    แล้วจะไม่เป็นฤกษ์อันอุดมดี แสดงถึงความสมบูรณ์พูนสุขแห่งชาติ ไปได้อย่างไร
    ประเทศไทย เป็นประเทศกสิกร นะครับ

    ผมมองหน้าตี๋แทคอีกที พูดเบา ๆ

    " ชื่อก็ดีพ้องกับวันเกิด ผมว่าคุณอย่าเปลี่ยนเลยดีกว่า ต่อไปชีวิตคุณอาจจะได้เจริญเติบโตยิ่งกว่าพืชพรรณใด ๆ ก็ได้ "

    ตี๋แทคยิ้มเขินให้ผม ที่ผมอดแอบพูดหวานไม่ได้ มึง - กู ดูเหมือนจะลืมไปชั่วขณะ
    ทีนี้ก็เล่นเอาทุกคน ที่กำลังเจี๊ยะข้าวกันอร่อย คล้อยตามไปด้วยกันกับผม
    เพราะดูเหมือน คำพูดของผม จะมีน้ำหนักต่อตี๋แทคมากที่สุด

    วิศาขมาศได้ฤกษ์ทั้ง ... ดฤถี นาพ่อ
    กำหนดเมล็ดรวงดี ... ถูกต้อง
    ตั้งการราชพิธี ... จรดพระ นังคัลนา
    ทั้งพืชมงคลพ้อง ... แทรกซ้ำทรงเติม

    ( ' โคลงพระราชพิธีทวาทศมาส ' โดย " สมเด็จ ฯ กรมพระยาบำราบปรปักษ์ " )

    " ไม่เปลี่ยนก็ได้ครับ " ตี๋แทคสีหน้าดีขึ้นจากความคิดผม
    ผมยกนิ้วให้กำลังใจเมียผม ไม่หวั่นสายตาใคร ว่าจะมองยังไง
    บางทีหากเราเอาตัวเองเป็นใหญ่
    เป็นศูนย์กลางของความเป็นไปในเหตุการณ์ต่าง ๆ ดูบ้าง

    โลก ... มันก็ยังคงหมุนต่อไป
    บางเรื่อง บางราว อยู่ที่ใจเรากำหนดโดยแท้

    ก่อนนอนคืนนี้ ... เราพักเรื่องกิจกรรมปรนเปรอสวาทลงไป
    เพราะที่เจอ ' เซ็ตใหญ่ 3 รอบติด ' ไป ยังไม่หายระบม
    ควยผมก็ระบม ตูดแทคไม่ต้องพูด แม้จะขึ้นลงบันได ยังต้องก้าวช้า ๆ เบา ๆ
    จะวิ่งกะแทกส้นไม่ได้เด็ดขาด ไม่งั้นเสียวเจ็บแปล้บไปถึงท้องน้อย

    ตี๋แทคต้องกินยาแก้อักเสบ กับยาระบายอ่อน ๆ
    อันเป็นยาน้ำสีขาว คล้ายยาธาตุ ตามไปด้วย
    พรุ่งนี้เวลาถ่ายจะได้ไม่แสบ

    ตี๋แทคยอมเจ็บตัวเพื่อผม ให้ผมเสียว
    แม้ตี๋แทคจะน้ำแตกพร้อม ๆ ผม แต่ก็ต้องมาเจ็บตัวทีหลัง

    ผมก็เห็นใจเมียผม อย่างสุดซึ้ง แต่ทำไงได้ พอหายดี
    ( ซึ่งหายไวมาก เมียผมแข็งแรง )
    ตี๋แทค ก็สะกิดผมให้อึ๊บเขาต่อทุกที

    ในอ้อมกอดอันแน่นกระชับของผม
    ตี๋แทค เอาหัวซุนหัวไหล่ผม ฝ่ามือก็ลูบไล้ไปตามพุงผม

    " วันเกิดผมปีนี้พิเศษมาก มีคุณมาเป็นของขวัญที่น่าประทับใจที่สุดเลยครับ "
    ตี๋แทคบอกผมเบา ๆ ท่ามกลางความมืด
    และ เครื่องปรับอากาศครางเสียงฮึ่ม กระจายความเย็นจนทั่วบริเวณ

    " ปีหน้าหรือปีไหน ๆ ผมจะจำวันพืชมงคลไว้ครับ ว่าเป็นวันเกิดของคุณ "
    ตี๋แทคเงียบไป แต่ตีที่หน้าท้องผมไม่ค่อยเบา
    " แล้วคุณจะจำไปทำไม เพราะแต่ละปี คุณก็ต้องฉลองวันเกิดกับผมทุกปีอยู่แล้ว "

    ผมถอนใจยาว ... ดูเหมือนผมจะเข้าใจสัจธรรม ' พบเพื่อพราก ' ได้มากกว่าเมียผม
    แต่อนาคตก็ไม่แน่นอน ที่แน่ ๆ ในหัวใจผม จะไม่มีวันไปมีคนอื่น หรือทิ้งตี๋แทคเขาแน่นอน

    " แล้วแต่คุณเลยครับ " ผมหัวเราะ เบา ๆ กลบความหวั่นใจไว้ก่อน

    วันเกิดผมเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา ... ตี๋แทคก็นอนกอดกับผมเฉย ๆ
    เพราะเป็นธรรมเนียมสำหรับวันเกิดของผม ที่ทราบกันโดยทั่วกัน

    นั้นก็คือ ไม่นิยมป่าวประกาศกับใคร ไม่นิยมเลี้ยงฉลองอะไรอันสิ้นเปลืองทั้งสิ้น
    ไม่นิยมเอาของขวัญอะไรจากใคร ไม่น้อยใจ ไม่โกรธใคร หากมีคนลืม

    ดังนั้นวันเกิดผม จะเป็นวันที่ธรรมดาของผมมาก

    ตั้งแต่เด็กจนโต ยังคิดเหมือนเดิม
    ตี๋แทคเลยได้แต่นอนกอดผม เหมือนกับคืนนี้ ที่อีกไม่กี่ชั่วโมง ก็จะเป็นวันเกิดเมียผมแล้ว

    " ขอให้คุณมีความสุขมาก ๆ นะครับ ผมคนนี้ยินดีแและดีใจเป็นที่สุด ที่เห็นคุณมีความสุขครับ "
    ผมหอมลงไปที่กระหม่อมเมียผม ที่แสนนุ่มหอม ด้วยครีมนวดชั้นดี
    เมียผมดูเหมือนจะเคลิ้ม ๆ เลยพูดเบา ๆ

    " ผมจะสุขหรือไม่สุข อยู่ที่ตัวคุณทำกับผมละครับ คุณรู้จักผมดีที่สุด ผมรักคุณครับ อ้น "

    ตี๋แทคพูดแล้วก็เงียบ
    ดูเหมือนจะหลับลงท่ามกลางม่านฝันที่พร่าวพราวไปด้วยสุขลึกล้ำ

    ขณะนี้คือที่แท้
    พรุ่งนี้อาจแปรกลับหาย
    มุ่งหวังกระทั่งยังเปล่าดาย
    ตระหนักไว้ที่เห็นเป็นปัจจุบัน
    ที่เราฝันหลายสิ่งฤๅจริงจัง

    ที่ได้คือหมายพบ
    ประสบสิ่งดีที่หวัง
    หากดีคือดียังจีรัง
    แต่ต้องตั้งว่าดีที่พบพาน
    เมื่อได้ผ่านการผูกพันต่อกันมา

    ชีวิตการเดินทาง
    ระหว่างชีวีเหว่ว้า
    เทียวทนหนทางก้าวย่างมา
    มีน้ำท่าดื่มกินแสนยินดี
    เพราะคนที่ยังพร่องก็ต้องเติม

    รักหรือฝันพลันรู้
    ตรองดูก็รู้แต่เริ่ม
    งามจันทร์งามฝันจันทร์ดวงเดิม
    หากยิ่งเพิ่มงามจันทร์ในวันเพ็ญ
    ยามมาเห็นก็ว่างามไปตามจันทร์

    รักหรือก็คือรัก
    ทอถักกันมาฝ่าฝัน
    ทอรักถักรอก็ผูกพัน
    รักงามนั้นความจริงคือสิ่งไร
    อยู่ที่ไหนรักผูกพันมั่นไม่คลาย

    ความจริงสิ่งที่ฝัน
    ท่ามโอบจันทร์สู่จุดหมาย
    แม้นร่างลับร่างดับวางวาย
    แต่สืบสายวิญญาณยังผ่านวน
    ทบทุกข์ทนวนเวียนหวัง ณ ฝั่งกาล

    อาจพบคู่อยู่หรือ
    ใครคือคู่แท้แม้ผ่าน
    จำฝันย้ำฝันของวันวาน
    เพื่อจักผ่านพ้นผ่านการพานพบ
    แต่ใช่หลบไม่ยอมผ่านการผูกพัน

    ใจใฝ่ธรรมนำจิต
    นิมิตมุ่งสรวงสวรรค์
    ชีวิตละคอนค่อนคืนวัน
    ไม่ยึดขวัญรักขวัญเท่านั้นพอ
    เพื่อรู้รอสร้างให้รักจักนิรันดร์

    Happy birthday ครับ เจ้านายหัวใจของผม


    - - - -


    เริ่มเช้าวันใหม่แล้ว อากาศดี
    เครื่องปรับอากาศปิดทำงานนาน แล้ว ความเย็นจึงเอื่อยลง
    สายลมเบาเย็นจากนอกระเบียงกรูผ่าน ผ้าม่านปลิวไหว
    เด็กที่บ้านตี๋แทค กดอินเตอร์คอม อันเป็นการปลุกเรากราย ๆ

    ผมได้ยินหากยังคงข่มตาหลับอยู่
    ตี๋แทคปลุกผมให้อาบน้ำพร้อมกันกับตน
    ซึ่งผมงัวเงียลุกขึ้น แสงอาทิตย์ ยังไม่ฉายฉานเต็มฟ้า
    ดูเวลาที่นาฬิกาบนฝาผนัง ก็ยังไม่หกโมงดี ยังไกลจากเวลานัดนักหนา


    ตี๋แทคอาบน้ำด้วยความรวดเร็ว
    พร้อมเร่งผมไปด้วย เมื่อผมยังขออาบต่อ

    " เดี๋ยวใส่บารตไม่ทันนะครับ ต้องตามไปใส่ที่วัดไตรมิตร เสียเวลานะครับ "

    " อ้อ ครับ ที่แท้ มีนัดใส่บารต นี่เอง "
    ผมเองไม่เคยคิดจะใส่บารตตอนเช้ามานานนัก

    ใกล้เกลือกินด่างอีกเหมือนกัน คุณย่าตื่นแต่เช้าไปใส่บารต ทุกเช้า
    ไอ้เราเรอะขี้เกียจตื่น ทุกวันนี้ก็ยังขี้เกียจใส่บารต แม้จะสะดวกสบาย เพียงแค่ตื่น อาหารคาวหวานคงมีพร้อม
    ใส่ชุดนอน ใส่บารต พระท่านคงเต็มใจให้พรได้เสมอ แต่ผมก็ยังสะดวกกับการเลี้ยงเพล พระมากกว่า


    ตี๋แทคใส่ชุดแพรแดง คอจีน กระดุมเกี่ยว ตัวยาว ผ่าข้าง แขนยาวกว้าง
    ปักลายมังกรสีทอง ทั้งสองด้าน ดีนะไม่ใส่หมวกจีนเสียหน่อย จะได้เหมือนฮ่องเต้
    กางเกงแพร สีดำ เป็นมันวับ บอกราคา และ เนื้อผ้า ว่าไม่ธรรมดา

    ผมเลยต้องล่อสีแดงเหมือนกัน
    ไม่งั้นจะไม่อินเทรนด์ ตามตี๋เยาวราช สุด ฮ๊ฮต ไปได้

    สีแดงเป็นสีมงคลของชาวจีน

    หากมองตามธรรมเนียมของจีนที่มีมานับพันปี
    โดยไม่ต้องเอาการแบ่งแยกทางการเมือง ที่แบ่งเป็นหลากสีสัน ในขณะนี้ มาเกี่ยวข้อง แล้ว
    ก็ต้องว่าตามธรรมเนียมจีนไป

    แม้แต่ธรรมเนียมไทยก็เช่นกัน
    แต่ดั้งเดิมนั้น ...
    สีแดง และ สีชมพู เป็นสีเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน จะนุ่งห่มกันเท่านั้น
    ไพร่ ... ประชาชน จะหยิบมานุ่งหาได้ไม่ เหาจะกินหัว

    แต่จะนุ่งห่มกันได้ แต่ในวันแต่งงานเท่านั้น

    แต่เดี๋ยวนี้ เจ้าบ่าว เจ้าสาว นิยม สีขาว สีครีมกันอีก

    ของตักบารตละล้วนด้วยของมงคล ครบเครื่องทั้งไทย จีน
    เหล่าคณาสงฆ์ ต่างทยอยถือบารต คอยรับข้าวสวย ที่หุงสวยเต็มขันทองใบใหญ่
    ขอเน้น ... ว่าเป็นทองทั้งใบ มิใช่ทองเหลือง



    ตี๋แทค พยักเพยิดให้ผมมาจับทัพพีร่วมกับตน แต่ผมส่ายหัวเดี๊ยะ
    " ช่วยตักหน่องเร็ว อ้น "
    จนอาม่าแทค ที่ยิ้มปลื้มใจในวันเกิดหลานรัก ต้องบอกสำทับ ไม่มีประโยชน์อะไรจะขัดใจหลาน
    เพราะ พระท่านยืนรอแล้ว

    " เจ้าอ้น ก็ไปใส่เป็นเพื่อน ๆ อาตี๋ไป เพื่อนกัน ทำบุญด้วยกันดี ๆ เอาเลย ไม่ต้องเกรงใจ "
    อาม่าแทคพูดชัด เล่นเอาผมหมดข้อแม้ที่จะปฏิเสธทันที

    ความขวยเขิน ... ตื่นเต้น พุ่งขึ้งสูงสุด
    เหมือนตกจากที่สูงด้วยแรงเหวี่ยงในสูญญากาศ
    เตี่ยแทคก็มองเฉย ๆ คงไม่รู้จะพูดยังไง เพราะม้าของตนก็ยืนยัน ตามใจหลาน


    ทัพพีทองหนักอึ้งอันเดียว เลยมีคนถือสองมือ ค่อย ๆ หย่อนข้าวสวยร้อนลงในบารต
    ตามด้วย กับข้าวของคาวอันปรุงอย่างปราณีต ตุ๋นฟักใส่เป็ดมะนาวดอง ปลาสำลีนึ่งบ๋วย กุ้งผัดเปรี้ยวหวาน
    ใส่ถวายทั้งปิ่นโต พร้อมด้วยคาวหวานพร้อมสรรพ

    ดอกไม้ช่อใหญ่ ผูกรวมกับซองปัจจัยสีแดง ตามธรรมเนียมจีน

    ใส่เสร็จแล้วครบทุกองค์ เด็กที่บ้าน นำที่กรวดน้ำเงินมาวางพร้อมถาดรองรับน้ำ

    แล้วพระสงฆ์ทั้งหมด ให้พร พร้อมให้ตี๋แทค เจ้าของวันเกิดกรวดน้ำ

    " แผ่ไปให้หมดนะโยม ทั้งเจ้ากรรมนายเวร เทวดาอารักษ์ ปู่ย่าตายาย "
    หลวงพ่อบอกเพราะรู้ว่าเป็นวันเกิดเจ้าตัว

    ราศรีแห่งความพิสุทธิ์ในตัวตี๋แทค ฉายฉาน เป็นความอร่ามเรือง ในพุทธิปัญญา
    แล้วแดดอ่อน ๆ ไม่ซ่อนอยู่ในหมู่เมฆอีกต่อไป
    เสมือนว่าได้ดวงอาทิตย์สาดความสว่างอาบไล้ไปทั่วบริเวณ
    ฉาบทาบให้ตี๋แทค สุขสว่างบ่งบอกความพิสุทธิ์ในจิตที่ฉายความสุขออกไปทั่วบริเวณแห่งนี้

    " ขอให้โยม มีความสุข พึงระลึกไว้เสมอ วันเกิดเรา ควรระลึกถึง พ่อ แม่ ถ้าไม่มีท่าน เราก็เกิดออกมาไม่ได้ ควรกตัญญูรู้คุณ "

    ตี๋แทคยกมือสาธุ ไม่ต่างจากผม แล้วท่านก็เดินผ่านไป ตามด้วยเด็กวัด ที่หิ้วปิ่นโตตาม

    ความปกติของถนนเยาวราขเริ่มกลับมา รถราควั่กไขว่
    ตี๋แทคยิ้มปลื้มใจ ความโปร่งเบา จากกระแสบุญ ส่งผลฉับพลัน
    วันนี้ ... วันพืชมงคล อันเป็นวันมงคลของพืชพรรณธัญญาหาร แถมเป็นวันเกิดตัวเอง

    " โตขึ้นอีกปีแล้วนะเรา เลิกเล่นซะทีนะ อาตี๋ " อาม่าแทคกอดหลานชายไว้แน่น
    ด้วยความสูงที่ต่างกัน ทำให้กอดได้แค่อกเมียผมเท่านั้น
    " ครับ อาม่า ผมก็ไม่ได้ดื้ออะไรนี่ โตแลว อาม่าจะได้หมดห่วงผมไง "
    " อืม เรามันเด็กกว่าใครนะอาตี๋ แต่เอาเถอะ นี่ก็เก่งเอาตัวรอดได้เยอะแล้ว "
    เตี่ยแทคหัวเราะชอบใจ ยื่นซองแดง เขียนลายจีนให้ตี๋แทคเช่นกัน

    " อั่งเปาวันเกิดนะอาตี๋ ดื้อให้มันน้อย ๆ หน่อย "
    " ครับ ขอบคุณเตี่ยมากครับ "

    อาม้าแทคในชุดแดงเพลิงทั้งชุดรีบบอก
    " ของอั๊วะก็รวมอยู่ในซองเดียวกันแล้วนะ เก็บเอาไปฝากธนาคารออมสินบ้าง ไม่ได้เอาไปใช้หมด "

    ตี๋แทคยิ้มดีใจสุด ซองแดงนั้นหนาพอควร เชื่อเหอะ ไม่ต่ำกว่า 10 ใบ
    ผมก็มีของขวัญจะให้ตี๋แทคเหมือนกัน
    แต่ยังหาช่วงเวลาที่เหมาะ ๆ ไม่ได้

    ก็นะ ... บรรยากาศตอนนี้ ที่เยาวราช
    ก็มีแต่ บุพการีตี๋แทคทั้งนั้น จะหาเวลาสร้างความโรแมนติก ได้ยังไง



    เรากินข้าวเช้ากันพร้อมหน้า
    หลังจากทำบุญให้สบายจิต สบายใจกันแล้ว

    " วันนี้ข้าวอบใบบัว กับ ซุปปลิงทะเลกับเยื่อไผ่ ร้อน ๆ อั๊วะสั่งพิเศษเลยนะนี่ " อาอ้นลองทานดู

    เมนูสุดพิเศษอร่อยมากสุด ๆ

    ใบบัวใบใหญ่ ห่อข้าวสวยที่ผัดเครื่องอย่างอร่อย แล้วนำไปนึ่งให้หอมอีกที
    อุดมไปเม็ดบัว เก๋ากี้ กุนเชียง หมูหั่นเป็นแว่น ไข่แดงเค็ม
    ข้าวหอมมะลิเมล็ดสั้น เหนียวเป็นยาง คลุกซ๊อสอันปรุงรสไว้อย่างดี
    อร่อยมาก ๆ ครับ ยิ่งได้ซุปร้อน ๆ ซดคล่องคอ ตามไปด้วย ยิ่งสุดยอด

    " จะคล้าย ๆ บ๊ะจ่างแหละ อาอ้น "
    อาม้าแทคมีความสุขในการแนะนำเมนูตามประสาแม่บ้าน ต้องดูแลลูก ผัว แม่ผัวให้อิ่มอร่อย
    " แต่เครื่องนี่มันจะเยอะกว่า อร่อยก็เอาอีก สั่งมาหลายใบบัวเลย "

    ตี๋แทค ใช้ตะเกียบได้คล่องกว่าผม
    โดยไม่ต้องแตะช้อน ซ่อม แบบผมแม้แต่นิด
    " ลองใช้ตะเกียบ พุ้ยข้าวบ้างสิ มันไม่หกหรอกน่า ใช้ช้อนซ่อม น่ารำคาญตา " ตี๋แทคบ่น
    แต่ผมก็ต้องกินในสิ่งที่ผมถนัด
    ตะเกียบมีไว้คีบอาหารจำพวกเส้น นี่มันเป็นข้าว จะกินไปได้ไง

    ทุกคนหัวเราะชอบใจ ยิ่งกับอาม้าแทคแล้ว เอ็นดูผมมาก
    ถึงขนาด หยิบข้าวห่อใบบัว อีกห่อ ส่งให้ผมในทันที ที่ห่อแรกหมด

    " กินเยอะ ๆ อาอ้น เห็นอาตี๋แทค เล่าว่า เวลาไปอยู่ที่เมืองสิงห์ ม้าเราก็ทำกับข้าวอร่อยหรอ ? "
    " ครับ " ผมยิ้มเขิน ... ความประหม่าอาย ในเรื่องกลัวความลับแตกรั่วไหล ล
    ถดถอยลอยหายไปจากความครุ่นคำนึง

    ปกติ ปกติ ... ผมท่องในใจ
    ท้ายสุด ก็หายไป ... เมื่อเป็นปกติของมัน

    ธรรมชาติ มีความปกติของมัน อยู่ทุกสภาวะ

    ที่สำคัญ ... ตอนนี้ ...
    ดูเหมือนผมจะเป็นสมาชิกในครอบครัวชัยพืช ไปแล้วโดยปริยาย


    " เตรียมกางเกงลิงไปลงทะเลหรือยัง อาอ้น อาตี๋ จัดเลยนา เหอ ๆ "
    โกทัช ที่ดูสบาย ๆ เตือนพวกผมอีกที
    เพราะได้เวลาที่รถตู้ของลุงชิต เพื่อนสนิทของเตี่ยแทค จะมารับเราไปจันทบุรีแล้ว
    My Endless Love, Meu Amor


    มาติดตามอ่านนิยายสนุก ๆ กันครับ ห้องสมุดพี่เคท / LWชSนาคราช / หนังสือออกใหม่

  4. #139
    หัวหน้าสาขา รูปส่วนตัว ivan2009
    สมัครเมื่อ
    Aug 2009
    ที่อยู่
    In your heart!!
    โพส
    3,887
    อัฐ
    5,570
    1,380
    263
    Increase Font Decrease Font

    มาตรฐาน ตอบ: Love sex & Love game... "กลเกมร้อนรักไฟสวาท" Update 25/10/52

    ระหว่างการเดินทางที่นั่งกันมาอย่างสบาย
    เพราะด้วยรถตู้แบบ V.I.P อันโอ่โถง แอร์เย็นเจี๊ยบ ของลุงชิตนั้น
    นิ่มก้นมาก ๆ มีวีดีโอสนุก ๆ ดูตลอดทาง

    ทราบจากปากตี๋แทคมาว่า ลุงชิต เป็น ส.ส. เขตใดเขตหนึ่งของกรุงเทพมหานคร
    แต่ก่อนสมัยหนุ่ม ๆ เป็นสหายรักกันกับเตี่ยของแทค เมื่อตอนยังไม่ได้ลงเล่นการเมือง
    คงจะประกอบธุรกิจด้วยกัน แล้วคนจีนก็มีความจริงใจ เชื่อถือในมิตรภาพเสมอ ไม่ว่าจะยากดีมีจน

    ความคุ้นเคย ในหมู่เพื่อนฝูง แบบพึ่งพาอาศัยกัน
    ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ มันก็ยังคงมีอยู่อย่างสม่ำเสมอ

    แต่ลุงชิตเขาก็เป็นไปตามประสาผู้ใหญ่แหละ
    เมื่อเด็ก ๆ อย่างเรา สองคน ยกมือไหว้เสร็จ ...
    ก็ถือเป็นเรื่องของเด็ก เด็กก็คุยเล่นกับเด็กไป
    กับผู้ใหญ่แยกคุยกันไป ให้เหมาะสมตามอายุ

    ลุงชิต สนทนาเบาะข้างหลังสุดอย่างสนุกเฮฮา เสียงดัง ตามประสาคนมีอำนาจ
    เหมาะเจาะเข้าขากันได้กับเตี่ยแทค และ อาม้าแทคเองก็พลอยคุยสนุกไปด้วย

    เบาะกลาง มีโกทัช ที่ยังอยู่ในชุดสบาย ๆ แบบพร้อมไปทะเลเต็มที่
    แถมข้างตัวยังพาสาวสวยคนใหม่ ( อีกแล้ว ) คนนี้ทีท่าดีกว่าคนก่อน ๆ หน่อย
    นอกจากหน้าตาจะน่ารักแบบตุ๊กตาแล้ว คงจะมีฐานะบ้าง เลยทำให้อาม้าแทค ไม่กล้าว่ากล่าวอะไรมาก

    พี่สาวเพื่อนสนิทขิงโกทัชเขาชื่อ ' พี่พีร์ ' ครับ
    ซึ่งหล่อนก็คงไม่รู้ว่า โกทัชเขามีสาว ๆ สะสมไว้ในคอลเลคชั่น หลายคนอยู่เหมือนกัน
    แต่สำหรับพี่พีร์ เองนั้น ผมเองคิดว่า ... จากการที่โกทัชมีความพยายามถึงขนาดพาไปเที่ยวกับที่บ้านของตนด้วย
    พี่พีร์ จึงน่าจะเป็นตัวจริงในระดับนึง


    พี่ชายเจ้าชู้ขนาดนี้ เจ้าตี๋แทคของผม มันจะได้เชื้อมาบ้างเป่า ?
    หรือเชื้อยังอ่อนอยู่ ...







    ก็มีแต่ผู้ใหญ่ทั้งนั้น ในรถ นั่งคุยกันเป็นคู่ ๆ
    เหลือแต่ผมกับตี๋แทค นั่งกันอยู่สองคนแ แบ่งแยกชัดเจน โลกของใครของมัน

    ตี๋แทค อยู่เฉย ไม่ค่อยได้ แถมเป็นคนไม่ชอบนอนกลางวัน หรือฟุบไปง่าย ๆ
    เลยหยิบเกมส์บอย กับตลับเกมส์อันจิ๋ว มากดเล่นบ้าง
    ถ้าเบื่อก็โยนมาให้ผม แต่ผมไม่ค่อยชอบเล่นเกมส์บอย เพราะภาพมันขาวดำ เล่นแล้วปวดตา
    ตามประสาคนสายตาปกติ จึงไม่ชอบเพ่งอะไร อันทำให้ม่านตาทำงานผิดปกติ
    เลยปล่อยให้ตี๋แทคเขาเล่นไปอย่างสนุก



    ผมเตรียมของขวัญวันเกิดให้ตี๋แทค เรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่อยู่เมืองสิงห์
    แต่ขออุบ ไม่บอกว่าเป็นอะไร แล้วก็ไม่บอกด้วยว่าเตรียมไว้ให้เจ้านายหัวใจของผม
    เล่นเอาตี๋แทค ฉงนสนเท่ห์ ที่ผมมีทีท่าเงียบเฉยมาก

    " ผมเรียนพิเศษจบคอสวันที่ 20 นี้แหละครับ " ตี๋แทคบอกผม
    เพราะคงรู้ว่า เมื่อผมขึ้นมากรุงเทพแล้ว ผมก็อยากอยู่กับตี๋แทคทุกวัน ไม่อยากกลับไปเมืองสิงห์ก่อน

    แต่คิดแล้ว ... ก็คงเป็นไปไม่ได้ ในช่วงนี้ ที่ผมจะอยู่ตลอด
    เพราะ ตี๋แทคต้องไปเรียนพิเศษ ที่สยามเซนเตอร์ ทุกวัน

    ผมก็รู้ว่าตี๋แทคตั้งใจมาก
    และผมก็ยินดีเป็นที่ยิ่งด้วย และไม่คิดจะชวนตี๋แทคโดดเรียนเพื่อมาอยู่เป็นเพื่อนผมหรอก
    ออกจะเป็นอะไรที่ง้องแง้งอยู่มาก ผมไม่ชอบคนไม่มีเหตุผล

    อารมณ์บางที ควรข่มมันไว้ด้วยเหตุผลบ้าง

    แต่ถ้าเป็นอารมณ์อ้อน น่ารัก ๆ ก็ไม่เป็นไร
    แต่ถ้าเป็นอารมณ์เอาแต่ใจ ไม่คำนึงถึงผลได้เสีย ของคนที่เรารัก
    ไม่น่าจะเรียกว่า คนรักกันได้ ...

    " งั้น ... เลยวันเกิดคุณ ผมก็คงกลับเมืองสิงห์เลยนะ "
    ตี๋แทค เมื่อฟังจบ ค้อนขวับตาเขียว เม้มปากใหญ่ เอาแต่ใจใหญ่แล้ว แต่ก็น่ารักดี
    " จะรีบกลับไปทำไม คุณนะ ว่าง ๆ ก็ลงมาช่วยเตี่ยผมขายทองสิ เตี่ยผมบ่นจะตาย ว่าไม่มีคนช่วย "
    " เห้ย ... จะดีหรอ คุณก็ไม่อยู่ ผมได้เอ๋อ ... ตายนะสิ ! "

    ก็ยังที่ผมพูดแสดงเหตุผลไม่จบ ก็ปรากฏว่า ตี๋แทคไม่ฟังอะไรแล้ว
    รีบหันหลังไปขอความเห็นเตี่ยของตนทันที
    " นี่เตี่ย อ้นมันบอกว่า มันไม่กล้าลงมาช่วยเตี่ยขายทอง เตี่ยช่วยกล่อมมันหน่อยไป "

    เตี่ยแทค ฟังจบ หัวเราะใหญ่ คงจะเข้าใจผม ว่าเป็นคนขี้เกรงใจคน
    มากกว่าจะเป็นคน ' ด้านได้อายอด ' เลยหันไปบอกผมเสียงดังฟังชัดได้ยินกันทั่วทั้งรถ
    . เห้ย อาอ้นนี่ ชอบทำตัวเป็นคนอื่นคนไกลไปได้ อาตี๋แทคไปเรียนพิเศษ "
    " เราก็ลงมาช่วยเตี่ยขายทองนี่ ชอบอยู่ไม่ใช่หรอทองนะ "
    " เออ ... เป่าครับ ผมไม่ได้ไม่อยากขายนะครับ ไอ้แทคมันพูดเว่อร์ไปนะครับ "

    ต้องพูดแบบ ออกตัวไปหน่อย เดี๋ยวเตี่ยจะเข้าใจ ว่าผมคิดมาก ระแวดระวัง
    กลัวเตี่ยแทคว่าเรื่องผมกับลูกชายตน มันมีอะไรกันในกอไผ่เป่าหว่า

    " อยู่เหอะ ... มาช่วยงานเตี่ย ถ้าที่บ้านเราไม่ได้ว่าอะไรละนะ "
    เตี่ยแทคเน้นเปิดทางกับผม เล่นเอาผมต้องปฏิบัติตาม สมใจลูกชายตนไปด้วยเลยพร้อมกัน

    แม้ความจริงจะมีอยู่ว่า
    อยู่ที่บ้านตี๋แทคสบาย เสื้อผ้าไม่ต้องขนเอามามาก ไม่ต้องซักเอง
    แค่โยนใส่ตระกร้าผ้า ไม่เกินวันรุ่งขึ้น ก็มีคนซักรีดเสียหอมเรียบ แขวนเป็นระเบียบในตู้
    สบายมาก ๆ แถมแต่ละวันก็ลงไปช่วยเตี่ยแทคขายทอง ไมได้เหนื่อยฟรีนะยังได้เงินใช้อีก
    แล้วการขายทองก็ไม่ต้องบรรยายสรรพคุณอะไรมาก
    เออ ... ถ้าขายเพชรขายพลอย ต้องบรรยายสรรพคุณกันหน่อย

    นี่ไม่ต้องโฆษณาอะไรเลย เพราะคำว่า ทองคำ ให้อย่างไร มันก็คือ ทองคำ
    แค่ยืนดูลูกค้าให้ดี ตาต้องไว หัวต้องเร็ว ความจำดีหน่อย
    ราคาทองมันตายตัววันต่อวัน อยู่แล้ว ... เท่านั้นเอง ไม่มีอะไรยุ่งยาก

    ตี๋แทคยิ้มใหญ่เมื่อเห็นผมจนมุมด้วยเหตุผลของบิดาตนเอง



    ผมนี่ ไม่รู้จะพูดอะไรต่อ
    แค้นเคืองเป็นนักหนา มีที่ไหน เรื่องเล็กเรื่องน้อย อันเป็นแค่เรื่องระหว่างเรา
    แต่ดันต้องมีเตี่ยแทคมารับรู้ด้วยนี่

    แต่อย่างไรก็ควรเฉยเสีย
    ไม่งั้นอาจจะ ' โดนรุม ' ได้
    อย่าลืมว่า ... ก็บ้านตี๋แทคเขามากันทั้งหมดคันแหละนี่

    มีผมเป็นกาในฝูงหงษ์ อยู่ตัวเดียวนี่ ...

    เจ้าตัวร้าย เจ้าก่อเรื่อง แต่ร้าย ๆ
    เจ้าเหมือนไฟ คอยไหม้ แต่อบอุ่น
    เจ้าเหมือนลม พัดพินาศ แต่เย็นละมุน
    เจ้าเหมือนน้ำ เชี่ยวหมุน แต่ชื่นใจ

    ( จากบทประพันธ์เรื่อง ' ใยสเน่หา ' ของคุณ " ทมยันตี " )


    แป้บเดียว ... เท่านั้นเอง อาจจะนั่งคุยกันมาตลอดทางด้วย
    ตะวันยังไม่ฉายแสงแรงนัก
    รถตู้ก็ชะลอจอดลงตรงหาดทรายแห่งหนึ่ง ก่อนหน้านี้ คนรถก็บอกว่า ถึงตัวเมืองจันทบุรีแล้ว
    แต่เราแวะที่ทะเลเลย เป็นที่แรก สมใจอยากสมาชิกทุกท่าน แน่นอน

    ซึ่งกว่าจะเข้ามาจากถนนใหญ่ได้ ก็หลายกิโลอยู่
    ระหว่างทาง เป็นถนนราดยางที่ดีพอสมควร คดเคี้ยวลัดเลาะไปตามตีนเขา ขึ้นเนินบ้าง
    สองข้างทางอุดมไปด้วยต้นไม้ใหญ่

    " แวะที่นี่แหละ อาตี๋ หาดเจ้าหลาว "
    เตี่ยแทคบอกพร้อมหันไปคุยกับลุงชิต เจ้าของทริปนี้ต่อ

    รถตู้คันใหญ่ จอดสนิท
    พอลงมายืนบนพื้นดินเท่านั้นแหละครับ กลิ่นทะเลลอยเข้าจมูกผมทันที
    เพราะถัดจากถนนไปอีกหน่อย ก็จะเจอกับหาดทราย ขาวสะอาด ยาวสุดลูกหูลูกตา

    ตอนนั้น จำได้ว่า ' ทะเล ' ที่ผมไปเที่ยวไกลสุด
    เห็นจะเป็นแค่ พัทยา ... บางแสน





    นี่ไกลออกไปอีก ถึง ' จันทบุรี '
    และเป็นครั้งแรกที่ผมมาเที่ยวไกลถึง จันทบุรี

    ทะเลภาคตะวันออก แม้จะไม่สวยเท่าฝั่งอันดามันก็ตาม
    แต่ข้อได้เปรียบก็คือความเงียบ และ ยังคงความอุดมสมบูรณ์เอาไว้ได้มาก

    ไม่เกลื่อนไปด้วย นักท่องเที่ยวต่างชาติ โรงแรม คอนโดมิเนี่ยม สุดหรู ผับ บาร์
    อันกลืนความงามตามธรรมชาติไปเสียหมด

    เด็กที่บ้านของตี๋แทค ...
    ที่เตี่ยแทคพามาด้วยสองคน อันคุ้นหน้าคุ้นตาเป็นงานกันอยู่แล้ว
    ค่อนข้างคล่องและเรียบร้อย ต่างช่วยกันทยอยขน อุปกรณ์สำหรับการมาปิคนิค ในสถานที่แปลกตา

    ทั้ง อุปกรณ์เครื่องครัว ไว้ทำอาหาร และอื่น ๆ จิปาถะ
    แม้ลุงชิตจะบอกว่า ไม่ต้องเตรียมอะไรมามาก เพราะมีบ้านพักอยู่ติดทะเลแล้วก็ตาม
    อาม้าแทคก็ไม่วายจะตระเตรียมมา เผื่อเหลือเผื่อขาด

    เราเดินเลาะชายหาดต่อมาอีกหน่อย จากจุดที่นักท่องเที่ยวพลุกพล่าน
    ก็เจอกับบ้านหลังย่อม ไม่มีรั้วกัน อยู่ถัดเข้าไปแฝงในพงไม้หนาครึ้ม เป็นส่วนสัดดี
    ขนาดกำลังดี เหมาะเป็นบ้านพักตากอากาศ กำลังน่าอยู่ทีเดียว

    " เดี๋ยวเด็ก ๆ ไปเล่นน้ำกันก่อนนะ พอเหนื่อยก็คงจะเที่ยงพอดี มากินอาหารทะเลกัน "
    ลุงชิตบอกใจดี นี่คงเป็นบ้านพักตากอากาศ ที่ปิดไว้ ไม่มีคนอยู่
    แต่ดูเหมือนจะมีคนสวนเฝ้าบ้านไว้ 1 คน แถมคอยทำความสะอาดไว้ด้วย

    ทรายที่หาดเจ้าหลาวนี่ สีนวลตามาก แถมเม็ดละเอียดยิบ
    เดินแล้วนิ่มตีน ผมกับตี๋แทค เริ่มโตมากแล้ว กำลังจะเป็นหนุ่ม
    แต่ก็ไม่อายที่จะใส่กางเกงวายน้ำ แบบ บิกินี่ เพราะไม่ค่อยมีคนด้วย
    ยิ่งตี๋แทคใส่ทีนี่เซ็กส์สุดยอด เคยบรรยายไปแล้ว เพราะมันรัดไปทุกสัดส่วน
    ส่วนผมไม่ได้ใส่แบบบิกินี่ แต่ใส่แบบมีขาต่อมาหน่อย ทำให้ไม่ดูรัดเป้ามากจนเกินไปนัก




    ห่างจากนี่ไปเป็นหาดสาธารณะ ที่เราเดินผ่านมาเมื่อครู่ มีผู้คนจอดรถ
    มานั่งกินลมชมวิว หรือเล่นน้ำทะเลกันอยู่บ้าง
    ตามประสาวันหยุด แต่ที่พวกผมกำลังเดินไปเล่นน้ำทะเลกันนี่ ไม่ค่อยมีคนเดินมาถึง
    จึงมีความเป็นส่วนตัวพอสมควร

    โกทัช ใส่กางเกงขาสั้นกับเสื้อกล้าม พุงพลุ้ยเป็นชั้นเลยละครับ
    พี่น้องคู่นี้ ต่างกันสุดขั้วละ

    ทั้งเรื่องความหล่อ เรื่องหุ่น และ เรื่องอุปนิสัยใจคอ
    " ไปเล่นน้ำกันสิ เดี๋ยวโกลงด้วย " โกทัช โยนห่วงยางมาให้พวกผมคนละอัน

    พี่พีร์ แฟนสาวคนสวยของโกทัช น่าจะใจดี และคงรู้มาก่อนแล้วละว่าผมกับแทคเป็นอะไรกัน
    จึงพยักหน้าสนับสนุน แววตาส่อความนัยรู้ทัน
    " เล่นให้สนุกเลย ระวังโดนแมงกระพรุน ละ น้องอ้น น้องแทค "

    " ไม่ต้องห่วงหรอกพีร์ ! " เสียงโกทัชขู่เล่นเอาผมกลัวไปเลย
    " ถ้าโดนแมงกระพรุนต่อยมา ก็มีผักบุ้งทะเลอยู่แถวบ้านน่า ทาแก้กันได้ แต่แสบหน่อยนา "

    เล่นเอาผมกับตี๋แทคมองหน้ากัน มันจริงหรือเปล่าหว่า


    - - - -


    ยังสายอยู่ ... แดดจึงยังไม่แรง ลมทะเล หอบพาคลื่นซัดซาดเข้าสู่ฝั่งเป็นระยะ
    มันช่างเงียบเหลือเกิน ... ที่ริมหาดยังร่มรื่นไปด้วยทิวมะพร้าว เรียงเป็นแนวยาว
    ทะเลก็มีเสน่ห์ของมันเหมือนกันนะ

    ผมกับตี๋แทค เลยไม่สนใจอะไรอื่น เพราะผู้ใหญ่เขาก็มีความสนุกในโลกของเขากัน
    เลยกอดคอกันเล่นน้ำเลยครับ ผมสนุกหน่อย เพราะใช้ห่วงยาง
    แต่ตี๋แทคไม่ต้อง เพราะ ว่ายน้ำเป็นแล้ว
    เราเล่นลงไปลึกพอสมควร ผมไม่รู้สึกอะไร ว่าตอนนี้ตีนไม่ถึงทรายแล้ว
    เพราะมีห่วงยางรัดพุง ทำให้ลอยตัวอยู่
    ทะเลสีคราม พรายฟองสีขาวขุ่น
    ที่ช่วยหอบกองคลื่นถาโถมเข้ามามาเป็นระยะ ทำให้สนุกกับการโต้คลื่น

    One-two-three-four
    Uno-do?-tres-cuatro
    I know you want me (want me)
    You know I want cha (want cha)
    I know you want me

    ผมลอยคอในทะเล ให้เกลียวคลื่นซัดพาผมไปไหนก็ได้
    ข้างๆ มีเมียผม พยุงไหล่ผมไว้ เส้นผมเราทั้งสองเปียกลู่
    ใบหน้าเราทั้งสองฉ่ำไปด้วยน้ำทะเล แถมยังอยู่ไม่ห่างกันมากนัก


    Mami got an ass like a donkey, with a monkey,
    Look like King Kong, welcome to the crib,
    305 thats what it is,
    With a woman down ya s** dont play games,
    they up the chain, and they let her do everythang
    And anythang, hit tha thang
    And they love it gettin? it in, gettin? on,
    All night long








    ผมอดใจไม่ไหว เลยโน้มหน้าตัวไป ไปแลกลิ้นกับเมียผมทันที
    จ้วบบบ

    " อู้ยยย คุณครับ กลางทะเลเลยหรอ ? "
    ตี๋แทคตกใจ แต่ก็ดูดปากกับผมต่อทันที

    แล้วเราก็ผละปากกออกจากกัน ...
    ไม่รู้ว่าคนบนฝั่งจะมองเข้ามาหรือไม่ เพราะเราทั้งสองก็ไม่ได้อยู่ห่างจากฝั่งมาก

    แต่ถ้ามองจากบ้านพักออกมา น่าจะไม่เห็นอะไรชัดเจน
    " เค็มจังครับ ปากคุณนะ " ผมกลืนน้ำลายเอื้อก ๆ ไล่ความเค็มใหญ่
    " เหอ ๆ ปากคุณก็เค็มเหมือนกันครับ " ตี๋แทคยิ้มเฝื่อน บ้วนน้ำลายตัวเองออกมาใหญ่


    Baby you can get it, if you win it we can play,
    Baby I got cribs, I got condos we can stay,
    Even got a king size matress we can lay,
    Baby I dont care, I dont care, what they say





    ผมหอมแก้มเมียผมกลางทะเลอีกที คลื่นขนาดใหญ่ ซัดซ่าเข้ามา
    ตี๋แทคยิ้มเขินใหญ่ หยาดน้ำที่เกาะหน้าเมียผม พราวนั้น
    มันสะท้อนวาววาม เซ็กส์ดีเหมือนกัน

    ผมรู้อยู่เสมอแหละครับ ว่าเมียผมเขาต้องการผมเสมอ ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด
    I know you want me (want me)
    You know I want cha (want cha)
    I know you want me


    ยิ่งเจอหุ่นเมียผม อันเริ่มอุดมไปด้วยกล้ามแข็ง
    ขาแน่น ๆ มาแกว่งไกว ใต้น้ำกอดเกยกับขาผมในทะเลกว้างแล้วด้วย
    สุดยอด โคตรสยิว เลยละครับ

    เราเล่นน้ำกันอยู่นาน พอเบื่อ ( แต่มือไม่ซีดด้วยฤทธิ์คลอรีนส์ )
    เราก็ขึ้นมาเล่นทรายที่ชายหาดบ้าง
    ซึ่งแม้หาดทรายจะไม่กว้างมาก แต่เม็ดทรายก็ละเอียดสีนวลตา

    ตี๋แทคนั่งเหยียดขาหันหลังให้บ้านพัก ไม่ต่างจากผม เอามือเท้าไปเบื้องหลัง
    เอนตัวหน่อย ๆ อาขาให้ถ่างด้วยฃ นั่งรอให้ปลายคลื่น ซัดมาถึงแค่กะโปกเรา ก็เย็นฉ่ำดี

    " ไงบ้างครับ ทะเลที่นี่ ? ผมว่ามันก็เงียบโอเคนะ สะอาดดีด้วย " ตี๋แทคขอความเห็น
    แดดที่เริ่มแรง ทำให้ผิวที่ขาวของแทคทั้งร่าง เริ่มแดง
    ทรวงอก ที่หายใจขึ้น - ลงเป็นจังหวะสม่ำเสมอ น่ารักโคตร ๆ
    " โอเคครับ ที่ไหนมีคุณอยู่ ผมว่ามันก็สนุกไปเสียทุกที่แหละ ! "

    ตี๋แทค มองผมหยั่งเชิง
    " จริงหรอคนเรา ผมเองก็ไม่เคยมาเที่ยวทะเลกับแฟนซะทีแหละ มีคุณแหละ คนแรก "

    ตี๋แทคนิยมบอกความในใจมากกว่าผม แล้วก็ทำให้ผมชื่นใจอยู่เสมอ
    " อยากเห็นจัง... ของขวัญวันเกิดผมอะ " ตี๋แทคพูดต่อ คงใจคอไม่ดี กลัวผมไม่ให้อะไร

    ตี๋แทคเห็นผมเฉย ๆ ไม่พูดถึงเลยเริ่มทวง ...
    ซึ่งตามธรรมเนียมคนเป็นแฟนกัน ก็น่าจะมีของขวัญวันเกิดให้กันอยู่แล้ว ผมก็โคตรที่จะเอาใจเมียอยู่แล้ว
    มีหรือ ที่จะไม่รีบทำให้เมียปลื้มใจ

    " ใจเย็น ๆ สิครับ จะมาให้ตอนนี้ได้ไง " ผมยิ้มเขิน ก้มหน้า มองพื้นทราย
    ใช้มือขีดทรายให้เป็นชื่อตัว กับชื่อเมีย แถมวาดหัวใจประกอบเล่น
    เผลอ ... แป้บเดียวเท่านั้นแหละ น้ำทะเลก็ซัดทรายให้กลายเป็นพื้นเรียบเหมือนเดิม

    " รักผมไม่เหมือนกับผืนทรายนะครับ "

    ผมมองเมียผมจ้องให้ลึกถึงดวงตา ราวบอกความนัย
    " มันไม่มีวันลบเลือนลงไปได้ ไม่ว่าจะเจอกับอะไรก็ตาม ครับ คุณไม่ต้องกลัวความรักของผมมันจะจางลงนะ "

    ตี๋แทคหัวเราะเขินใหญ่ หน้าเลยแดงจัด
    ซุนหัวของตนลงบนหัวไหล่ผม " จะจำไว้ครับ ต่อไปนี้เวลามองหาดทราย จะได้นึกถึงสิ่งที่คุณพูด "

    ผมมีอะไรอยากจะบอกแทคมากกว่านี้ เพราะดูเหมือนรอบตัว ไม่มีใครเลย นอกจากเราเท่านั้น
    แต่โกทัชที่ย่องมาข้างหลังเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ... รีบบอกว่า เล่นเอาเราสองคนตกใจ




    " เอ้า ๆ เด็ก ๆ หวานกันเข้าไป ไม่อายผีทะเลบ้างเนอะ เหอ ๆ "
    ผมกับตี๋แทคหันหลังไป หัวเราะใหญ่ เพราะนอกจากเขินแล้ว
    ยังอายด้วย ที่มีคนเห็นผมกับตี๋แทคกระหนุ๋งกระหนิ๋งกัน

    " ไหนละผีทะเล เหอ ๆ โกนี่พูดมั่ว มันกลางวันแสก ๆ โผล่มาสิ จะได้จับไปโชว์งานวัด เหอ ๆ "

    พี่พีร์ ในชุดว่ายน้ำเต็มตัว ที่เปียกลู่ไปทั้งหมด
    คาดว่าคงจะเล่นน้ำทะเลมาชุ่มปอดไม่ต่างจากพวกผม หัวเราะใหญ่

    " ไปทานกุ้งกันนะคะ เตี่ยน้องแทคซื้อมาตัวเบ่อเร้อเลย "
    " อ้นเขาไม่ทานกุ้งนะ " ตี๋แทคมุ่ยหน้า เพราะรู้ว่าผมแพ้กุ้ง แต่ก็แพ้ไม่มาก จะแพ้แค่เปลือกมันมากกว่า

    " เห้ย ไม่เป็นไร ผมไม่ทาน คุณก็ทานสิ "
    " อ้าว ... เราแพ้กุ้งหรออ้น ทำไมละ แพ้อาหารทะเลหมดเลยเป่า ? " โกทัชเป็นห่วงผม
    " เป่าครับ " ผมรีบส่ายหัว เดี๋ยวจะหาว่าผมเรื่องมาก
    " กุ้งผมก็พอทานได้ แต่จะกินเปลือกมันไม่ได้นะครับ มันจะระคายคอ "

    แต่ถ้าเป็น ' กุ้งเต้น ' ก็อร่อยดีนะ บีบมะนาวลงไปทีนะ
    คุณเอ้ย ... ไม่ว่าจะสูตรพริกสด หรือพริกเผา
    อร่อยแบบไม่กลัวบาป เหอ ๆ

    " อาอ้นนี่นะ แล้วใครจะให้เรากินเปลือกกุ้งเล่า กินแต่เนื้อ ๆ มันเลย "
    โกทัช กอดบ่าผมด้วยความเอ็นดู ระหว่างเดินไปบ้านพัก

    คงจะสงสัยอยู่ครามครัน ว่าผมมีดีอะไร ถึงสยบน้องชายสุดแสบของตนได้
    " เรานี่สูงวะ ทำไมพี่ไม่สูงอย่างเราบ้างวะ "
    " แบบโกได้เท่านี้ก็โอเคแล้ว " ตี๋แทค เดินคู่มากับพี่พีร์ แทรกขึ้น " แต่ลดพุงหน่อยละกัน กินน้อย ๆ "
    " เออ ๆ ไม่ต้องมาสอนอั๊วะน่า รอให้อั๊วะผอมมั้ง จะรู้สึก "

    " อาม้าคงทำสุดฝีมือเลยมั้ง "
    ตี๋แทคคาดการณ์อาหารมื้อกลางวัน แบบเตรียมท้องไว้ทานของทะเลเต็มที่
    " คงงั้น ... " โกทัชก็คงหิวเต็มแก่แล้ว เลยเร่งพวกผมใหญ่


    ที่ทอเรซด้านหน้าบ้านชั้นเดียวของลุงชิต

    บัดนี้ ... นอกจากเตาบาบีคิวไร้ควันขนาดใหญ่แล้ว
    ถัดออกไปมีโต๊ะกับข้าวตัวยาว ปูผ้าฝ้ายสีขาวปักไหมลายดอกไม้สีม่วงประปราย
    แต่ละเก้าอี้ วางจานแบนสีม่วงอ่อน ไว้เท่ากับจำนวนสมาชิก

    กลิ่นปลาหมึกย่าง โชยหอม เรียกน้ำย่อยได้เป็นอย่างดี
    ทั้งกุ้ง ปู และปลา ที่กำลังถูกย่างสด ๆ บางส่วนที่สุกแล้ว

    ก็นำมาวางใส่จาน ให้พวกเรานำมารับประทานได้
    " สด ๆ ทั้งนั้น ตะกี้อั๊วะเข้าไปในตลาดปลามา ไม่แพงนะ อาตี๋ อาอ้น เต็มที่เลย เล่นน้ำทะเลมาเสียเหนื่อยเลยสิ "
    ผมกับตี๋แทคพยักหน้า ... พร้อมกินอยู่แล้ว
    My Endless Love, Meu Amor


    มาติดตามอ่านนิยายสนุก ๆ กันครับ ห้องสมุดพี่เคท / LWชSนาคราช / หนังสือออกใหม่

  5. #140
    หัวหน้าสาขา รูปส่วนตัว ivan2009
    สมัครเมื่อ
    Aug 2009
    ที่อยู่
    In your heart!!
    โพส
    3,887
    อัฐ
    5,570
    1,380
    263
    Increase Font Decrease Font

    มาตรฐาน ตอบ: Love sex & Love game... "กลเกมร้อนรักไฟสวาท" Update 25/10/52

    อาหารทะเลสด ๆ แล้ว ยังไม่พอเท่านี้
    มันจะต้องอาศัยน้ำจิ้ม ซีฟู๊ด รสแซ่ปด้วย ถึงจะสุดยอด

    ซึ่งแน่นอนละ นอกจากสัดส่วนของเครื่องปรุง ทั้งพริกเขียวสด กระเทียม มะนาว น้ำปลา
    จะต้องพอดีแล้ว แบบปั่นให้ละเอียด
    จนแยกไม่ได้เลย ว่าอะไรเป็นอุปกรณ์ เป็นส่วนควบนั่นแหละ ถึงจะอร่อย

    ความสดของกุ้ง ปลาหมึก ปลาสำลี ทำให้ไม่ต้องคิดเมนูพลิกแพลง

    แต่ก็มีปลาหมึกผัดไข่เค็ม ปูทะเลผัดผงกระหรี่ ทยอยออกมาจากในครัวด้วยเช่นกัน

    " โอ่โห่ คุณครับ เยอะมาก นี่ขนาดไม่ใช่มื้อเย็นนะ "
    ตี๋แทคชอบใจใหญ่ " มื้อเย็นเขาจะ Happy Birthday ผมด้วยไงครับ คงจะดีกว่านี้นะครับ "

    แสงแดด ที่ส่องสว่างแผ่รังสีอยู่เบื้องบน ไม่สามารถมากระทบผิวเราได้
    เพราะรอบด้าน อุดมไปด้วยพรรณไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ แผ่กิ่งก้านสาขาโดยรอบ

    พวกเรานั่งรับประทานกันอร่อย
    อาม้าแทครามือ ทรุดนั่งใกล้ ๆ กับผม
    หน้าที่ปิ้งย่าง ปล่อยให้เด็กที่บ้าน ดูแลไป

    ข้าวไม่ต้องหุง เพราะไม่มีใครกิน




    อาม่าแทค ที่ว่าไม่อยากมาทะเลแล้ว ตอนนี้หัวเราะฮ่า ชอบใจ
    ยังอดรื่นรมย์ไปกับบรรยากาศของริมหาดเจ้าหลาว อย่างเสียไม่ได้
    เพราะที่มองเลยไปก็เป็นหาดทรายสีนวลตา ตัดกับน้ำทะเลสีคราม
    พอเหมาะพอเจาะไปกับอาหารทะเลสดใหม่

    จะเด็ก หรือจะคนแก่ ก็อดโปร่งใจสบายสุขไปกับสภาพแวดล้อมตรงหน้าไปไม่ได้

    " กินเยอะ ๆ เลยครับ อาม่า " ตี๋แทคกุลีกุจอ แกะกุ้งให้อาม่าของตนรับประทานใหญ่
    " เอานิดเดียว น่าอาตี๋ แกะมาแล้วก็กินไม่หมด "

    " อาม่ากินแต่เนื้อมันสิครับ ตรงหัวอย่าไปกิน มันมันเยอะ ส่งมาให้ผมนี่ "
    ตี๋แทคดูแลอาม่าของตนเป็นอย่างดี

    ผมเองก็ชอบปลาหมึก เลยกินแต่ปลาหมึก กุ้งตัวโต ก็กินแต่เนื้อจริง ๆ
    ส่วนใหญ่ก็แกะส่งให้ตี๋แทคบ้าง ส่งให้โกทัชบ้าง

    เตี่ยแทคไม่ได้สนใจพวกผมมาก
    เพราะได้แต่นั่งสนทนากับลุงชิต เพื่อนสนิทของตนอย่างออกรส

    อันว่าด้วยเรื่องของ ' ผู้ใหญ่ ' ที่ผมก็ไม่คิดจะสนใจฟังอยู่แล้ว
    เลยทำให้ผมวางตัวได้เป็นธรรมชาติกับตี๋แทคมากขึ้น ไม่ต้องระมัดระวังตัวอะไร
    ใครจะมาจับผิดอะไร

    ตี๋แทคกินกุ้งเป็นกิโลครับ
    กุ้มก้ามกรามตัวใหญ่ กับกุ้งชีแฮ้ อบเกลือ ตี๋แทคฟาดเรียบ

    ผมเองก็รู้สึก สนุก และอร่อยไปกับอาหารตรงหน้า
    ที่สำคัญที่สุด ตอนนี้ผมรู้สึกว่า ผมไม่ใช่คนแปลกแยกของครอบครัวนี้อีกต่อไป

    ความคุ้นเคย ย่อมเป็นญาติอย่างยิ่ง

    วันนี้ สมปรารถนา ผมแล้ว แทบทุกประการ
    แล้วทำไม ... ตี๋แทคเองจะต้องการอะไรนักหนากันเชียว

    ได้คืบจะเอาศอก ได้ศอกจะเอาวา
    ข้ามขั้นตอน... ไม่ได้ มีแต่จะพังพิน

    ครอบครัวละม้ายแม้น ถ้วยโถโอชาม
    อย่าให้แตก ราน ร้าว จะใช้การไม่ได้ เสียราคา

    ผมมองหน้าเจ้าของวันเกิด ...
    ที่หัวเราะคุยสนุกกับอาม่าของตนบ้าง กับพี่ชายของตนเองบ้าง
    แล้วก็อดภูมิใจ ในทุกวันนี้ที่เป็นไปของเรา

    ถ้าไม่มีคุณ โลกทั้งโลกใบนี้ของผม มันจะเป็นอย่างไรไปบ้างนะ

    นึกไม่ออกจริง ๆ

    ขอบคุณสำหรับกำลังใจยามอ่อนล้า
    ขอบคุณสำหรับผืนผ้าเช็ดน้ำตายามอ่อนไหว
    ขอบคุณที่ทุกอย่างเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยนไป
    จะขอบคุณเธออย่างไรให้เพียงพอ

    อยากบอกว่าเธอคือส่วนหนึ่งที่หายไป
    อยากบอกว่าเธอคอยเติมเต็มหัวใจฉันวันนี้
    อยากบอกว่าทุก ๆ วันมีเธอข้างรู้สึกดี
    อยากบอกว่ารักเธอทั้งใจที่มีวันนี้แค่เพียงเธอ

    มีเพียงเธอเพียงเท่านี้ ... ไม่ต้องการสิ่งใด
    มีเพียงเธอเพียงเท่านี้ ... หัวใจก็สุขล้น
    มีเพียงเธอเพียงเท่านี้ ... ไม่สนโลกเปลี่ยนหมุนวน
    มีเพียงเธอเพียงหนึ่งคน ... " ก็เพียงพอ "


    หลังจากทานมื้อเที่ยงเสร็จแล้ว ...
    ลุงชิตเข้าของทริปนี้ อยู่ในชุดเสื้อฮาวายลายดอกกับกางเกงขาสั้น
    ก็เอ่ยชวนพวกผมอันถือเป็นเด็ก ๆ น่าจะมีกิจกรรมอะไรน่าสนุกกว่านี้

    " เด็ก ๆ ไปดูประการังกันไหมละ ? "
    ตี๋แทคเฮใหญ่ เพราะคราวก่อนก็แห้วไป อดไปดำดูประการังที่สัตหีบพร้อม ๆ กับผม
    แต่ไม่เป็นไร งานนี้ก็ได้มาดูจนได้

    " ที่นี่มีประการังให้ดูด้วยหรอครับลุง แล้วจะดำลงไปดูได้ไงละ ? "
    " ชุดก็ไม่ได้เตรียมมา หน้ากากก็ไม่ได้เตรียมมา "
    " ดูบนท้องเรือนี่แหละ อย่าดำลงไปเองเลย มันอันตราย เห็นใจลุงกับเตี่ยเราบ้าง "
    ลุงชิตหัวเราะในความตื่นเต้นเกินห้ามใจของเมียผม
    " โห่ ... ! " ตี๋แทคผิดคาดเลยหมดแรงยืนเฮแต่ต้น
    เลย ... ทรุดนั่งข้าง ๆ ผมตามเดิม คิดว่าจะดำลงไปดู

    " มันไม่มีเชือก ไม่มีครูฝึกนำลงไป ดูใต้ท้องเรือไปก่อนเหอะน่า อาตี๋ สวยเหมือนกันแหละ จะได้ไปดูกันหมดด้วยไง "
    เตี่ยแทคสรุปจบ ก็ต้องตามนั้น

    ผมเองว่าดูประการังวิธีนี้ ก็สะดวกดีออก ไม่เหนื่อยดี
    แถมยังได้เห็นอะไรหลากหลายกว่าดำลงไปดูเองในพื้นที่ที่เขาจำกัดให้เสียอีก

    ลุงชิตพาพวกเรา ไปเหมาเรือท้องกระจก โดยลุงชิตออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด
    แม้เตี่ยแทคไม่ยอม แต่ก็ต้องตามนั้น เพราะทริปครั้งนี้ ลุงชิตเขาจะเป็นหัวหน้าทัวน์มาแต่ต้นแล้ว

    เราทั้งหมดขึ้นเรือท้องกระจก สวมชูชีพเรียบร้อย นั่งออกจากฝั่งไปประมาณ 3 กิโลเมตรเห็นจะได้
    " มาไกลขนาดนี้ ผมว่าถ้าคุณจะลงไปดำ ก็อาจจะหมดแรงได้นะ น้ำน่าจะลึก "

    ผมนั่งข้าง ๆ ตี๋แทค ตาก็ดูใต้ท้องเรือไปเรื่อย ๆ
    ก็ยังไม่เห็นอะไร นอกจากตัวปลา และสัตว์ทะเลทั่วไป
    จำพวกหอย ที่คลานตามพื้นทราย เม่นทะเลบ้าง
    หรือ แมงกระพรุน ที่เหมือนถุงพลาสติก ลอยเกลื่อนตามผิวน้ำ

    " น่านสิ " ตี๋แทคเห็นดีด้วย ลมทะเลโชยโบกสะบัด
    แต่ก็ไม่ร้อนมาก ออกจะเหนียวตัวมากกว่า
    " กลับไปนี่ ต้องอาบน้ำอีกรอบ ขี้เกลือคงทำเราเค็มไปหมดทั้งตัวแล้ว " ตี๋แทคบอก

    แถมจะทำการพิสูจน์ด้วยการ ดึงแขนผม มาใกล้ปากตัวเอง
    แล้วพร้อมจะอ้าปากแล่บลิ้นมาเลียความเค็มที่แขนผม
    เล่นเอาผมตกใจ เพราะคนอื่น ๆ อาจจะเห็นได้ เลยกระตุกแขนลงทันที

    " เห้ย เว่อร์แล้ว อาจจะเค็มเหงื่อเราเองก็ได้ ไม่น่าจะเค็มเกลือทะเลอะไรนั่นหรอก "

    โกทัช ที่นั่งอีกฝั่ง ก็สวีทกับพี่พีร์ ตามระเบียบ
    แบ่งเป็นคู่ ๆ แบบนี้ดี จะได้ไม่มีใครเป็นก.ข.ค. ใคร หรือมานั่งสังเกตพฤติการณ์อีกฝ่าย

    โกทัชพยักหน้าให้ผม แสดงความเข้าใจ และให้กำลังใจผม ว่าเต็มที่เลย
    เตี่ยแทคก็นั่งคุยกับลุงชิตสนุก แถมยังถือแก้วเบียร์เย็นเจี๊ยบ ไว้จิบตลอดด้วย
    ตามด้วยกลับแกล้มง่าย ๆ อันเป็นของทะเลที่เหลือจากการรับประทานมาตอนกลางวันนั่นเอง

    ส่วนอาม้าแทคเอง ก็ตามประสา ' เจ้ ' ทั่วไป
    ไม่ได้สนใจทะเลอะไรมาก เลยดูแลแม่ผัวของตนไปตามแกน น่าจะดีที่สุด

    " หูตาอั๊วะมันไม่ค่อยดี มองอะไรก็ไม่ค่อยเห็นเลย "

    อาม่าแทค ... พยายามมองสัตว์ทะเลใต้ท้องเรือ ตามหลานชายตนบ้าง
    แต่ก็อายุมากแล้ว เป็นธรรมดา ที่จะมองไม่ค่อยเห็นชัด

    ตี๋แทคชวนผมก้มลงมองใต้ท้องเรือใหญ่
    พอถึงที่หมายแล้ว คนขับเรือก็จอดเรือนิ่ง ๆ
    ปล่อยให้สมาชิกบนเรือ ชื่นชมกับความงามใต้ท้องทะเล ได้อย่างเต็มที่

    เสียงคนขี่เรืออันน่าจะเป็นไกด์อย่างกราย ๆ ไปด้วยอธิบายคล่อง



    " นี่เป็นประการัง น้ำตื้น ที่อยู่ห่างจากชายฝั่งไม่ไกลมากนักนะครับ "
    " น้ำตื้นอยู่หรอครับ นี่ น่าจะลึกมากแล้วนะ ? " ตี๋แทคพิศวง
    " ถ้าเป็นประการังน้ำลึก เราจะมองผ่านใต้ท้องเรือไม่เห็นหรอกครับ ต้องดำลงไปพร้อมถังอ๊อกซิเจ้น "
    " อ๋อครับ " ตี๋แทคพยักหน้า ตามประสาเด็กวิทยาศาสตร์ ย่อมเข้าใจสิ่งมีชีวิตระดับท้องทะเลนี้ได้ดี ในระดับหนึ่ง

    ผมเองก็ชอบมากเหมือนกัน พวกชีวิตใต้ท้องทะเล
    ทุกวันนี้ เวลาเปิดโทรทัศน์มีสารคดีเกี่ยวกับชีวิตใต้ท้องทะเล ก็ชอบดู
    มันดูลึกลับดี แล้วคิดว่าชาตินี้ทั้งชาติ คงไม่มีปัญญาจะดำลงไปดูเอง

    บัดนี้ ... มองผ่านใต้ท้องเรือใสแจ๋วลงไป กับตี๋แทค

    จะเห็นทั้ง ปะการัง ฝูงปลาการ์ตูนตัวเล็ก ๆ ดอกไม้ทะเลขนาดใหญ่ พริ้วไหวตามแรงคลื่น
    ปูทะเลหลากสี ไต่ไปเรื่อย ๆ ตี๋แทคตื่นเต้นใหญ่ ชี้นั่น ... ชี้นี้ให้ผมดู แถมบอกชื่อเสียคล่อง


    ทำเอาผม สนุกไปด้วย เมียผมนี่โคตรเก่งอะครับ
    ไม่รู้จะบรรยายสิ่งตรงหน้าได้อย่างไร นอกจากบทกลอน ...

    ลึกล้ำดำดิ่งคงเกือบลงถึง -
    พื้นที่ซึ่งจินตนาพาฝันใฝ่ -
    รู้กับตาอยากเห็นความเป็นไป -
    งมเปลือกหอยเจียระไนเป็นไข่มุก -

    งามเหลี่ยมผาสุดคว้าปะการัง -
    เกาะกระชังเป็นกอปรการปลอบปลุก -
    ฝังอยู่ใต้คลื่นโหมประโลมรุก -
    เร้าทรายคลุกฟองไอภายใต้น้ำ -

    ใจรวยรินเหนื่อยล้าหาอากาศ -
    ใสสะอาดมิลืมความดื่มด่ำ -
    รสแห่งการเงียบเสียงใช่เพลี่ยงพล้ำ -
    พลาดน้ำคำกระเตื้องถึงเบื้องลึก -

    ดิ่งลงสู่ก้นบึ้งทะเลเชี่ยว -
    ชาญชัยเกี้ยวมัจฉาล้อปลาหมึก -
    ดำหาแก้วประภาสารพัดนึก -
    ถึงบันทึกลายแทงแห่งผืนผ้า -

    ใบเบิกทางนำร่องทั้งสองคาบ -
    สมุทรราบหล่มริ้วแค่ผิวหน้า -
    กากตาเห็นเกลียวคลื่นเท่าผืนฟ้า -
    ถล่มมาย่อยยับแก้วอับแสง -

    แรกสุดหยุดไม่ได้ใจดำดิ่ง -
    หาบางสิ่งค้นไปให้ถึงแหล่ง -
    น้ำสุดลึกอย่างไรไม่แห้งแล้ง -
    ใจสิแฝงลึกล้ำดำไม่ถึง

    ลึกล้ำดำดิ่งคงเกือบลงถึง - พื้น
    ที่ซึ่งจินตนาพาฝันใฝ่ - รู้
    กับตาอยากเห็นความเป็นไป - งม
    เปลือกหอยเจียระไนเป็นไข่มุก - งาม

    เหลี่ยมผาสุดคว้าปะการัง - เกาะ
    กระชังเป็นกอปรการปลอบปลุก - ฝัง
    อยู่ใต้คลื่นโหมประโลมรุก - เร้า
    ทรายคลุกฟองไอภายใต้น้ำ - ใจ

    รวยรินเหนื่อยล้าหาอากาศ - ใส
    สะอาดมิลืมความดื่มด่ำ - รส
    แห่งการเงียบเสียงใช่เพลี่ยงพล้ำ - พลาด
    น้ำคำกระเตื้องถึงเบื้องลึก - ดิ่ง

    ลงสู่ก้นบึ้งทะเลเชี่ยว - ชาญ
    ชัยเกี้ยวมัจฉาล้อปลาหมึก - ดำ
    หาแก้วปะภาสารพัดนึก - ถึง
    บันทึกลายแทงแห่งผืนผ้า - ใบ

    เบิกทางนำร่องทั้งสองคาบ - สมุทร
    ราบหล่มริ้วแค่ผิวหน้า - กาก
    ตาเห็นเกลียวคลื่นเท่าผืนฟ้า - ถล่ม
    มาย่อยยับแก้วอับแสง - แรก

    สุดหยุดไม่ได้ใจดำดิ่ง - หา
    บางสิ่งค้นไปให้ถึงแหล่ง - น้ำ
    สุดลึกอย่างไรไม่แห้งแล้ง - ใจ
    สิแฝงลึกล้ำดำไม่ถึง

    ไกด์แนะนำสัตว์ทะเลต่าง ๆ ให้พวกเราดู พร้อมขับวนไปอย่างช้า ๆ
    " ปกติแล้วประการังจะเกิดขึ้นในบริเวณเกาะเท่านั้นนะครับ "
    เสียงไกด์อธิบายต่อ เพราะรู้ว่ามีคนสนใจและเก่งวิทยาศาสตร์มา
    " เนื่องจากบริเวณเกาะมีการไหลเวียนของกระแสน้ำพอเหมาะ อุณหภูมิก็เหมาะสม แถมยังไร้มลพิษ -
    ประการังที่เราดุกันบริเวณนี้ จึงเกิดขึ้นได้ยากมาก "

    เรือจอดให้เราชมความงามใต้ท้องทะเลกันจนอิ่มตา
    โดยไม่ต้องลงทุนกระโจนลงน้ำไปสัมผัสมันด้วยตัวเอง
    เหมือนตอนที่ผมไปสัตหีบกัน พอดูกันจนอิ่มใจแล้วก็เรียบร้อย
    เรือพาเรามาส่งที่ชายหาดเหมือนเดิม

    " ที่สัตหีบ ประการังเหมือนที่นี่อะเป่าครับ ? "
    ตี๋แทคถามใหญ่ เพราะนี่เป็นครั้งแรกของตี๋แทค ที่ได้เห็นสัตว์ทะเลเป็น ๆ ของจริง
    จากที่เคยเห็นในสมุด หรือ ซากในห้องวิทยาศาสตร์ ที่มีจำนวนน้อย ไม่พอกับการศึกษา

    " ก็ประมาณนี้แหละครับ แต่ผมว่า ที่หาดเจ้าหลาวนี่ ประการังสวยกว่านะ เหมือนน้ำมันใสกว่าด้วย "
    " อืม ๆ อยากจะลงไปเหมือนกัน แต่มันไม่มีเชือกเกาะเนอะ "
    ตี๋แทคยังหมายหมาดว่าจะดำแบบผมให้ได้

    " แค่นี้ผมว่าก็สบายออก จะลงไปดำเองทำไมให้เหนื่อย ? "
    " ตื่นตา ตื่นใจ แล้วต้องมาตื่นตัวอีกมันเหนื่อยนา " ผมสรุป จนตี๋แทคพอเชื่อ

    แดดยามบ่ายค้อนข้างแรง
    เมื่อเราต้องเดินจากชายหาดเข้าสู่บ้านพัก ของลุงชิตนั้น
    ทำให้ไม่มีใครอยากจะเล่นน้ำทะเลอีก

    เพราะที่เล่นไปตอนเช้านั้น ตี๋แทคยังกระซิปบอกกับผมว่า

    " ตูดผมโคตรขาวเป็นรูปกางเกงว่ายน้ำเลย แสดงว่าผมดำขึ้น ... "
    " อะนะ " ผมตกใจใหญ่ แต่ก็ไม่กล้าขอดู " ถ้าคุณยังดำได้ขนาดนี้ แล้วผมไม่ยิ่งกว่าคุณหรอครับ ? "

    ตี๋แทคส่ายหัว โนคอมเม้น เรื่องดำเรื่องขาวอะไร
    หากเมื่อถึงบ้านพัก ผู้ใหญ่ ก็นั่งสังสรรค์กันต่อ

    ดูเหมือนว่าเป็นผู้ใหญ่ จะมีเรื่องเดิม ๆ ให้สนทนากันมากมาย
    ซึ่งถ้าเป็นเด็ก ๆ แบบผม คงจะเบื่อแน่แท้

    ตี๋แทค ชวนผมอาบนำอีกรอบ บอกว่าเหนียวตัวเหลือเกิน

    ห้องน้ำของบ้านหลังนี้ ทำเหมือนห้องล้างตัวของสระว่ายน้ำเลยครับ
    พื้นปูหินกรวด ตะปุ่มตะปั่ม แถมยังก่อเก้าอี้ติดกับผนักห้อง ไว้นั่งเล่น ถูตัวได้ตามสบาย

    ตี๋แทคชวนผมอาบน้ำด้วยพร้อมกัน
    ที่แน่ ๆ คงไม่ได้อาบอย่างเดียวแน่

    เพราะผมย่อมรู้ใจเมียผม ตอนเล่นน้ำทะเลตอนเช้านั้น ก็ควยแข็งตลอดเวลา
    แถมเอามาสีกับหน้าขาผมอีก ผมไม่รู้ก็บ้าแล้ว

    เล่นน้ำกับเมียทีไร ต้องจับเมียเย็ดทุกที เวลาล้างตัวนี่

    ดูเหมือนจะไม่มีใครสนใจเราสองคน
    เพราะ โกทัช กับพี่พีร์ ก็นั่งเล่นที่เก้าอี้ผ้าใบ ใต้ต้นไม้ใหญ่กันสองคน กระหนุ๋งกระหนิ๋ง
    แบบมีโลกส่วนตัวของเขาโดยเฉพาะ
    ผู้ใหญ่ทั้งหมด ก็นั่งพักผ่อนหลบร้อนกันที่ทอเรซกว้างหน้าบ้าน

    ผมยังลังเล แต่ก็ถอดเสื้อผ้า คาดผ้าขนหนูเรียบร้อยแล้ว
    อาบน้ำแน่ แต่จะอาบกับตี๋แทคหรือไม่นั้น ไม่แน่ใจ ตัวเองเหมือนกัน

    แต่ตี๋แทคไม่ยอมให้ผมคิดอะไร
    จึงรีบดึงตัวผมเข้าไปในห้องอาบน้ำแถมลงกลอนเรียบร้อยในทันที

    " เดี๋ยวผมถูหลังให้นะครับอ้น ... "
    ตี๋แทคยิ้มหวาน พร้อม ดึงผ้าเช็ดตัวผมออกในทันที
    " เนี่ย ... คุณก็ขาวเป็นรูปกางเกงว่ายน้ำเหมือนกัน "

    เมื่อหมดการปิดบังเรือนร่าง ... ด้วยผ้าขนหนู
    ควยผมก็แข็งดีดผึงรับมือตี๋แทคพอดี
    ที่คงพอรู้ว่า... ผมน่ะแทบจะเงี่ยน 24 ชม. ยิ่งอยู่กับตี๋แทคด้วยแล้วใหญ่

    เรียกได้ว่า แทบจะตลอดเวลาเลยดีกว่า ที่ควยผมแข็ง ... แบบพร้อมเย็ด
    " จะอาบคนเดียวไปทำไมครับ " ตี๋แทครูดควยผมเข้า ออก
    พร้อมประชิดตัวผมตามไปด้วย

    " เดี่ยวก็ไปแอบชักว่าวอีกนะ ผมรู้ว่าคุณเงี่ยนบ่อย "
    " เหอ ๆ ไม่หรอกครับ อยู่กับคุณ ผมเลิกชักว่าวไปนานแล้ว "

    ตี๋แทค เขย่งตัวจูบปากผม
    แถมไซร้ไปตามซอกคอ หัวนมผม แต่ไม่เน้นมาก เพราะผมไม่สนใจที่จะชอบมันในส่วนนี้
    มีนไม่เสียวเท่ากับการที่ตี๋แทค คุกเข่าลงเบื้องหน้าผม
    แล้ว ถวายบัวให้กับควยผมในทันที

    จ้วบบ
    " ซี้ดดด ดีแท้ครับคุณ " ผมลูบไล้หัวเมียผมเล่นด้วยความถวิลหา และการถนุถนอมของเมียผม

    ปลายควยผมกระดกในทันที ที่ตี๋แทค ใช้ปลายลิ้นเลียที่หัวควยผมเข้าไป
    แถมยังบ้วบจนเกือบมิดโคนด้วยความรวดเร็ว
    บ้วบเข้า บ้วบออก ด้วยความชำนาญการณ์


    จนควยผมแข็งจัด เลยกะแทกเอวเด้งควยยัดใส่ปากไป
    พั่บ ๆ
    " ซี้ดด ดีครับ ลิ้นคุณโคตรไวอะ ... "

    ผมดึงเมียผมขึ้นมา ดูดปาก
    แลกลิ้นแลกกลิ่นคาวจากควยผมที่ติดปากเมียผมขึ้นมา
    ถึงทีผมโม้คให้เมียผมบ้าง

    เพราะควยเมียผม ก็แข็งจนเต็มมือผมไปหมดแล้ว

    ตี๋แทคไม่ยืนหรอกครับ
    แต่นั่งบนเก้าอี้ที่ก่อพิเศษติดกับผนัง

    ตี๋แทคแหกขาออก แล้วก็จริงด้วย รอยขาวเป็นรูปกางเกงว่ายน้ำ
    ตรง ควย และ แก้มก้น เมียผมเท่านั้น

    โคตรเซ็กส์เลย ผมเลยคุกเข่า ก้มหน้าบ้วบควยเมียผมเข้าไป
    ยิ่งโตก็ยิ่งใหญ่นะครับ ควยเมียผม แถมหัวควยก็เปิดแล้ว
    แต่ยังไม่เคยเย็ดเสียที มีแต่เจอแต่ปากผม บ้วบให้

    ตี๋แทค สั่นนิด ๆ
    ควยก็เล็ดน้ำเงี่ยนหวาน ใส ใส่ปากผมอยู่ตลอดเวลา

    เราผลัดทำรักด้วยปากให้กันและกันไปเรื่อย ๆ
    จนแข็งจัดมาก ๆ แล้ว โดยเฉพาะควยผม
    ก็ต้องได้เวลาเย็ดตูดเมียให้หายเงี่ยนสัดเสียที

    ตี๋แทค คว้าสบู่เหลว ทาให้ทั่วควยผมเลยครับ
    แถมผลักผมให้นั่งห้อยขาบนเก้าอี้ถาวรนี้
    ส่วนตัวเอง ก็จะนั่งเทียนให้ผม

    ตี๋แทคขึ้นคล่อมผมไว้ เอาตีนเหยียบที่เก้าอี้นี้แหละ หันหน้ามาทางผม
    ควยเจ้าตัวโคตรแข็ง หัวนี่แข็งชี้ขนานไปกับหน้าท้องเลย

    เมื่อจ่อตูดตัวเองลงมาคล่อมทับควยผม

    มีจังหวะจะโคน ( ก็ชำนาญการณ์แล้วนี่นา ) ควยเจ้าตัวไม่มีวันหดลงหรอก
    มีแต่ขมิบหัวแข็งใหญ่ เจอควยผมสอดเข้าก้นตัวเองไป

    ตี๋แทคครางเบา ๆ กอดคอผมไว้แน่น แถมแช่ตูดตัวเองคาควยผมไว้ซักพัก

    พอหายตึงหายฟิตรูแล้ว ก็ค่อย ๆ ขย่ม
    พั่บ ๆ

    " ซี้ดดด คุณครับ แข็งดีจังเลย มันคับรูผมมากอะครับ "
    ตี๋แทคกอดคอผมแน่น ขย่มควยผมเป็นจังหวะ
    ไม่กะแทกทิ้งน้ำหนักตัวลงมามาก อันจะทำให้ผมเจ็บบั้นเด้า

    แล้วผมก็จับเมียผมอุ้มขึ้นเลยครับ
    แบบที่ควยคารูอยู่นั่นแหละ

    จากนั่งเทียน เลยกลายเป็นอุ้มแตงได้โดยง่าย

    ผมไม่รู้หรอก ในตอนนั้น ว่าท่าอะไร
    แต่เป็นท่าเย็ดแปลกใหม่ ที่ทำให้ตี๋แทค ตัวลอย กอดผมแน่นกระชับ

    " เห็นไหม ผมยกคุณไหวแล้วนะ "
    น้ำหนักเมียผมไม่ใช่เบา ๆ

    แต่ตอนเย็ดกัน ดูเหมือนร่างกายคนเรามันจะหลังสารอะไรบางอย่าง
    ที่ทำให้มีแรงช้างสารได้มากกว่าปกติ

    เหมือนคนป่วยนอนที่โรงพยาบาล พอได้ข่าวว่าไฟไหม้
    อารามตกใจ โอ่งทั้งลูกก็ยกมาได้
    พอหายตกใจ ให้ยกอีกที ยกไม่ได้แล้ว


    อุ้ม แล้วให้ตี๋แทคกอดคอผมไว้ กะแทกควยเข้าไป
    ป้าบ ๆ

    ตี๋แทคครางไม่เป็นภาษาเลยครับ

    " ซี้ดด อ้น ๆ โอ้ยย คราบ โอ้ยย สุด ๆ ครับ "

    ผมยิ่งได้ใจ กะแทกเย็ดต่อไป หน้าเมียผม
    ปากเมียผมห่อแล้วสูดปากครางเซ็กส์ โคตร ๆ
    จนน้ำควยเกือบแตก แต่ยังใจเย็น ปล่อยตี๋แทคลงก่อน

    จับเย็ดต่อด้วยท่าเก็บสบู่

    จับไหล่ตี๋แทคไว้ แล้วควยเย็ดไป
    จนน้ำควยตี๋แทคแตกไปก่อนผม แต่ผมก็เย็ดตามไปไม่นานนัก ก็ถึงสวรรค์ พร้อม ๆ กับเมีย

    " อู้ววว " ตี๋แทคพอน้ำแตก ก็เหมือนหมดแรงยืน จนต้องนั่งที่เก้าอี้นั้นทันที
    " ผมหัวโคตรหมุนเลย คุณเล่นท่าได้แบบนะ ... ในห้องน้ำอะ "

    ผมหัวเราะชอบใจ ยิ่งนานวัน ลีลาเย็ดของผม ยิ่งสะแด่วแห้ว
    เราอาบน้ำจืดกันต่อให้สะอาด
    ตี๋แทคกว่าจะมีแรงลุกขึ้นยืนได้อีกรอบ ผมก็ต้องช่วยประคอง ...

    " ไหวเป่า ? "
    " ไหวสิ ไม่คิดว่ามันจะเข้าได้ลึกและถี่ขนาดนี่อะ เหอ ๆ "
    ตี๋แทคยังไม่หายตะลึง กับท่าเย็ดแปลกใหม่ ท่านี้
    เมื่อเช็ดตัวพอแห้งหมาด เราก็ออกจากห้องน้ำมาพร้อมกัน

    ขณะเปิดประตูห้องน้ำออกมากันนั้น ด้วยความที่ตามใจตัวเองไปหน่อย
    ก็พลันให้พบกับ ' พี่พร ' เด็กในบ้านตี๋แทค
    ที่เอามาช่วยงาน กำลังยืนจัดของอยู่พอดี

    พอหล่อนเห็นผมกับตี๋แทค ออกจากห้องน้ำมาพร้อมกัน

    แถมยังคาดผ้าขนหนูปิดตัวกันคนละผืน ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า เพิ่งอาบน้ำด้วยกันเสร็จ

    ผมกับตี๋แทค มองหน้ากัน ไม่มีคำพูดใดลอดออกมา ตกใจด้วย
    แถมยังอึ้งไปด้วยพร้อมกัน

    สำหรับพี่พร ... ก็ถือเป็นคนเก่าคนแก่ แต่อายุยังไม่แก่หรอกนะ
    เห็นตี๋แทคบอกว่า พี่พร มาทำงานที่บ้านตั้งแต่อายุ 10 กว่าขวบ
    ตอนนี้จะ 30 แล้ว ก็คงจะรู้นอกออกในที่บ้านตี๋แทคดี

    " เข้าไปทำไรกันนั่น ? "
    พี่พรสาวโสด คงจะตกใจเมื่อเห็นภาพตรงหน้า มันเกินเพื่อนไปหน่อย
    แล้วลักษณะหล่อน ก็ไม่ใช่คนเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ เรื่องของเจ้านายซะด้วย
    เพราะอาศัยว่าอยู่กันมานาน จนคุ้นเคย สนิทสนม เหมือนในละครไม่มีผิดแหละ พูดง่าย ๆ
    ไม่ใช่คนใช้โง่ ๆ สนใจแต่ งานบ้านแบบทั่วไป

    " ก็อาบน้ำนะสิ พี่พร ทำไมหรือ ? " ตี๋แทคพยายามทำเสียงให้เป็นปกติ
    My Endless Love, Meu Amor


    มาติดตามอ่านนิยายสนุก ๆ กันครับ ห้องสมุดพี่เคท / LWชSนาคราช / หนังสือออกใหม่

  6. #141
    หัวหน้าสาขา รูปส่วนตัว ivan2009
    สมัครเมื่อ
    Aug 2009
    ที่อยู่
    In your heart!!
    โพส
    3,887
    อัฐ
    5,570
    1,380
    263
    Increase Font Decrease Font

    มาตรฐาน ตอบ: Love sex & Love game... "กลเกมร้อนรักไฟสวาท" Update 01/11/52

    " เปล่า ๆ ไม่มีอะไรหรอกคะ "

    พี่พรคงจะรู้นิสัยตี๋แทคดี ว่าเป็นเด็กที่ขี้วีนส์เพียงใด
    ไม่มีปัญหาด้วยไว้ก่อนน่าจะดีที่สุด " ก็พี่เห็นเข้าไปอาบน้ำด้วยกัน กับน้องอ้น "
    ตี๋แทคพยักหน้าสีหน้าเฉยเมย เล่นละครเก่งนะนี่เมียผม


    " ผมปวดขี้ไง เลยเคาะประตูบอกให้อ้นมันบอกออก อั้นไม่ไหว เหอ ๆ "
    ตี๋แทคก็ไปตามน้ำของตี๋แทคได้
    แต่ภาพที่พี่พรเห็นแต่แรกนั้น มันดูสนิทแนบแน่นเกินกว่าเพื่อนนะ

    แม้ผู้ชายจะอาบน้ำกับเพื่อนผู้ชายได้
    แต่ในกรณีนี้ ... ไม่เกินวิสัย ที่จะแยกกันกันอาบได้

    แถมพอผมอาบเสร็จยังหัวเราะ
    คุยกันกระหนุ๋งกระหนิ๋ง มันยังไงอยู่นา

    แล้วตามประสา เด็กในบ้าน อย่างพี่พร ก็เป็นที่รู้ ๆ กันอยู่ ว่าเรียนน้อย
    เรียนน้อย ประสบการณ์ชีวิตก็น้อยตามไปด้วย
    เพราะไม่ได้ออกไปเผชิญโลกกว้างที่ไหน

    ก็ยิ่งทำให้พี่พร คิดเลยเถิดไปใหญ่ ในภาพตำตาเมื่อครู่
    เชื่อเถิด ... มันไม่จบง่าย ๆ เพียงแค่ที่ตี๋แทคบอกหรอก

    ผมเดินผ่านพี่พรไปใจตุ้ม ๆ ต่อม ๆ
    กลับเข้าไปในห้องพักของตนเองอีกที ซึ่งมีไว้เปลี่ยนเสื้อผ้า

    หน้าผมซีดเป็นไก่ดำต้ม ส่วนตี๋แทค ก็เงียบไปเหมือนกัน
    ในใจกำลังครุ่นคิดกับเหตุการณ์เมื่อครู่อยู่
    ตี๋แทคย่อมรู้อุปนิสัยใจคอ เด็กที่บ้านของตน ดีกว่าผมแน่นอน




    " ไงล่ะ คุณ " ผมเองนั่งถอนใจ ไม่มีกระจิตกระใจจะเช็ดตัว จะแต่งหล่ออะไรอีก
    " คิดมากน่า ... คุณ ก็ผมบอกพี่เขาไปแล้ว ว่า เข้าไปขี้ ! "
    " ทำอย่างอีพี่พรมันจะเชื่องั้นสิ ไม่ใช่โง่ ๆ นะน่ะ "

    " ทำไงได้ละ ถ้าตีตนไปก่อนไข้ มันก็มีพิรุธ คุณเฉย ๆ ไว้เหอะน่า แบบพี่พรนะ ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ "
    ตี๋แทคตั้งสติ แล้วก็เดินมาหอมแก้มผมฟอดใหญ่ เพราะรู้ว่าผมเป็นคนคิดมาก กลัวนั่น กลัวนี่ตลอด
    " อย่ากลัวไปเลยครับ พี่พรพูด ... กับ อาตี๋เล็กของบ้านนี้พูด ... น้ำหนักมันไม่เท่ากันหรอกครับ "

    ผมพยักหน้ารับ ...
    ผมเอง ... ไม่คิดว่าใครพูดแล้วจะมีน้ำหนักมากกว่ากัน
    แต่ผมเข้าใจถึงสัจธรรมที่ว่า ' ความลับไม่มีในโลก '
    อะไรที่เราปิดบัง ซ่อนเร้น มันย่อมมีวันเล็ดลอด ออกมาได้ ไม่มากก็น้อย

    ' โอกาส ' ไม่ได้เป็นของเราเสมอ
    แต่อย่างไรก็ตาม ... วันนี้วันเกิดเมียผม ควรทำใจให้สบาย
    ปัญหาเรื่องนี้ ยังคงไม่เกิด ... ดีไม่ดี พี่พรอาจจะไม่สนใจนำไปฟ้องบอกใครต่อก็ได้
    อาจจะคิดมากไปเอง ผมสลัดความคิดนี้เสีย

    หันไปใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อย
    ตี๋แทคใส่เสื้อกล้ามสีขาว มีเชิ๊ตผ้าฝ้ายลายดอกเล็ก ๆ สีชมพูสลับม่วง น่ารัก คลุมอีกตัว
    เหมาะเจาะกันดีกับ หมวกสานมือ ใบเล็ก

    " เดินทะเล ใส่เสื้อยืดไปก็เหนียวตัวแย่ " ตี๋แทคบอกผมล่วงหน้า
    ผมเลยต้องแต่งแนว ๆ ตี๋แทคด้วยเช่นกัน

    ออกมาเจอพวกผู้ใหญ่ ใจคอก็ยังไม่ค่อยดี
    แต่ทั้งเตี่ยแทค และ อาม้าแทคก็ยังไม่มีท่าทีผิดปกติอะไร

    ลุงชิต ที่กำลังคุยธุรกิจกับเตี่ยแทคอย่างสนุกนั้น
    หันมาทางเราสองคน พอเห็นว่า อาบน้ำแต่งตัวใหม่เรียบร้อยแล้ว
    เลยเอ่ยชวนต่อ

    " ไปเดินเที่ยว ป่าชายเลนอ่าวคุ้งกระเบนไหมละ ? "
    คำว่า ' ป่าชายเลน ' ชีวิตนี้เคยได้ยินแต่ชื่อ ยังไม่เคยเข้าไปสัมผัสอย่างจริงจังซะที เหอ ๆ

    " ไกลไหมครับลุงชิต " ตี๋แทคระริกระรี้ชอบระบบนิเวศน์วิทยามาก ๆ
    ไม่ต่างจากผม ตามประสาเด็กสายวิทย์
    ป่าชายเลน และ ทรัพยากรใต้ท้องทะเล คือห้องเรียนห้องใหญ่ สำหรับเด็ก ม.3 แบบพวกผม

    " ไปกันเหอะ เอารถตู้ไปเลย พวกลุงกับเตี่ยเราจะคุยกัน "
    เตี่ยแทคอนุญาต แต่ให้โกทัช และ พี่พีร์ ที่เป็นผู้ใหญ่กว่าพวกผม คอยดูแล พวกผมด้วย

    ซึ่งโกทัช และพี่พีร์ ก็ยินดีพาผมไปอยู่แล้ว
    แม้จุดประสงค์หลักของทั้งคู่นั่นก็คือ
    ไปสวีทติ้งเปลี่ยนบรรยากาศกันมากกว่า มาดูแลเด็ก ๆ แบบผมก็เหอะ

    ตอนนี้ ... พี่พร เด็กในบ้านหูตาแพรวพราว ยกน้ำเปล่าใส่เหยือกมาให้เจ้านาย
    โดยเหลือบมองมาทางผมนิดนึง

    " แต่งซะหล่อเชียวน้องอ้น จะไปไหนกัน ? " น้ำเสียงส่อแววรู้ทันอย่างที่ผมได้คาดกันเอาไว้
    ตี๋แทคตอบแทน " ไปป่าชายเลน ... ไปกันไหมพี่พร ไปดูลิงกัน "
    " ไม่ว่างเลยตี๋น้อย พี่ต้องช่วยงานตอนเย็น เที่ยวเผื่อด้วยนะคะ "

    " พวกลื้อ ไปเที่ยวกันเหอะ อาม้าแทคโบกมือไล่
    " อยู่ไปก็เกะกะ กลับมาค่อยฉลองวันเกิดเรานะอาตี๋แทค "
    " มีเซอร์ไพร์อะเป่าครับ เตี่ย ? " ตี๋แทคยิ้มใหญ่ มีคนจัดงานวันเกิด นอกสถานที่ให้

    สายตาที่พี่พรมองประเมินมายังเราสองคน แบบสังเกตสังกา ไม่ยอมลุกไปไหน
    ไม่ใช่แววตาของคนโง่ คงต้องอ่านความสัมพันธ์ของเจ้านายตนเองออก

    แต่สมองจะย้ายมาอยู่ที่ปากเลยหรือเปล่านั้น
    ผมก็จนปัญญาที่จะออกปากห้ามอะไรออกไปได้

    เพราะผมยังเด็กอยู่
    อีกอย่างถ้าคนเรามันอยากจะพูด มันก็คงต้องพูดจนได้
    จะเอาอะไรมาปิดปากมันได้ละ

    ปากคนเรานั้น ให้ทั้งคุณและโทษ อย่างที่อีสป เคยนำลิ้นวัวมาถวายกษัตริย์
    ของที่ดีที่สุดในโลก และ ของที่เลวที่สุดในโลก

    ผมมองหน้าพี่พรด้วยสายตาจิกนิดนึง
    ปกติผมเป็นคนไม่ยอมใครเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเด็ก หรือคนแก่

    พี่พรคงพออ่านออก เลยหลบสายตาผมไป

    " อย่ากลับเกิน 6 โมงละ อาตี๋ ... "
    เตี่ยแทคนั่งพิงโซฟายาว ท่วงท่าสบายอกสบายใจ
    " ครับผม "

    ตี๋แทค ... พยักหน้ารับ
    พร้อมพาผมและโกทัช พี่พีร์ ไปเที่ยวป่าชายเลนกัน

    คนขับรถตู้ คงจะชำนาญเส้นทางแถวนี้พอสมควร จึงไม่ต้องถามไถ่กับใคร
    ขับออกมาจากบ้านพัก แป้บเดียว ก็ถึง ' อ่าวคุ้งกระเบน '
    ซึ่งดูจากระยะทาง แต่ละหาด มันน่าจะติด ๆ กันมากกว่า

    ' อ่าวคุ้งกระเบน ' มีหาดทรายสีขาวสะอาด
    แถมบรรยากาศก็ร่มรื่น ไปด้วยพรรณไม้เขียวขจี ขึ้นกันเป็นพุ่มสลอน
    ที่สำคัญพื้นที่ภายในอ่าวแห่งนี้ ยังเป็น ' ชายเลน ' ที่มีความอุดมสมบูรณ์ ตี๋แทคบอกว่า

    ป่าชายเลน เป็นแหล่งอาหาร และที่เพาะพันธุ์ของบรรดาสัตว์น้ำเล็ก ๆ
    ทั้ง กุ้ง หอย ปู ปลา

    เราทั้งสี่ ต่างแต่งตัวเตรียมพร้อมลุยป่าชายเลนด้วยกันทั้งสิ้น
    ทั้งรองเท้าแตะ และ กางเกงขาสั้น
    " คงไม่ต้องถึงลงไปย่ำ ขนาดปลูกป่าชายเลนหรอกนะ อาตี๋ "
    โกทัชน้ำหนักมาก เลยคาดการณ์ว่า อาจจะโดนดินดูดได้

    " เหอ ๆ ไม่หรอกครับ เหนื่อยนะ ปลูกป่าชายเลนนะ " ตี๋แทคส่ายหัว
    " เคยดูรายการเวลานักร้องไปปลูกป่าชายเลน เห็นแล้วสงสาร "

    " ไป ... เดินไป กันคะ " พี่พีร์ ดูเหมือนจะตามใจเด็ก ๆ มากเป็นพิเศษ
    เมื่อรถจอด หันรัหันขวาง เลยชวนพวกเรา เดินไปถึงสะพานเดินศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนอ่าวคุ้งกระเบน
    ก็ปรากฏว่ามีเจ้าหน้าที่ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ออกมาต้อนรับ

    มีเจ้าหน้าที่พิเศษ ที่น่าจะเป็นไกด์ ในชุดเครื่องแบบสีกากีเรียบร้อย
    รับอาสาพาเราทั้งสี่ เดินไปตามสะพาน เพื่อศึกษาธรรมชาติของป่าชายเลนกันต่อไป

    บนเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ระยะทางเกือบ 1 กิโลเมตร ที่เราทั้งสี่ กำลังเดินอยู่นั้น
    รอบด้าน เป็นความแปลกใหม่ ที่ไม่เคยเจอมาก่อน
    เพราะเบื้องล่างของเรา ไม่ใช่หาดทราย และไม่ใช่ดิน
    หากมีลักษณะ ที่เป็นโคลนข้น ที่มีน้ำทะเลล้นขังอยู่ตลอดเวลา
    ไม่มีวี่แววของคลื่นทะเลจะซัดซ่าเข้ามาถึง

    พี่ไกด์นำเที่ยวบอกว่า " ความสำคัญของป่าชายเลนว่านอกจากจะช่วยรักษาสมดุลของระบบนิเวศชายฝั่งแล้ว
    ยังทำให้เกษตรกรเลี้ยงกุ้งทะเลได้อย่างยั่งยืน เป็นที่อาศัยของสัตว์น้ำ และแหล่งอาหารธรรมชาติ
    ตลอดจนแหล่งสมุนไพรสำหรับชุมชนที่อาศัยอยู่โดยรอบอีกด้วย "

    พูดง่าย ๆ ป่าชายเลนก็เป็น ' ปากท้อง ' ของทะเลนั่นแหละ
    หากเราทำลายป่าชายเลน ก็เท่ากับทำลายปากท้องของทะเล
    ผลกระทบท้ายสุด ย่อมต้องมาถึงมนุษย์อย่างเราแน่นอน



    " ชาวบ้านแถวนี้เขาไม่เข้าใจนะครับ ชอบตัดต้น แสมขาว ไปทำฟืน เขาบอกว่ามันติดดี ขายได้ราคา "
    ตี๋แทคชี้ให้ผมดูต้นแสมขาว ที่หยั่งรากลึกลงไปในดินปนน้ำ ไม่น่าจะยืนอยู่ได้นะ
    " ตัดไปก็ต้องปลูกเพิ่มสิครับ " ตี๋แทคบอก

    ประโยชน์ของป่าชายเลนที่สำคัญอีกประการก็คือ ช่วยเพิ่มพื้นที่ ผืนดินให้มากขึ้น
    ที่ไหนมีต้นไม้ ก็จะแปรชายหาดให้กลายเป็นดินไปได้ ( แต่ต้องใช้ระยะเวลายาวนานหน่อย )
    และกันไม่ให้คลื่นทะเลสูง ๆ ซัดเข้ามาจนถึงชายฝั่ง

    ซึนามิ ก็เหอะ หากเจอป่าชายเลน ระดะ ไว้บ้าง
    ก็อาจจะไม่รุนแรงจนเป็นเหตุให้เกิดความสูญเสียมากมายขนาดนี้
    นอกจากนี้ยังมี ' ไม้โกงกาง ' ที่สามารถนำมาเผาเป็นถ่านที่มีคุณภาพสูงอีกด้วย

    ต้นไม้แต่ละพันธุ์ที่ขึ้นสลอนกันในป่าชายเลน มีลักษณะพิเศษก็คือ
    รากของมันดูเหมือนจะมีจำนวนมหาศาล แถมยังเสียบทะลุน้ำโผล่ขึ้นมาอีกด้วย
    น้ำทะเลเค็ม ๆ แบบนี้ ถ้ามันไม่ปรับตัวก็คงมีหวังตายเกลี้ยงอย่างแน่นอน

    " น้อง ๆ เดินไปอีกนิด เราก็จะเห็นฝูง ' หมูดุด ' แล้วละครับ "
    " อะไรนะครับ มีหมูในทะเลด้วยหรอครับ ? " ตี๋แทคถามใหญ่

    จนพี่ไกด์หัวเราะ พวกผมก็งงไปตาม ๆ กัน
    หมูอะไรจะมาอยู่ในป่าชายเลน น้ำไม่ท่วมตายหรือไง
    " หมูดุด หรือ หมูดูด เป็นภาษาพื้นบ้านครับ หรือจะเรียกมันว่า วัวทะเลก็ได้ "
    " อ๋อ ... " ตี๋แทคพอนึกออก " พะยูนนั่นเอง ที่นี่มีพะยูนด้วยหรอครับ ? "
    พี่ไกด์พยักหน้าแข็งขัน
    " มีสิครับ เชื่องด้วย เราต้องอนุรักษ์เอาไว้ครับ ไม่อย่างงั้นคงสูญพันธ์ไปนานแล้ว "

    " ปลาพะยูนมันกินหญ้าทะเลไงครับ ไม่เหมือนคุณกินได้ทุกอย่าง "
    ตี๋แทคหันมาแขวะผมจนได้ เรียกเสียงหัวเราะได้จากทุกคน รวมทั้งโกทัช ที่หุ่นก็น่าจะเหมือนพะยูนมากกว่า
    จนผมทำหน้าหน่าย " นี่ คุณ เปรียบให้มันดี ๆ หน่อยได้ไหม แบบผมขอเป็นแมวน้ำดีกว่านะ เหอ ๆ "

    เราเดินทอดน่องกันมาเรื่อย ๆ ก็ไม่เห็นปลาพะยูนซักตัว
    มันอาจจะมีจำนวนไม่มาก แล้วก็คงใกล้สูญพันธุ์แล้วด้วยก็ได้

    แดดไม่ร้อนอย่างที่คิด เมื่อเดินวนกันจนทั่ว ผมกลับกลายมาเดินคู่กับโกทัชบ้าง
    ขาแทบลาก " เหนื่อยเหมือนกันนะนี่ สนุกของมันเลยละนะ อาตี๋แทค เหอ ๆ "

    โกทัชนินทาน้องชายระยะประชิดให้ผมฟัง จนผมหัวเราะได้
    " เห็นใจมันหน่อยพี่ ที่บ้านไม่มีทะเลก็งี้แหละ "
    " เออ ... อ้น ! " โกทัชตบไหล่ผม ราวมีเรื่องจะคุยเป็นการเฉพาะ
    " ไงครับ ? "
    โกทัชถามเสียงเบา ราวเป็นเรื่องทั่วไป " เราไปอาบน้ำกับแทคพร้อมกันเลยหรอ ? "

    ประโยคนี้ กระตุ้นใจผมได้มาก ราวกับตะกอนที่นอนก้น ถูกเขย่าอีกครั้ง
    ผมอ้าปากค้าง ไม่รู้จะแก้ตัวอย่างไร
    " เออ ... " ผมลังเล โกทัชรู้ดีว่าผมคิดอย่างไรเลยตบบ่าผมอีกที

    " พี่เข้าใจ ก็ไม่ได้ว่าอะไรเราหรอก พอดีมีคนเขาเห็นนะ "
    ผมเลยเบะปากเล็กน้อย งานนี้แตกเพราะมีอีกาคาบข่าว " พี่พรนะสิ "
    " ใช่ ๆ เขามาเล่าให้พี่ฟัง สีหน้าท่าทางตกใจใหญ่ วันหลัง จะทำไรก็ระวังตัวหน่อยนะ "

    ตี๋แทคที่เดินถอดน่องคล้อยหลังผมมาคุยกับพี่พีร์ สนุก
    คงจะเห็นผมหันหลังไปทางเจ้าตัวหลายครั้ง
    คงพอเข้าใจว่าน่าจะมีเรื่องสนทนาเกี่ยวกับตัวเอง

    " มีอะไรกันครับ คุยไรกัน ? "
    ผมเลยเล่าในสิ่งที่โกทัชได้ฟังมา จนตี๋แทคเม้มปากเข้าหากัน คงจะโมโหคนฟ้องนั่นแหละ
    " ปากดีจัง ขี้ฟ้องอะ พี่พร ว่างนักไงก็ไม่รู้ "
    " ก็รู้อยู่ว่า พี่พรเขาเป็นไงนะ อาตี๋ ... " โกทัชส่ายหัวใหญ่ " จะทำไรกันก็อย่าให้ประเจิดประเจ้อนักสิ "
    " ผมยังไม่ได้ทำไรซะหน่อย ... พี่พรแกมาเจอผมออกจากห้องน้ำพร้อม ๆ กับอ้นเฉย ๆ "

    " เออ ... น่านแหละ ถึงเราอธิบายเหตุผลยังไงไป เขาก็ไม่เข้าใจหรอก "
    " แล้วโกว่าไงไปละ ? " ตี๋แทคถามต่อ คงจะเริ่มโมโหพี่พรมาก ๆ แล้ว
    " อั๊วะก็บอกว่า เรื่องของเด็ก ๆ มันจะอาบน้ำด้วยกัน นอนด้วยกัน ก็เรื่องของมัน อย่าไปคิดในแง่อกุศลอื่น ๆ "
    " เออ พี่ก็พูดดีนะครับพี่ " ผมยกนิ้วให้

    เนื่องด้วยคำว่า ' เด็ก ๆ '
    ทำให้ความลึกซึ้งเกินเพื่อน กลับกลายเป็นเรื่องอันไม่น่าใส่ใจไปได้

    " พี่พรเขาก็พยายามเข้าใจละนะ "
    โกทัชปลอบพวกผม " แต่วันหลังก็ให้มันน้อย ๆ หน่อยเป็นเด็กเป็นเล็ก "

    ด้วยวัยที่ไม่ห่างกันจนเกินไป กอปรกับชีวิตของโกทัชในรั้วมหาลัย
    ย่อมเข้าใจ วิถีชีวิตเกย์ ได้ดีอยู่แล้ว เพื่อนฝูงก็มีให้เห็น
    ตี๋แทคกับผมได้แต่หัวเราะ จนด้วยเหตุผลในการอธิบาย

    โกทัชจึงไม่เห็นเป็นเรื่องแปลก เมื่อจะทำอะไรกัน มันก็เป็นสิทธิ์ของเรา
    แต่อย่างน้อยก็ไม่ควรจะให้คนอื่นมาร่วมรับรู้ด้วย

    " ลื้อกับอั๊วะก็เหมือนกันแหละ เรื่องเพศศึกษานะ " โกทัชสรุปน่าฟัง
    " เรายังเด็กอยู่เสมอในสายตาพ่อแม่ เราจะทำอะไร ยังไงทำอะไรไปในตอนนี้ก็ผิดอยู่เสมอแหละ "
    " เหอ ๆ แล้วโกคิดว่าพี่พรจะเอาเรื่องวันนี้ ไปบอกเตี่ยกับม้าไหม ? "
    " ไม่น่าจะนะ ขนาดที่พี่พรมาฟ้องอั๊วะ อั๊วะยังไม่สนใจจะเอาเป็นเรื่องเป็นราวเลย เหอ ๆ "

    " ก็คงงั้นแหละ " ผมกับตี๋แทคโล่งใจ
    แต่ไม่รู้จะโล่งใจไปถึงเมื่อไหร่นั่นเอง

    จงรัก...ต้องรักด้วย ใจทั้งหมด
    จงรัก...กำหนดด้วยหัวใจ มิใช่สั่ง
    ภักดี...ยอมมอบกาย และชีวัน
    ภักดี...ทำทุกอย่างให้ ไม่เกี่ยงงอน

    เมื่อพบ ต้องรู้ว่า ต้องพราก
    เมื่อหัวเราะ ต้องรู้จัก น้ำตา
    เมื่อเคยมี ต้องรู้จัก สูญเสีย
    ฉนั้น ... เมื่อใดเอ่ย...รัก ต้องรู้จักคำ...อำลา

    ( จากบทประพันธ์เรื่อง ' ราชินีชีบา ' ของคุณ " ลักษณวดี " )

    ออกจากป่าชายเลนอ่าวคุ้งกระเบน มาถึงที่บ้านพักตากอากาศของลุงชิต
    ก็เย็นพอดี ... . แสงแดดราแสงนานแล้ว
    พระอาทิตย์กลมโต สุกปลั่งราวผลส้มเรืองแสงขนาดใหญ่ กำลังจมทะเล
    สายลมโบกโบย พัดโชยกลิ่นไอทะเล เข้ามาเป็นระยะ


    ผมขอตัวมาเดินเล่นริมหาดทรายด้วยเท้าเปล่ากับตี๋แทค สองต่อสอง
    พยายามกะระยะ ให้เดินห่างจากปลายคลื่นเสียเล็กน้อย

    " ระวังเท้าให้ดีนะครับ " ตี๋แทคมองที่พื้นทรายเป็นระยะ
    " อาจจะมีเศษขวดแก้วแตกฝังอยู่ก็ได้ เดินไม่ดู ... อาจจะเจ็บตัวนะ "
    ผมยิ้มใหญ้พร้อมยีหัวเมียผมเบา ๆ " แหม ... ผมคงไม่ซวยในวันเกิดคุณหรอกครับ "

    เราเดินจนพ้นระยะสายตา ที่อาจจะถูกจดจ้องมองมาจากในบ้านพัก

    เลยเดินมาเรื่อย ๆ จากบ้านพักมาไกลพอสมควรแล้ว

    ทำให้ระยะห่างที่พยายามรักษาไว้ ระหว่างสองเรา บัดนี้ ... ไร้ความจำเป็น
    เลยทำให้ช่องว่างข้างกายแทบไม่มีเหลือ
    เพราะผมเดินคู่กับตี๋แทคจนชิด แถมจับมือกันด้วย
    ไม่สนใจอะไรอื่น แม้จะมีนักท่องเที่ยว เดินเล่นกันบ้างก็ตาม

    คลื่นยังคงซัดเข้าผืนทรายเป็นระยะ
    แต่ทำไมดูเหมือนรอบตัวเรา มันช่างเงียบแสนเงียบ
    ได้ยินเสียงหัวใจ เต้นรัวไม่เป็นส่ำ

    หัวใจที่เต็มไปด้วยรักล้นหัวใจ ให้ความรู้สึก เต็มตื้น เปี่ยมพ้นไปด้วยสุขลึกล้ำ แบบนี้นี่เอง
    " มีความสุขจังครับ ที่ได้มาทะเลกับคุณจนได้ "
    ผมหอมแก้มเมียผมเบา ๆ มือก็เกาะกุมกันไว้ ไม่ยอมปล่อย

    " บอกแล้วไงครับผม เราต้องมาทะเลด้วยกันจนได้ "
    ตี๋แทคยิ้มใหญ่ รอยยิ้มนี้ดูเหมือนจะส่งผ่านไปตามสายลม
    แววตาสุขใสเป็นประกาย เหมือนล้อเล่นไปกับเกลียวคลื่นที่สาดเข้ามา

    ร่างโปร่ง ขาว ก้าวเดินช้า ๆ สม่ำเสมอ
    มืออุ่น ๆ ที่ถุกหุ้มด้วยฝ่ามือผม ไม่มีวันปล่อย
    แล้วผมก็หยิบถุงของขวัญที่ซ่อนไว้ในกระเป๋ากางเกงออกมา

    คงได้เวลาส่วนตัว เหมาะเจาะที่จะบอกความในใจ
    แล้วก็ต้องยื่นของขวัญวันเกิดให้เมียผมเสียที

    " สุขสันต์วันเกิดนะครับ ชัยพืช "

    ผมดึงเมียผมให้หยุดเดินเสียเฉย ๆ
    สองเราประจันหน้ากัน ผมจับมือแทคให้แบออก
    " หลับตาก่อนครับ "
    ตี๋แทคก้มหน้ามองของขวัญในมือผมใหญ่
    " ทำไมต้องหลับตาละ หลับแล้วจะเห็นอะไรละ ? "
    " บอกให้หลับก็หลับสิครับ เหอ ๆ ไม่ร้อนซะหน่อย "

    บัดนี้ ... พระอาทิตย์ดวงโต กำลังจมทะเลไปแล้ว
    ลำแสงสุดท้าย จึงเจิดจ้าอย่างเป็นพิเศษ
    รอบด้าน เงียบ ราวปราศจากผู้คน
    โลก และ ตัวผม และ สองเรา ดูเหมือนจะมีแค่สามสิ่งนี้เท่านั้น ในตอนนี้

    ผมแกะของขวัญชิ้นพิเศษที่อยู่ในถุง
    พร้อมสวมมันลงไปที่คอขาว แข็งแรงของเมียผม

    ตี๋แทคคงจะพอรู้ว่ามีโลหะลื่นเย็น สวมลงมาที่คอตนเอง จึงลืมตาทันที

    " อุ้ย ... สร้อยคอหรอครับ แบบที่ผมอยากได้เลย ! "

    ตอนนั้น แฟชั่น ลิฟต์ - ออย Zoo A Ha กำลังมาแรง
    สร้อยแบบนี้ ผมเห็น ลิฟต์ ออย ใส่แสดงในมิวสิควีดีโอ

    ตี๋แทคอยากได้มาก แต่ถ้าผมซื้อให้ มันก็ธรรมดาไป
    เลยต้องทำพิเศษให้เมียผม

    ตี๋แทคก้มหน้าลงมองแถมจับสร้อยแล้วพินิจใหญ่

    เพราะผมสั่งให้ช่างเงิน ตีเงินเป็นตัวอักษร ONG คล้องต่อไปกับ ตัวอักษร TACK
    ผนวกกับสร้อยเงินที่แขวนต่อลายใหม่ แปลกตา ตี๋แทคจึงชื่นชมอย่างตะลึงไปเลย

    " หัวศิลป์คุณสุดยอด คิดได้ครับนี่ เท่ห์ ด้วย แพงด้วย หลายตังค์มั้งครับ ? "
    " ก็ดีกว่า ซื้อตุ๊กตาให้คุณแหละ " ผมดึงตัวเมียผม เข้าสู่อ้อมอกผมอีกที ให้หายคิดถึง

    " ผมรักคุณครับ อยากให้มีชื่อคุณและชื่อผมอยู่ด้วยกัน คุณชอบมันไหมครับ ? "
    " ชอบมากเลยครับ " ตี๋แทคเหมือนจะสะอื้นนิด ๆ ในวงแขนอบอุ่นของผม ไม่สนใจสายตาใคร

    แล้วผมจับหัวไหล่ของตี๋แทคไว้ ตาประสานตา ด้วยความเสน่หาสุดลึกซึ้ง
    " คุณเป็นคนที่ผมรักมากที่สุด ชีวิตของผมไม่คิดว่าจะรักใครได้เท่ากับคุณมาก่อน คุณจำคำผมไว้ละกัน "
    ผมพูดเบา ๆ พร้อมจูงมือเมียผมให้เดินต่อไป

    ไม่ว่า ... จะสุดหาดทรายสายนี้ หรือ สุดหาดรักสายของเราก็ตามแต่
    สองเราก็จะเดินไปด้วยกัน ล้มบ้าง เจ็บบ้าง สุขบ้าง นั่นคือชีวิต เราจะไม่ทิ้งกัน

    จะไปหวั่นเกรงอะไร ขอเพียงแค่ เราจับมือเดินไปด้วยกัน
    เรื่องใด ๆ ที่ร้ายแรง มันย่อมเบาบางลงไปแน่นอน



    ความเชื่อมั่นในกันและกัน
    ย่อมถูกถ่ายเทให้แก่กัน ไม่มีวันหมด

    รักอาจเป็นทะเลอันกว้างใหญ่
    รักอาจเป็นดั่งดอกไม้กลางไพรสัณฑ์
    รักอาจเป็นดั่งดาราและดวงจันทร์
    รักอาจเป้นดั่งความฝันที่โบยบิน

    รักเราอาจมั่นคงดังภูผา
    หรือรักอาจเป็นปักษาที่โผผิน
    รักอาจเป็นดั่งธาราที่ไหลริน
    รักจะเป็นแล้วแต่จินต์ที่คิดไป

    ตี๋แทคใช้มือลูบไล้ตัวอักษร ONG TACK
    ที่คอตัวเองเล่นใหญ่พยายามคุ้นเคยกับมันอยู่
    รู้ว่าเมียผมถูกใจ แต่ยิ่งไปกว่านั้น สร้อยเส้นนี้เป็นของที่คนรักมอบให้ ยอมล้นไปด้วยคุณค่า

    " ไปแอบซุ่มทำ ... ไม่ปรึกษาหารือเลยนะครับ อ้น " ตี๋แทคยิ้มใหญ่
    My Endless Love, Meu Amor


    มาติดตามอ่านนิยายสนุก ๆ กันครับ ห้องสมุดพี่เคท / LWชSนาคราช / หนังสือออกใหม่

  7. #142
    หัวหน้าสาขา รูปส่วนตัว ivan2009
    สมัครเมื่อ
    Aug 2009
    ที่อยู่
    In your heart!!
    โพส
    3,887
    อัฐ
    5,570
    1,380
    263
    Increase Font Decrease Font

    มาตรฐาน ตอบ: Love sex & Love game... "กลเกมร้อนรักไฟสวาท" Update 01/11/52

    ผมเลยได้แต่ ขยับอุ้งมือ ที่กุมมือเมียผมไว้ ให้แน่นเข้า

    " จะบอกทำไม บอกก่อนก็ไม่ตื่นเต้นนะสิ "

    ตี๋แทค ในชุดเสื้อกล้ามสีขาว กับเชิ้ต ปล่อยกระดุมออก
    ซุนหัวเข้ามาที่หัวไหล่ผม สร้อยเงินยังเป็นประกายวาววาม
    ล้อไปกับลำแสงสุดท้ายของดวงอาทิตย์

    ขอให้รักเราจงเจริญ !

    เราเดินมาไกลจากบ้านพักลุงชิตมากแล้ว ... ควรได้เวลากลับ
    เชื่อว่า .. ปาร์ตี้ Happy Birthday ของเมียผม คงจัดใกล้เสร็จแล้ว

    อะไรจะเกิด ต่อจากนี้ ... ผมจะไม่หวั่นใจ หรือไม่มั่นใจไปกับมันอีกแล้ว

    ตี๋แทคเมียผมเข้ากล้ากว่าผม
    ถึงเวลา ... แล้วที่ผมต้องกล้าแบบเขา ด้วยเช่นกัน

    บางคนบอกรักนี้คือสีขาว
    ที่สกาวพราวตาค่าสดใส
    บริสุทธิ์ดุจน้ำค้างที่กลางไพร
    หอมน้ำใจยิ่งนักรักมอบเธอ

    บางคนบอกรักนี้คือสีเขียว
    ที่ฟั่นเกลียวเหนี่ยวใจใคร่เสนอ
    ดูสดใสไร้หมองปองบำเรอ
    รักเสมอคงมั่นมิผันแปร

    บางคนบอกรักนี้คือสีเหลือง
    ที่รองเรืองเฟื่องฟูดูสวยแท้
    จะยืนยงคงมั่นหมั่นดูแล
    มิยอมแพ้แม้ปัญหามารุกราน

    บางคนบอกรักนี้คือสีส้ม
    ที่ผูกปมห่มขวัญในวันหวาน
    รักเข้มแข็งแรงกล้าล้าไม่นาน
    ก็อาจหาญด้วยพลังแห่งรักเติม

    บางคนบอกรักนี้สีน้ำเงิน
    ใครหลงเดินเพลินรักควรจักเสริม
    ให้ใจปลงลงหลักรักคงเดิม
    คือต้องเพิ่มศรัทธาค่ารักจริง

    บางคนบอกรักนี้คือสีแดง
    ที่ร้อนแรงแฝงฝังทั้งชายหญิง
    จิตร้อนรุ่มรุมเร้าเฝ้าประวิง
    อาจช่วงชิงวิ่งคว้าใฝ่มาปอง

    บางคนบอกรักนี้คือสีครามม่วง
    ที่หล่นร่วงเร้นซ่อนค่อนทางหมอง
    รักเกี่ยวเพศเวทนาน้ำตานอง
    แม้นร่ำร้องใครเล่าจักเข้าใจ

    แต่รักฉันที่มีเป็นสีรุ้ง
    ที่พวยพุ่งมุ่งหมายปลายฟ้าใส
    เป็นสะพานข้ามพ้นถึงคนไกล
    เพื่อก้าวไปมอบรัก..และภักดี...

    เดินกลับมาที่บ้านพักอีกทีก็มืดแล้ว
    มองไม่เห็นน้ำทะเลอีกต่อไป
    ที่เห็นไกลออกไป คือน้ำหมึกดำข้น ไม่น่ามองเหมือนตอนกลางวัน

    จันทร์เสี้ยวทอแสงอร่ามตา กระจ่างไปด้วยดาวพร่าง

    บริเวณทอเรซด้านหน้าของบ้านพักลุงชิต
    บัดนี้ถูกจัดเป็นงานปาร์ตี้เล็ก ๆ แต่บรรยากาศดูอบอุ่นน่าสนุก

    ทั้งเทียนเกลียวหลากสี ถูกจุดเป็นระยะ
    พร้อมกับบไฟสปอตไลท์ดวงจิ๋ว ที่ซุ่มซ่อน ตามพุ่มไม้ใหญ่บ้าง ตามพื้นดินบ้าง
    ส่องสว่างทำมุมให้เกิดแสงเป็นจุด ๆ ดูมีมิติ

    ทำให้ ปาร์ตี้ Happy birthday ตี๋แทค ในคืนนี้ ดูคึกครื้นมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที

    " กลับมากันแล้วอาตี๋แทคเอ้ย ... นั่งเลย ๆ งานพร้อมแล้ว เหอ ๆ "
    เตี่ยแทค นั่งเป็นประธานที่หัวโต๊ะกินข้าว คงจะเรียกน้ำย่อยกันไปหลายแก้วแล้วกับลุงชิต
    ผ้าปูโต๊ะถูกเปลี่ยนใหม่ เป็นผ้าฝ้ายสีเขียวสด ตัดกับผ้ารองจาน สีเหลืองบ้าง แดงบ้าง ไม่ซ้ำกัน

    เครื่องดื่ม มีมากมายหลายอย่าง ตามแต่เลือกสรร
    ทั้ง สุรา , เบียร์ หรือเครื่องดื่มเด็ก ๆ สำหรับพวกผม สปาย วายน์ คูลเล่อร์
    ซึ่งผมเคยทานมาแล้ว 1 ครั้ง ในเต๊นท์ ที่สัตหีบ พร้อม ๆ กับ ตั๊ม และ ต๊อบ

    โดยที่ตี๋แทครู้เรื่องเข้าเลยหัวเราะใหญ่ บอกว่า " เด็ก ๆ ตนเองทานมาแล้วนักต่อนัก "

    เตี่ยแทคอนุญาตให้ผมกับตี๋แทค ดื่มสปายเรดได้ แต่ห้ามเกินคนละ 3 ขวดในคืนนี้

    " อย่าทานมาก เป็นเด็กเป็นเล็กนะอาตี๋ เดี๋ยวเมา "
    เตี่ยแทคเห็นผมกับตี๋แทค หยิบมาทานคนละขวด เลยบอกให้เบา ๆ
    " สร้อยอะไรจ๊ะ แปลกดีจัง ? " พี่พีร์ที่นั่งอีกฝั่งตรงข้ามกับตี๋แทคที่นั่งข้างผม
    ตาดีเสียด้วย

    อย่างว่าสร้อยมันก็ไม่ใช่เล็ก ๆ
    แถมตอนนี้ ตี๋แทคใส่เสื้อกล้ามซะด้วย มันก็เลยกลายเป็นการโชว์สร้อยไปโดยปริยาย

    ประโยคทักของพี่พีร์ ทำให้สมาชิกทุกคนภายในโต๊ะหันมามองที่คอตี๋แทคกันหมด
    " มันสร้อยวัยรุ่นนี่หว่า ไปหาซื้อจากไหนมาอาตี๋ ? " เตี่ยแทคเพ่งมอง เพราะนั่งค่อนข้างไกล
    " อ้นซื้อให้ วันเกิดผมครับ เตี่ย "

    เสียงตี๋แทคดัง ฉะฉาน มั่นใจ ไม่หวั่นใจใครอีกต่อไป
    เล่นเอาทุกคนหมดข้อกังขา

    แม้กระทั่งพี่พร เด็กที่บ้าน ... ที่เดินไปเดินมา คอยดูความเรียบร้อยบนโต๊ะอาหาร ยังอดเหลียวมองไม่ได้
    " สวยจังคะ ตี๋น้อย " การเอ่ยปากชมของพี่พรก็ไม่เข้าเค้าเอาเสียเลย

    ถ้าบอกว่ามันเท่ห์ ... ค่อยพอว่าหน่อย
    ตี๋แทคย่นหน้าเมื่อพี่พรพูดจบ
    " มันสวยตรงไหนละครับ ถ้าบอกว่าเท่ห์ พอว่า พี่พรนี่ตาไม่ค่อยดีนะ ช่วงนี้ "
    พี่พรหัวเราะใหญ่ ตี๋แทคเลยพูดต่อ ... ทั้งกันไว้ก่อน แต่ถ้ากันไม่อยู่แล้ว ก็ถือเป็นการแก้ตัวไปเลย
    " เตี่ยลองคิดดูสิ ผมออกจากห้องน้ำกับไอ้อ้นมา พี่พรแกเห็นเข้า ตกใจใหญ่ "

    คนฉลาดเท่านั้น ที่รู้เวลาจะพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสได้เมื่อใด

    วันนี้วันเกิดของตน จึงควรรีบอธิบาย

    ลุงชิตที่ฟังข้อเท็จจริงของตี๋แทคจนจบด้วยความเอ็นดูหลาน พูดเข้า
    " ก็จะเข้าไปอาบน้ำทำไมพร้อม ๆ กันสองคนเล่า หรือห้องอาบน้ำบ้านลุงมันน้อยไป "
    ลุงชิตเข้าใจไปอย่างนั้นเสียได้
    " คงจะอย่างงั้นแหละครับ ลุง เหอ ๆ "

    ขณะนี้ ผมไม่มีวันจะก้มหน้า ... เก็บปากไว้อมพระไว้อีกแล้ว
    เลยหัวเราะเชิดหน้าสนับสนุนตี๋แทคใหญ่
    " ไรกันก็ไม่รู้ครับนี่ ... "

    " เด็ก ๆ ก็ชอบเล่นแบบนี้ โตกว่านี้อีกหน่อยเหอะ อาตี๋ ซักประมาณ ม.ปลาย เดี๋ยวอายหุ่นกันไปเอง "
    โกทัชสนับสนุน " อาบพร้อมกันก็ดี ประหยัดน้ำ ถ้าไม่กลัวฟ้ามันผ่าลงมาละนะ "

    พี่พรมองผมกับตี๋แทคพร้อมกัน
    ตอนนี้ หล่อนคงคิดได้ว่า ไอ้เรื่องที่ผ่านหัวสมองของเจ้าหล่อน ที่กำลังจะลงมาปากนั้น
    มันกลายเป็นเรื่องเปล่าประโยชน์ไปแล้ว ที่จะเก็บมาฟ้อง ... เล่า ให้เจ้านายฟัง


    แม้เตี่ยแทค และม้าแทค จะเข้าใจว่าผมกับตี๋แทคเป็นอะไร
    แต่ก็ไกลเกินกว่าจะห้ามปรามแล้ว ...

    เดินมาไกล ...
    จนลืมเส้นทางสายเดิม ที่จะกลับไปยังจุดตั้งต้นแล้ว

    ตี๋แทคหัวเราะพร้อมดึงสร้อยคอ เส้นเก๋ ที่คอของตนไปมา
    ราวถนุถนอมเต็มที่ ...

    สร้อยเส้นนี้ ... ที่ผมซื้อให้ การอาบน้ำพร้อมกัน ...
    เตี่ยแทค ไม่เอาเป็นประเด็น เพราะวันนี้เป็นวันดี
    เป็นวันเกิดลูกชายคนเล็กของตน ที่จัดได้ตรงกับวันพืชมงคลด้วยพร้อมกัน

    " มีของกินอะไร ขนมาเลย เหอ ๆ อาตี๋เล็กมาแล้ว "
    เตี่ยแทคหันไปบอกพี่พร ให้ทำหน้าที่ที่ควรทำต่อไป

    อาหารช่วงเย็น สำหรับปาร์ตี้ คืนนี้ ...
    แปรเปลี่ยนไปจากมื้อกลางวันอย่างสิ้นเชิง
    เพราะไม่ได้ทำเอง หากสั่งจากร้านอาหารชื่อดังในตัวเมืองจันทบุรี

    ทั้งปลากระพงทะเลตัวใหญ่ ทอดกรอบ ราดซ๊อสเปรี้ยวหวาน
    ปลาหมึกนึ่งมะนาว ใส่หมอไฟใบใหญ่

    ของแกล้มเหล้าหลากหลาย
    ทั้งหอยหวาน หอยแครง หอยแมลงภู่ เผา
    กุ้ง กั้ง มีหมด

    หลากหลายรายการมากมาย

    ที่พิเศษไปกว่านั้น มีการร้องคาราโอเกะ Happy birthday เจ้าของวันเกิดไปด้วย
    บทเพลงหลากหลาย ที่พลัดกันร้อง ผมบ้าง ตี๋แทคบ้าง สนุกสนาน แถมมึนหน่อยๆ
    เพราะกิน สปาย เรด ไปมากกว่า 3 ขวดแล้ว

    เราทานกันไปเรื่อย ๆ ยุงไม่มากวน เพราะจุดธูปตระไคร้หอม ไว้ตลอด

    ทั้งแสนเทียน และ แสงไฟสีเหลือง ส่องสว่างเฉพาะจุด ทำให้บรรยากาศรอบตัว
    ดูโรแมนติก แล้วลึกลับอย่างบอกไม่ถูก

    ผมแตะนั่นนิด นี่หน่อย ก็อิ่มแทบแย่
    มีแต่ตี๋แทค เจ้าของวันเกิด ที่ไม่ค่อยบันยะบันยัง ทานเรียบ
    กุ้งหมดเป็นจาน ๆ แถมยังต่อด้วยหอยเผาอีกต่างหาก

    " เด็ก ๆ กินไปเหอะ ร่างกายมันเอาไปใช้หมด ไม่เหมือนคนแก่อย่างเตี่ย กินมากไม่ได้ คอลเลสโตร้อล มันสูงมาก "
    " เตี่ยอย่ากินเยอะเลย " ตี๋แทคดักคอ " เดี๋ยวเกิดมีแรงเตะปี๊บดังขึ้นมา อาม้าผมเหนื่อยใจแย่ "
    เตี่ยแทค เลยไม่รู้หอยติดคอ ไปกี่ตัวแล้วก็ไม่รู้

    งานนี้ที่ขอตัวไปนอนก่อน เห็นจะมีแค่อาม่าแทค คนเดียว
    ที่ไม่ชอบงานสังสรรอะไรมาก กินเสร็จพออิ่ม เลยไม่อยู่รีรออะไรใคร ตามประสาคนแก่ด้วย ค่ำแล้วก็ควรนอน
    ตี๋แทคเลยต้องเดินไปส่งเข้านอนก่อน แล้วค่อยปลุกเพื่อกลับเยาวราช หลังจากปาร์ตี้เลิกแล้ว

    ใจจริงเตี่ยแทคอยากจะค้างซักคืน แต่ อาม่าแทคไม่ยอม
    " จะปิดทำไมบ่อย ๆ รายได้มันหายไป ขับแป้บเดียวก็ถึงแล้วกรุงเทพ พรุ่งนี้ตื่นสายหน่อยก็ได้ ให้พวกเด็ก ๆ มันขายไปก่อน "

    ก็คงจะจริงอย่างที่อาม่าแทคบอก
    ร้านขายทอง หยุดไปวันสองวัน ก็ขาดรายได้ไปเยอะเหมือนกันนะ

    พออิ่มของคาวกันแทบหมดแล้ว
    ก็ได้เวลา จุดเทียนใส่หน้าเค้กวันเกิดให้ตี๋แทคเป่าเสียที

    โกทัชเป็นคนลุกไปหยิบเค้ก 2 ปอนด์ ปักเทียนรายมาวางตุ๊บ ที่หน้าตี๋แทค
    ตี๋แทค ตาโตหัวเราะใหญ่ แสงไฟทุกจุดปิดหมด เหลือแต่แสงเทียนฉายโชน

    ทุกคนลุกขึ้นยืน ร้องเพลง Happy birthday ให้ตี๋แทค พร้อมปรบมือเข้าจังหวะให้พร้อม ๆ กัน

    " Happy Birthday To you ... "

    พอร้องจบ ไฟทั้งหมดที่เปิดค้างไว้ดับลงในทันที ตี๋แทคที่ยืนข้าง ๆ ผมเป่าพรวดทันที
    เทียนจำนวนเท่าอายุ ก็ดับลงหมด

    ทุกคนปรบมือ แสงเทียนที่จุดเป็นระยะ วับวาว
    ช่วยสะท้อนโครงหน้า ตี๋แทค ฉายความสุขอันลึกล้ำ
    วันเกิดตัวเราเองนั้น ดั่งอุปเท่ห์ ให้เราครุ่นคำนึง ถึงวันเกิด

    จาก ... 1 ขวบ ... แต่ละปี อายุเพิ่มขึ้น ...
    ใกล้ขึ้น ใกล้ขึ้น ... ใกล้แก่ ... ใกล้มรณา
    ฤามีใครนึกได้ดั่งนี้ ...
    เกิด แก่ เจ็บ ตาย
    เป็นวัฏจักร ดำรงชั่วกัลปาล สืบไป ...

    " ขอให้คุณมีความสุขมาก ๆ รักผมนาน ๆ นะครับ "
    ผมแอบกระซิปที่หลังหูเมียผมเบา ๆ ดีนะที่มืดหน่อย ไม่มีคนสังเกต

    ตี๋แทคหันบอกผมเบา ๆ เช่นกัน " ได้เลยครับอ้น ขอบคุณมาก ๆ "

    ณ . วันนี้วันที่เรามีรัก
    ร่วมฟูมฟักบ่มใจของเราสอง
    นับจากวันที่เรานั้นสมปอง
    ทุกห้วงห้องต่างมีกันและกัน

    แม้ในวันข้างหน้าจะไม่รู้
    เธอจะอยู่หรือไม่ร่วมไต่ฝัน
    จะมีเธอหรือไม่ร่วมฝ่าฟัน
    จะผูกพันกับฉันนานเท่าใด

    เท่าที่รู้ตอนนี้คือมีรัก
    เนิ่นนานนักผ่านมาทุ่มเทให้
    เท่าที่รู้ตอนนี้อบอุ่นใจ
    ที่เราสองนั้นได้อยู่ด้วยกัน

    บอกได้เพียงคำเดียวในตอนนี้
    ใจที่มีให้เธอไม่แปรผัน
    สิ่งเดียวที่เป็นสิ่งที่สำคัญ
    คือเธอฉันอยู่ด้วยกันรักหมดใจ

    ไฟสปอตน์ไลท์ ถูกเปิดอีกที
    ความสว่างกลับมามีเหมือนเดิม

    เจ้าของวันเกิด ... ยินดีที่จะตัดเค้กแจกจ่ายให้ทั่วทุกคน
    ดูเหมือนว่าชิ้นที่หน้าเค้กตัดตรงคำแต่งหน้าแค้ก พอดิบพอดีว่า ' แทค '
    ตี๋แทคจะตัดใหญ่เป็นพิเศษ เพื่อไม่ให้ขาดคำ ยื่นให้ผม


    " อ้นกินชื่อผมไปละกัน กินอย่างอื่นไปแล้ว กินชื่อผมบ้างนะ "
    " เหอ ๆ ได้ครับ " ผมหัวเราะเขิน ๆ ไม่สนใจใครแล้ว
    ว่าที่บ้านแทคจะว่าอย่างไรเรื่องของเรา ...


    - - - -


    พวกเรากลับมาถึงเยาวราชก็เกือบเที่ยงคืน
    แม้จะดึกเพียงไร ระหว่างทาง เจ้าของวันเกิด ไม่ยอมหลับนอน
    เล่นตะแคงหัวมาซุนกับหัวไหล่ผมตามเดิม

    การเดินทางตอนกลางคืน ส่วนใหญ่ผู้โดยสารมักจะเพลียกัน
    เลยหลับกันเสียส่วนใหญ่ กอปร กับไฟรถที่ปิดมืด ทำให้ไม่มีใครสนใจใครนัก

    ของขวัญวันเกิดของตี๋แทค ทั้งจากโกทัช และ ลุงชิต มีจำนวนไม่มาก
    แต่ที่เด็ดสุด เห็นจะเป็นสร้อยขอของผมเส้นเดียว ที่ตี๋แทค ใส่ติดคอ
    แล้วนั่งลูบคลำไป - มา ด้วยความสเน่หา สุดหัวใจ

    " ชอบมากอะดิครับ คนเรา "

    ผมเผลอตัวหอมแก้มเมียผมอีกที ท่ามกลางความมืด และแสงไฟรถคันอื่นที่วิ่งสวนมาเป็นระยะ
    " ชอบสิครับ คุณให้อะไรผม ผมก็ชอบหมดแหละ เหอ ๆ "

    เราแอบสวีทกันเล็กน้อย ไม่ให้ประเจิดประเจ้ออย่างที่โกทัชเตือน
    แล้วก็ถึงเยาวราช

    คืนนี้หัวถึงหมอนแล้วก็แทบหลับเป็นตาย
    เพราะแค่วันเกิดตี๋แทควันเดียวเล่นเอาผมหัวหมุนไปเหมือนกัน

    ทั้งเรื่อง ... อีพี่พร ที่ดูท่าสมองกับปากจะอยู่ที่เดียวกัน ชอบฟ้อง
    กระต่ายตื่นตูมดีแท้
    ยังดีที่เจอผมกับตี๋แทค ระดะไว้ได้บ้าง

    แต่วันนี้ไม่ใช่จะสิ้นสุดลงไปทั้งหมด
    ยังมีวันหน้าอีกเล่า ...

    ดูเหมือน เจ้าของวันเกิด ก็คงหลับสบาย ในอ้อมกอดแข็งแรงของผม
    ท่ามกลางความมืด แล้ว ความเย็นฉ่ำของแอร์คอนดิชั่นเนอร์
    คงจะเหนื่อยกับความหฤหรรษ์ ที่ได้รับเต็มอัตรามาแล้ว ทั้งวัน
    เลยกรน เบา ๆ หลับพล๋อยไปอย่างง่ายดาย

    เช้าพรุ่งนี้ ... ผมก็คงต้องลงมาช่วยเตี่ยแทคขายทองตามเดิม
    พูดถึงก็ดีเหมือนกันนะ ลงมาช่วยธุรกิจ พ่อตา กับ แม่ยาย

    เหอ ๆ ' น้ำขึ้นควรต้องรีบตัก '
    เตี่ยแทคจะไม่รู้ซึ้งถึงความนัยของผมกับลูกชายคนเล็กของตนบ้างเชียวหรือ
    ว่ามันเป็นยังไง ?

    รู้ ... แต่ไม่ยอมรับรู้ ก็มีมาก
    แต่ก็ดีกว่า รู้ แล้ว ปฏิเสธ อย่างสิ้นเชิง



    ในอากาศนั่น
    รู้ว่าที่โล่งนั้น มีลม
    แต่เมื่อไม่มีอะไรปลิว อะไรไหว
    จะรู้ได้อย่างไรว่ามีลม

    จึงเอาใจใส่เข้าไป
    ให้ใจไกว ให้ใจไหวไป
    ให้รู้ว่าที่โล่งนั้น มีลม


    - - - -


    เช้านี้ตี๋แทคยังปล่อยให้ผมนอนอย่างสบาย
    ผมหรี่ตามองร่างเมียผมนิด ๆ นับวันตัวยิ่งโต แววความเป็นหนุ่มฉายเต็มที่
    แต่งตัวก็เก่งน่ารัก ตามประสาเด็กสยาม ฯ
    เห้อ ... สมเป็นตี๋อินเตอร์ดีแท้

    ก่อนออกจากห้องไปเรียนพิเศษ ตี๋แทค จุ๊บผมอีกที ที่ข้างแก้ม

    " ไปเรียนละนะครับ เดี๋ยวพี่พรจะเอาโจ้กมาให้กินนะ อย่านอนตื่นเที่ยงละ ตลาดวายหมด "
    ผมปรือตายิ้มรับ อยากจะกอดเมียผมซักที เพราะกลิ่นโคโลญน์หอมกรุ่น ฝุ้งตลบไปหมด
    แต่ก็กลัวตี๋แทค จะไปเรียนไม่ทัน
    เลยหลับตานอนต่อดีกว่า

    อีกนานพอควร ที่เสียงอินเตอร์คอมดังขึ้น พร้อมเสียงพี่พรกรอกมา

    " น้องอ้นจ๊ะ เดี๋ยวพี่จะเอาโจ้กยกไปให้นะ หรือจะลงมาทานข้างล่าง "
    " ไงดีละครับ ? เอาขึ้นมาดีกว่าครับ ... "

    ที่บ้านตี๋แทค ... ไม่มีใครสนใจว่าแขกที่บ้านจะปฏิบัติตัวกับเด็กที่บ้านของตนอย่างไร
    คนใช้ก็มีหน้าที่อย่างคนใช้ ... ไม่มีสิทธิ์เลือกปฏิบัติ

    ถ้าไม่คิดจะทำ ก็ถือว่าไม่เหมาะกับหน้าที่นี้

    คนเราต้องรู้จักหน้าที่แห่งตน แล้วควรเคารพหน้าที่คนอื่น
    สังคมจึงจะสงบสุข

    อย่างพี่พรเอง อาจจะงานสบาย ว่างไปหน่อย เลยชอบสาระแนเรื่องเจ้านาย
    คอยดูเถอะ ... พี่พรเองคงจะต้องได้รับบทเรียนข้อนี้จากผมด้วยเช่นกัน

    สาระแนดีนัก ผมก็จะทำให้สาระแนในสิ่งที่ผมต้องการ
    ผมยังใส่ชุดนอน เปิดโทรทัศน์ดู รายการ ยูบีซี ไปเรื่อย ๆ
    เหลือบมองนาฬิกา ที่ฝาผนังห้อง ก็ยังไม่ 10 โมงเช้าดี
    ก่อนเที่ยงผมคงลงไปช่วยเตี่ยแทคขายทองได้

    เสียงเคาะประตูดังขึ้น
    แล้วพี่พรยก โจ้กควันกรุ่น พร้อมเครื่องพวงมาพร้อมเพรียง

    " วางเลยนะคะ น้องอ้น "
    " ครับผม " ผมปลายตามองเจ้าหล่อนนิด ๆ หายใจลึก ระบายความโกรธคิดเสียว่าเรื่องเมื่อวาน ควรยุติ
    ไม่ควรขุดขึ้นมาต่อความยาวสาวความยืด พี่พรอาจจะเข้าใจว่า ผมแก้ตัวกับความจริงที่หล่อนเข้าใจก็ได้
    " ไม่ออกไปเรียนพิเศษกับตี๋น้อยหรือคะนี่ ? "

    แม้จะถามธรรมดา หากน้ำเสียงมีความสนใจใคร่รู้อยู่ในที
    " ขี้เกียจเรียนนะครับพี่ " ผมก็พูดตรง ๆ
    " ตัวไม่ได้ติดกันซะหน่อย ปล่อยให้มันไปหวานกับน้องกิมเหอะ "

    พี่พรน่าจะรู้จัก ' กิม ' ลูกสาวคนเดียวของเฮียเปียได้
    ว่าทั้งสองบ้าน เขาสนับสนุน ให้บุตรของตน จะให้หมั้นหมายกัน
    " อ้อ คะ ... กิมเขาน่ารักดีเนอะ " พี่พรทำน้ำเสียงชื่นชมจริงจัง ดุจให้ผมมีอารมณ์ร่วมไปด้วย
    แต่ผมเฉย ๆ แถมหัวเราะต่ออีก
    " น่านสิ ไอ้แทคมันจะได้มีสาว ๆ มาดูแลแต่เด็ก ๆ เหมาะกันดีเนอะพี่พร "

    พี่พรมองผม เมื่อผมพูดจบ ก็คงเกิดความสับสน หลากหลาย
    เพราะถ้าคิดว่าผมกับตี๋แทค เป็นแฟนกัน
    แล้วแฟนกันทำไมปล่อยให้มีผู้หญิงอื่นมาเกาะแกะได้
    " ก็ดีนะ เห็นน้องกิมเขาชอบมาติวหนังสือกับตี๋แทคเย็น ๆ นะคะ เตี่ยเขามาส่ง "

    พี่พรพูดไปเรื่อย ๆ
    ตามประสาคนช่างเล่า ช่างฟ้อง
    คงจะทดสอบอารมณ์ผมไปด้วยแหละ ว่าผมรู้สึกอย่างไร
    ไอ้เรื่องแบบนี้ผมรู้นานแล้ว แต่ถ้าฟังจากปากคนอื่นบ้างน่าจะดี

    ปล่อยให้พี่พรพูดไป เราเองทำเฉย ๆ เอาไว้ เดี๋ยวก็หลุดมาจนหมดเองนั่นแหละ
    อย่าแสดงความตื่นเต้นอยากรู้ หรือ ไม่อยากรู้

    " วันก่อนเห็นน้องกิมซื้อตุ๊กตาหมีให้ตี๋น้อยด้วยนะ น้องอ้น แหม ... แต่ตัวคงเล็ก ตี๋น้อยเลยเอาไว้ข้างล่าง "
    " น่านสิ ... พี่พรช่วยยกมาไว้ข้างเตียงไอ้แทคมันสิ " ผมนึกสนุก

    พี่พรส่ายหัวขยาด " ไม่ได้เลยคะ ของชิ้นใด วางไว้ตรงไหนก็ตรงนั้น เดี๋ยวตี๋น้อยโกรธพี่ละแย่เลย "
    ผมหัวเราะต่อ เพราะรู้ซึ้งถึงอุปนิสัยเมียผม ว่าเจ้าระเบียบพอตัว
    เลยลุกจากเตียง มาเตรียมรับประทานอาหารเช้า

    โจ้กชามเบ่อเริ้ม ควันฉุย ในถ้วยเล็กถ้วยน้อยที่รายรอบอยู่นั้น
    มีต้นหอมซอยหยาบ ขิงแก่ซอย หมี่กรอบ แถมไข่ลวกทั้งใบ ใส่ในที่วางไข่เซรามิคสีครีม
    กับเครื่องพวงอันเป็นเครื่องปรุงรสหลากหลาน

    ผมใส่ทุกอย่างลงในถ้าย
    เติมซีอิ๋วขาวเสียหน่อย จะได้มีรส
    พี่พร นั่งนิ่ง ๆ คงคิดว่าอู้งานเสียหน่อย มาอยู่ในห้องตี๋แทคเย็น ๆ
    ได้สนทนา ล้วงความลับที่คาใจเอาใจผมได้ด้วย

    ดีทั้งขึ้นทั้งล่อง
    แต่หารู้ไม่ ...
    ผมนี่แหละ กำลังจะบิดเบือนความเข้าใจของพี่พร ไปเลยต่างหาก
    อยากจะรู้ดีนะ ก็ให้รู้ได้ ...

    " ผมนี่มาอยู่กรุงเทพนาน ๆ ก็เบื่อเหมือนกัน แต่ก็เบื่อน้อยกว่าอยู่บ้าน คิดถึงแฟนนะ "
    คำว่า ' แฟน ' ทำให้พี่พรตาโต หลุดปากถาม
    " น้องอ้นมีแฟนแล้วหรอ ? "
    ผมรีบพยักหน้า เบ็ดที่ตกไว้ ... บัดนี้ปลากินแล้ว

    " แฟนผมโคตรสวยละพี่ ถามไอ้แทคสิ "
    " อ้อคะ ... ตัวโต สูงใหญ่ แบบน้องอ้นของหาสาว ๆ ได้ไม่ยาก "
    " ก็น่าจะยากกว่าไอ้แทคนะ นั่น ... มันหล่อ โห่พี่ สาวติดมันตรึม อยู่เมืองสิงห์นี่ควงไม่ซ้ำรายเลย "

    พี่พรพยักหน้าเออออใหญ่
    เจอผมยัดสมองด้วยประเด็นใหม่เข้าไป
    แล้วเจ้แก ... ก็รีบลุกขึ้นขอตัวไปทำงานต่อไป
    คงจะสมความตั้งใจของแกแล้วนั่นเอง

    ผมหัวเราะต่อ ...
    อยากจะล้วงความลับจากเรา
    ก็ได้ไปแล้วนี่ ... ความลับ

    ไม่ต้องขุดเรื่องเดิมออกมาแก้ตัว
    แต่ควรนำเรื่องใหม่ยัดใส่หัวแกไป

    คนไม่มีวิจารณญาณ
    มีอารมณ์จดจ่อ ในเรื่องของชาวบ้าน
    ไม่ยากอะไรที่ ' ความคิด ' จะแปรเปลี่ยน กลับไป - กลับมาได้โดยง่าย

    โจ้กร้อน ๆ อุดมไปด้วยหมูสับทรงเครื่องปั้นเป็นก้อนๆ
    ตอกไข่ลวกใส่ไปอีกหน่อย อร่อยเลิศ
    ยิ่งได้เห็นคนบางคน หลงเชื่อในบางสิ่ง ยิ่งทำให้ผมพอใจ
    My Endless Love, Meu Amor


    มาติดตามอ่านนิยายสนุก ๆ กันครับ ห้องสมุดพี่เคท / LWชSนาคราช / หนังสือออกใหม่

  8. #143
    หัวหน้าสาขา รูปส่วนตัว ivan2009
    สมัครเมื่อ
    Aug 2009
    ที่อยู่
    In your heart!!
    โพส
    3,887
    อัฐ
    5,570
    1,380
    263
    Increase Font Decrease Font

    มาตรฐาน ตอบ: Love sex & Love game... "กลเกมร้อนรักไฟสวาท" Update 01/11/52

    วันนี้ทั้งวัน ผมลงไปช่วยเตี่ยแทคขายทอง สนุกดี
    เตี่นแทคยิ้มดีใจใหญ่ เพราะผมเป็นงานเร็ว ไม่ต้องเทรนด์กันมาก
    ก็เหมือนเราได้ทำในสิ่งที่เราชอบ เลยไม่รู้สึกเบื่อหน่าย

    แถมตอนกลางวัน เตี่ยแทคสั่งติ๋มซำมาทานอีก
    ผมใช้ตะเกียบได้คล่องแล้ว ไม่มีปัญหา สำหรับของอร่อยตรงหน้า

    ผมเลยนั่งทานกับที่บ้านตี๋แทคด้วยความสะดวกใจ
    " ไงอาอ้น ชอบขายทองละสิ เหอ ๆ ? "
    อาม่าตี๋แทคถามผมตอนรับประทานติ๋มซำด้วยกันตอนกลางวัน
    " ก็ชอบครับ ขายง่ายดีละครับม่า "
    " ใช่ ๆ มันขายง่าย ปิดเทอมเมื่อไหร่มาช่วยอั๊วะขายได้อีกนา " เตี่ยแทคบอก
    " ครับผม ... "

    ผมกับเตี่ยแทคมองหน้ากัน
    ดูเหมือนเตี่ยแทคจะมีอะไรอยู่ในใจอยากจะถามผมเหมือนกัน แต่ก็คงไม่กล้าถาม

    ผมเลยเฉยเสีย ...
    อาม้าแทคที่ไม่รู้อะไรเลย ก็ชวนผมคุยนั่นคุยนี่
    เผลอแป้บเดียว ... ก็เย็นแล้ว


    หากเย็นนี้ ... ตี๋แทคกลับมาบ้าน ... พร้อมกับ ' หมวยกิม '
    ว่าที่คู่หมั้นเมียผม ...

    หมวยกิมเห็นผมเข้า ก็ทักทายเพราะว่าหล่อนพอจำได้ ว่าเจอกันครั้งก่อน
    ผมยิ้มให้ ... แสดงไมตรีจิตตามปกติ

    " ไงครับคุณ วันนี้ขายได้กี่เส้น ? " ตี๋แทคเรียกผมว่าคุณตามปกติ
    ผมเองเลยไม่รู้จะว่าไง ต่อหน้าต่อตา หมวยกิมเขาซะด้วย
    หวานเกินไปเป่า ?

    " เดี๋ยวเย็นนี้ กิมเขาจะมาติวคณิตกันกับผม คุณก็ติวด้วยนะ "
    ตี๋แทคบอกแบบไม่เชิงปรารภกับผมเท่านั้น
    หากเป็นการบังคับอยู่กราย ๆ ให้ผมต้องอยู่ติวด้วย
    ผมส่ายหัวทำหน้าหน่าย

    " ยังไม่ถึงเวลาสอบซะหน่อย เอาคณิตมาสุมกบาลผมอีกแล้ว "

    ผมเลยบ่ายเบี่ยงต่อ " คุณก็ติวกับกิมไปเหอะ ตามสบาย เดี๋ยวผมนอนเล่นเงียบ ๆ ก็ได้ "
    " ไม่เอา นี่ผมพากิมมา ก็เพราะจะได้ติวพร้อมกันสามคนไปเลยไง "

    หมวยกิม หน้าจืด ... แต่หัวใจคงไม่จืดไปด้วย แม้ดูท่าไม่น่าจะรอบจัดมาก
    เพราะยังเด็กอยู่ และคงจะเรียนดีพอสมควร

    ผมมองแว่บเดียวก็รู้ว่า ... ผู้หญิงคนนี้ มีใจปฏิพัทธิ์กับตี๋แทค
    ลักษณะการมองเมียผม การแตะเนื้อต้องตัว คำพูดคำจา มีแววออดอ้อน
    อยากเปิดเผยความนัยอยู่ในที
    ผู้หญิงแอบชอบใครดูไม่ยากหรอก ...

    ผมหัวเราะชอบใจ พยักเพยิดให้ตี๋แทคใหญ่
    " ก็ติวกับกิมเขาสองคนก็ได้ ดูท่ากิมเขาอยากจะติวกับคุณสองต่อสองมากกว่านะ "

    ตี๋แทค ขยิบตาใส่ผมใหญ่ แต่ผมทำหน้าเฉยเสีย ผมยิ่งสนุก นาน ๆ ได้แกล้งเมีย
    " เอาน่า ติวกันเหอะ สองต่อสอง ไม่น่าเกลียดหรอก "

    แต่ให้อย่างไรในท้ายสุด
    ตี๋แทคก็ลากผมขึ้นไปติวกับตนเสียได้ ในห้องรับแขก ขนาดเล็กที่ชั้นบน
    อันไม่ใช่ห้องนอนของเจ้าตัว ซึ่งเป็นที่รโหฐานดูน่าเกลียดเกินไป

    เตี่ยแทคหัวเราะชอบใจ ... ที่ให้เด็ก ๆ ได้รู้จักกันเอาไว้
    ผมรู้แกว ว่าเมียผมนะไม่เท่าไหร่หรอก
    มีแต่หมวยกิมแหละ ... จิกเมียผมตลอด

    " แทค ... จะติวนะ "
    " แทค ... ติวตรงนี้เยอะ ๆ หน่อย "
    " แทค ... กิมไม่เข้าใจตรงนี้เลย "
    น่าจะอ้อนแบบนี้ไปเลย ตรงประเด็นสุด ๆ
    " แทค ... แทค ... แทค กิมอยากได้แทคเป็นผัว "

    มันก็น่าสนุกเหมือนกันนะ
    ผมไม่มีสมาธิจะสนใจฟังตี๋แทค ร่ายยาวคณิตศาสตร์ให้ผมฟังหรอก
    ได้แต่นั่งกลั้นหัวเราะเมียผมเจอ ' ชะนีอ้อน ' เข้าให้ต่างหาก

    ชะนีเด็กก็คันเป็นนะ ...

    ตี๋แทคพยายามทำหน้าปกติ
    แต่ผมรู้ภายในใจ เคืองแค้นผมมากมาย แล้วจะพูดอะไรออกมามากก็ไม่ได้
    เพราะ กิมเขาตื้อ อ้อน เมียผมไม่ยอมปล่อย

    " อืม ... เข้าใจเป่าอ้น ? "
    น้ำเสียงเข้ม ๆ ของเมียผมที่ถามขึ้น พยายามสื่อความเข้าใจสำหรับผมว่า
    อย่ากวนตีนมากไปกว่านี้ ให้ตั้งใจฟังเมียผมติวบ้าง
    ผมอมยิ้มตอบ ทำสีหน้าสงบเสงี่ยม " เข้าใจเยอะเลยละ "

    " ไหนลองอธิบายหน่อยสิ เข้าใจไง ? "
    " เข้าใจว่า คู่กันไง " ผมตอบรวนเร

    " เอะ ... ยังไงอ้น ? " กิมหันมามองหน้าผมทำงง
    พร้อมกับหยิบน้ำกระเจี๊ยบในแก้วทรงกระบอกสูง มีละไอฝ้าขาวจับอยู่เต็มแก้วขึ้นดื่ม
    " อ้าว ... มันคู่กันไง ระหว่าง สมการ A กับ B หุหุ "

    ผมก็ไปของผมได้เรื่อย
    กิมคงรู้ว่าผมคุยเล่นสนุก ล้อแซวตนกับตี๋แทค หน้าเลยแดงจัดราวลูกตำลึงสุกอย่างเห็นได้ชัด
    " อ้น ก็ ... พูดอะไรก็ไม่รู้ "
    " ถูกใจละสิ " ผมหยอกกิมต่อ

    เล่นเอาตี๋แทค ส่งสายตาอาฆาตมาดร้าย
    ผมแทบสะดุ้งเพราะสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิต ได้ในทันที
    ผมหัวเราะชอบใจ " ไงอาตี๋ เหนื่อยยัง ดื่มน้ำกระเจี๊ยบหน่อยมา " ผมส่งแก้วให้
    ตี๋แทค พยักหน้า ส่งสายตาเอาเรื่องสุด ๆ มาทางผมต่อเนื่อง

    ผมได้แต่หัวเราะตอบ ได้แกล้งเมียเล่นมันสนุกแบบนี้เชียว

    ติวกันนานพอสมควร แล้วเตี่ยแทคก็ขึ้นมาบอกว่า ' เฮียเปีย ' บิดาของหมวยกิม
    มารอรับลูกสาวสุดที่รักกลับบ้านแล้ว

    " ขอบใจมากนะแทค " กิมยังหยอดลูกตื้ออยู่ " ที่ติวให้ ติวอีกเมื่อไหร่ดี "
    " ไม่รู้เหมือนกันนะ เราก็ติวหมดแหละ ทั้งอ้น และทั้งกิม "
    " เห้ยย ไม่ได้เกี่ยวไรกับเรานะ ติวกันสองคนแหละ "
    ผมออกตัว เล่นเอาตี๋แทคปรามผมด้วยสายตาไม่ทัน

    เตี่ยแทคหัวเราะชอบใจ คงมั่นใจว่า ' เข้าเค้า ' ที่ตี๋แทคคงจะสนใจหมวยกิมอยู่บ้าง

    ทำให้เรื่องผมกับลูกชายตน ซึ่งดูเหมือนจะเป็นความจริงอย่างที่คิดเอาไว้ว่า
    น่าจะถอยห่างไป

    " รู้จักกันเอาไว้แหละดี มาติวได้บ่อย ๆ นะ อาหมวยกิม เพราะต่อไป อาแทคจะกลับเมืองสิงห์แล้ว "

    เตี่ยแทคลูบหัวกิมด้วยความเอ็นดู
    พร้อมกับเดินมาส่งกิมกลับบ้านพร้อมกับเตี่ยของตนไป
    ไม่วายที่หมวยกิมจะส่งสายตาหวานเยิ้ม มาให้เมียผมอีก
    เล่นเอาเมียผมหน้าแดงเบือนหน้าหลบไม่ทันทีเดียว

    " เย็นนี้กินอะไรดี ฮะอาตี๋ ? " อาม้าแทคถามอีกที
    " ไรก็ได้ม้า ทำเสร็จก็เรียกละกัน ขอขึ้นไปดวลเกมส์กับ อ้นก่อน "

    ตี๋แทคหันขวับมองผม ตวัดน้ำเสียงแบบนี้
    ย่อมหมายใจได้ ว่าผมเจอเมียผมเล่นอ่วมมากกว่าเกมส์แน่นอน
    ผมหัวเราะเบา ๆ ทำสีหน้าสะใจ ... พร้อมเดินขึ้นข้างบนพร้อมตี๋แทค


    - - - -


    พอห้องประตูปิดลงเท่านั้นแหละ
    เสียงตี๋แทคแว้ดผมทันที

    " เอ ... คุณนี่ยังไงนะ ให้มาคุมผม ทำหวานกับผม ดันมาสนับสนุนเจ้กิมเสียนั่น "
    " เอ้า ทำไมอะ ... มันน่าสนับสนุนคุณกับกิมออก เห็นไหม กิมเขาเอาใจคุณใหญ่เลย แล้ววันเกิดนี่เขาให้อะไรละ ? "
    " ไม่ได้ให้อะไรหรอก แค่พาไปเลี้ยงข้าวตอนเที่ยงเฉย ๆ "
    " นี่ ... ชัยพืช ! " ผมบีบแก้มเมียผมเบา ๆ " แอบสวีทนะนี่ "

    " เลิกพูดเลย รำคาญซะแล้วนะ ต่อไปจะไม่พากิมมาแล้ว คุณไม่ช่วยผมทำตามแผนเลย "
    " โอ้ยยย ... จะไปให้กิมมันรู้ทำไม เรื่องของเรา ปล่อยให้หล่อนฝันเฝื่อง แบบฝันกลางวัน ไปเถอะครับ "

    ผมหัวเราะเบา ๆ พร้อมดึงตัวเมียให้นั่งตักผม บนที่นอนแสนนุ่ม
    กลิ่นเหงื่อ ผสมโคโรญน์กลิ่นกรุ่น
    ผมเลยซุกหน้าไปดอมดมทั่วทั้งแผ่นหลังเมียผมใหญ่

    " เสน่ห์แรงแบบคุณผมชอบครับ จะไปสนใจทำไม มีคนชอบดีกว่ามีคนเกลียดนะ "

    ตี๋แทค หันหลังมาดูดปากกับผมใหญ่
    เราดูดปากกันได้ตลอดเวลา
    จะก่อนแปรงฟัน หรือ หลังแปรงฟัน
    ลิ้นเมียผมนุ่มหวาน

    เชื่อเหอะ ... เพียงกอดกัน ดูดปากกัน มันไม่จบแค่นั้นง่ายๆ

    อารมณ์เร่าร้อนของเมียผม เพิ่มมากขึ้นทุกขณะ
    เลยผลักผมให้ล้มลงบนเตียง

    " คุณมันปากดีนักไม่ช่วยผมแล้วยังจะซ้ำเติม เจอดีแน่ครับ "
    ผมหลับตาพริ้ม เตรียมโดนตี๋แทคลงโทษ ซึ่ง ไม่มีอะไรคอขาดบาดตาย

    นอกจากเสียงบ้วบบบบ อย่างหิวกระหาย เท่านั้นเอง ...
    " ยังจะสู้อีกนะ คนเรา "

    ตี๋แทคพูดได้ไม่เต็มเสียง เพราะมีของดีอุดปากอยู่


    - - - -


    ผมอยู่เยาวราชกับตี๋แทคอีกเป็นอาทิตย์
    จนใกล้เวลาเปิดเทอมแล้ว ที่บ้านผมก็โทรตาม

    " กลับบ้านกลับช่องเสียที คุณอ้น หลงแสงสีบางกอกจนลืมบ้านเลยหรือไง ? " คุณแม่ผมโทรหา
    " ก็กำลังจะกลับนี่แหละ ... "
    " จะเปิดเทอมแล้ว กลับมาเหอะ "

    ผมเอาเรื่องนี้ไปปรึกษาตี๋แทคอีกที
    ซึ่งตี๋แทคยังเหลือวันที่จะต้องไปเรียนพิเศษอีกหลายวัน

    " งั้นผมขอกลับก่อนนะ ... " ผมก็ต้องตามใจที่บ้านผมบ้าง
    " เอางั้นหรือ ? อย่าเพิ่งเลย " ตี๋แทคมีทีท่าไม่ยอมให้ผมกลับก่อน
    " มันใกล้เปิดเทอม ขึ้น ม.3 แล้วนะคุณ " ผมสวมกอดเมียผมอีกที
    " ผมกลับก่อน อีกไม่กี่วันคุณก็กลับมาเจอผมเองแหละ "

    แม้เตี่ยแทคเองพอรู้ข่าวว่าผมจะกลับเมืองสิงห์
    ก็ยังบอกให้กลับพร้อมกันกับบุตรชายตน

    " เดี๋ยวอั๊วะจะขับไปส่งอาตี๋เองอยู่แล้ว อาอ้นก็รอหน่อยสิ "
    " เหอ ๆ คุณแม่ผมโทรตามแล้วนะครับ " ผมใช้ข้ออ้างเดิม
    และได้ผลเสียด้วยเหอะ เหอ ๆ

    " งั้นก็ตามใจลื้อละกัน " เตี่ยแทคแล้วแต่ผม เพราะเห็นว่าที่บ้านผมโทรตาม

    คนเราบางทีก็อยากมีเวลาอยู่กับครอบครัวด้วยเช่นกัน
    ปิดเทอม Summer นี้ดูเหมือนว่า เวลาแทบทั้งหมด ผมจะให้ไว้แต่เฉพาะที่เยาวราช

    คนเราก็มีคิดถึงบ้านบ้าง ไม่เหมือนตี๋แทคนี่
    ช่วงปิดเทอม ขึ้นมาอยู่เยาวราช พร้อมหน้าพร้อมตา พ่อแม่ลูก
    ผมก็คิดถึงบ้านผมบ้างละสิ

    ตี๋แทคเลยต้องมาส่งผมที่หมอชิตเหมือนเดิม
    โดยไม่ต้องมีคำลาอะไรมาก

    " แล้วเจอกันครับ ... อ้น อย่าไปดื้อไปซนแถวไหนละ โดยเฉพาะแถวหมู่บ้านมังกรทอง "

    ตี๋แทคโบกมือลา พร้อมคำประกาศิต ที่ผมพร้อมจะปฏิบัติตาม
    ผมเดินขึ้นรถ ยังไม่วายบอกตี๋แทคอีกที
    " อยู่ที่ไหน ก็ไม่หนุกเท่าที่ที่มีคุณหรอกครับ "


    เวลาที่เริ่มนับถอยหลัง
    มีบ้างที่ทำให้รู้สึกใจหาย
    แต่มันก็ต้องก้าวต่อไป
    วันนี้ยังพอมีเวลา ยังอยากรู้สึก ยังอยากบอก

    คุณรู้ไหมไม่ว่าวันนี้ พรุ่งนี้ หรือไม่ว่าจะอีกนานแค่ไหน
    ไม่ว่าผมจะอยู่ตรงนี้ที่เดิม หรือผมจะก้าวเดินออกไปไกลแค่ไหน

    รู้ไว้นะหัวใจ จะยังคงอยู่ที่เดิม
    ในวันที่คุณเหนื่อยล้า วันที่คุณท้อแท้
    จำไว้นะผมยังยืนอยู่ข้างคุณ

    ในวันที่คุณสุขล้น อิ่มเอมใจ
    ผมเฝ้ามองและยิ้มไปกับคุณ คุณรู้ใช่ไหม

    ในวันที่คุณป่วย
    คุณคงรู้ว่าผมจะเป็นห่วงคุณมากแค่ไหน

    เชื่อมั่นนะว่ามันจะคงอยู่และไม่แปรเปลี่ยน
    แม้ตลอดเวลาที่ผ่านมามีบ้างที่ผมรู้สึกอ่อนแรงและคิดที่จะหยุด

    มีวันที่ผมเหนื่อยและหวั่นไหว
    แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่มีอยู่มันจะลดน้อยลงไปจากเดิม

    ..

    ผมเคยบอกคุณหรือยัง ? ?
    คุณคือคนเก่งของผม สิ่งที่คุณทำและตัดสินใจ

    แม้อาจพลาดบ้าง ... ผิดบ้าง แต่ผมเชื่อในตัวคุณและคุณก็ผ่านมันไปได้

    คุณคือคนดีของผม ไม่มีใครบนโลกใบนี้ที่จะสมบูรณ์แบบ
    คนทุกคนมีทั้งด้านบวกและด้านลบ เรื่องทุกเรื่องมันมีทั้งเหตุและผล

    ขอให้คุณเป็นคุณในแบบที่คุณเป็นต่อไป
    ผมว่ามันพอเพียงสำหรับอะไรหลาย ๆ อย่าง

    ผมเชื่อมั่นในคุณ และผม


    ระหว่างทางที่ผมนั่งรถทัวน์กลับมาเมืองสิงห์นั้น
    มีเรื่องให้คิดหลากหลาย

    ผมก็คงจะเริ่มโตขึ้นอีกแล้ว
    เพราะอีกไม่อีกวัน ผมก็จะขึ้น ม.3 แล้ว




    โตขึ้น ... คงจะมีสิ่งให้รับผิดชอบมากขึ้น
    ที่สำคัญเมียผมก็ยังคงน่ารักเหมือนเดิม
    ผมเอนเบาะลง หลับตา เพื่อให้ภาพต่าง ๆ เลื่อนไหลไปเรื่อย ๆ

    นับตั้งแต่รู้จักตี๋แทค ตั้งแต่ ม.1
    เล่นเอาชีวิตผมเปลี่ยนแปรไปอย่างมากมาย
    ทั้งเรื่องดี และ เรื่องร้าย ผันผ่านไป
    แต่ด้วยความเป็นเด็ก ทำให้คิดว่า มันผ่านไปแล้ว ก็แล้วไป

    เชื่อเหอะ ... สำหรับ นักเรียน ม.3 แบบผม คงจะมีอะไรให้ทำอีกมากมาย
    เรื่องของผมกับตี๋แทค ยังต้องดำเนินต่อไป

    รออีกหน่อยเถิด ... ชีวิตของเด็ก ม.3 กำลังจะเริ่มเปิดม่าน ...
    ระหว่างอยู่คนเดียวที่เมืองสิงห์นี่ ควรเตรียมตัว เตรียมใจ ต้อนรับ ชีวิตมัธยม 3
    ที่น่าจะมีอะไรหลายอย่าง ให้เรียนรู้
    ว่าแต่ ตี๋แทค ... เขาจะยังซุกซนทำเอาหัวใจผมว้าวุ่นอยู่เหมือนเดิมไหมนี่ ...

    อันความฝันมีไว้อยู่ในจิต
    แม้มืดมิดหนทางไม่ห่างหาย
    หอบหัวใจใส่กระเป๋าเคียงคู่กาย
    จุดมุ่งหมายแม้ไกลก็พร้อมทน

    เกิดเป็นคนครั้งหนึ่งควรมีฝัน
    ร่วมฝ่าฟันปัญหามีสักหน
    แม้หนทางยาวไกลให้อดทน
    ผ่านแดดฝนกระหน่ำให้ช้ำใจ

    เปรียบความฝันก็เหมือนทางสายหนึ่ง
    ที่คล้ายคลึงเรื่องจริงดั่งสิ่งหมาย
    ผ่านที่สวยงดงามดอกไม้พราย
    บางทีร้ายลำเค็ญไม่เห็นทาง

    แม้สองเท้าก้าวเดินทีละนิด
    ไม่หลงผิดแม้มีเครื่องกีดขวาง
    มีทางโค้งวกวนให้หลงทาง
    เพียงก้าวย่างมั่นใจในตัวเรา
    My Endless Love, Meu Amor


    มาติดตามอ่านนิยายสนุก ๆ กันครับ ห้องสมุดพี่เคท / LWชSนาคราช / หนังสือออกใหม่

  9. #144
    หัวหน้าสาขา รูปส่วนตัว ivan2009
    สมัครเมื่อ
    Aug 2009
    ที่อยู่
    In your heart!!
    โพส
    3,887
    อัฐ
    5,570
    1,380
    263
    Increase Font Decrease Font

    มาตรฐาน ตอบ: Love sex & Love game... "กลเกมร้อนรักไฟสวาท" Update 01/11/52

    ตี๋แทคเมียผมมาถึงเมืองสิงห์บุรีก่อนวันเปิดเทอมภาคเรียนที่ 1
    ของชั้น ม.3 เพียงแค่วันเดียว
    โดยเตี่ยของตนมาส่งที่บ้าน พร้อมแวะมาเยี่ยมคุณย่าผมที่บ้านเหมือนเดิม

    เป็นครั้งแรกที่ อาม่าของตี๋แทค และ คุณย่า ผมได้เจอกัน
    เลยสนทนากันใหญ่ตามประสา ' คนแก่ '

    อาม่าตี๋แทค และ คุณย่าผม มีอะไรคล้ายกันหลายอย่าง
    โดยเฉพาะเรื่อง ' ใจเด็ด ' ไม่ง้อลูกหลาน แถมยังระเบียบเข้มแล้ว ...
    พอ ๆ กันเลยล่ะ คุณย่าผมเป็นคนมีสัจจะ มักบอกลูกหลานให้ถือศีล 5 ให้ได้เสมอ
    กับอาม่าแทคก็ไม่ต่างกัน เรื่องใจบุญสุนทาน เลยคุยกันได้หลายเรื่อง

    วันนี้ คุณแม่ผมอยู่บ้านด้วย
    เลยทักทายพูดคุยกับ บุพการีตี๋แทค อย่างเป็นกันเอง

    ที่สำคัญ ...
    ตอนนี้ในความรู้สึกของผมเองเริ่มเป็นปกติกับความสัมพันธ์ของครอบครัวสองเรามากแล้ว

    ความประหม่า อาย ไม่มั่นใจในตัวเอง หายไปเกือบหมด
    ยังว่าอยู่ว่าจะไปแคร์อะไรมากมาย ... อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด

    คุณย่าผมถามสารทุกข์สุกดิบ
    อาการเจ็บป่วยของอาม่าแทคหลายเรื่อง
    ซึ่งอาม่าแทคยืนยันว่าหายดีเกือบเป็นปกติ
    และพร้อมจะกลับมาอยู่บ้านเมืองสิงห์บุรี เพื่อดูแลหลานชายสุดที่รักได้อย่างเต็มที่

    " รบกวนแย่เลย หลายเดือนก่อน ไม่ค่อยสบาย ลูกชายเลยพาไปอยู่กรุงเทพ "
    อาม่าแทค ทรุดนั่งสนทนากับย่าผมแถมขอบคุณเรื่องที่บ้านผมรับเป็นภารธุระ ดูแลหลานชายตนให้
    " ไม่เป็นไรหรอก " ย่าผมยิ้มกว้างขวาง
    " ชัยพืช เขาเป็นเด็กดีน่ะ ไม่เสียไม่หายอะไรหรอก เอาการเอางาน เก่ง "

    คุณย่าผมชื่นชมเมียผมจากใจ เล่นเอาตี๋แทคที่นั่งคุยกับผมอยู่ด้วยหูผึ่งหน้าชื่นทันที
    " เห็นไหม ... อาม่า ผมอยู่บ้านอ้น ไม่เคยดื้อเลยนะ ออกจะเป็นเด็กดี น่ารัก "
    " เออ ... อยู่บ้านอื่นเขาละดี วันหลังจะปล่อยให้มาอยู่ที่นี่เลย ขี้เกียจเลี้ยงแล้ว "

    อาม่าแทคพูดสะบัด คงจะงอน ทำให้เราทั้งหมดหัวเราะกัน

    เตี่ยแทค และ อาม้าแทค กล่าวขอบคุณที่บ้านผมอีกครั้ง
    " นี่ ... ถ้าไม่ได้คุณแม่อ้น ช่วยเลี้ยงดูมัน มันท่าจะลำบากเหงาแย่ "
    " คะ ไม่เป็นไร ชัยพืช เขาเลี้ยงง่ายดี ไม่ดื้อเลย "

    ก่อนกลับ เตี่ยแทค ยังเอาของฝากจากเยาวราชมาให้ที่บ้านผมหลายรายการ
    ส่วนใหญ่เป็นของมาจากเมืองจีน ซึ่งหากินได้ยาก หากคนที่ไม่ใช่คนจีน
    เพราะเป็นอาหารเฉพาะที่ ทั้งผลไม้สด ผลไม้แห้ง และ อาหารแห้งบางชนิด

    อาม้าตี๋แทคแนะนำ " ขาหมูยัดไส้แห้ง อร่อยนะคุณแม่ ทำพะโล้ดีจังเลย "
    สภาพก็ไม่น่ากินเท่าไหร่ แต่คนที่เคยกินแล้วแบบผม ต้องการันตี ว่าอร่อยจริง

    บ้านตี๋แทค อยู่คุยบ้านผมอยู่นาน ... เตี่ยแทคคงจะมาขอพรคุณย่าผมด้วยเลยพร้อมกัน
    แล้วก็ลากลับไป ผมเองยกมือไหว้บุพการีตี๋แทคทั้งหมดอย่างงดงาม
    เพราะซาบซึ้งในน้ำใจที่มีให้ผมและครอบครัวผมอยู่เสมอ

    ส่วนตี๋แทคไม่ต้องพูดถึงหรอก เจ้าตัว ยิ้มชอบใจใหญ่
    ที่ผู้ใหญ่สองบ้าน ได้สนิทสนมคุ้นเคยกัน
    ผมเองก็รู้สึกเช่นนั้น ...

    " แล้วพรุ่งนี้เจอกันครับ ที่เดิมนะ ท่ารถ "
    " โอเคครับ " ผมพยักหน้ารับง่ายดาย

    แม้จะแอบถอนใจเล็กน้อย ... เครียด ...
    เพราะไม่รู้ว่า พรุ่งนี้เพื่อนใหม่ 3/8 ของผมจะเป็นอย่างไรบ้าง
    เท่าที่ดูรายชื่อ ก็ตัวแสบ ๆ ชื่อกระฉ่อนของรุ่นทั้งนั้น

    ไม่ว่าจะเป็น ปานชัย , ทศพร , ปิยะพล
    เอาเถอะ ห้อง 3/8 มันก็คง ' จับแพะชนแกะ ' ดีแท้


    - - - -


    เช้านี้ที่นัดเจอกันก่อนไปโรงเรียน ช่างสดใสเสียนี่กระไร
    การที่ได้ตื่นสาย ในช่วงปิดเทอมมานาน แม้จะขลุกขลักในตอนเช้าอยู่บ้าน
    ก็ยัง Happy

    แถมตี๋แทค มาในลุคส์ใหม่
    เพราะเสื้อผ้าชุดนักเรียน ซื้อใหม่หมด รวมทั้งกระเป๋าด้วย
    ทราบมาว่า เสื้อนักเรียนทั้งชุดนี่ ก็เป็นแบรนด์นอกซะด้วย ทั้งชุดก็ร่วมพันอยู่ละ

    " คุณซื้อไหมละ นี่ผมซื้อแบบพวกเด็กเตรียมฯ ใส่เลยนา ... "
    ผมเลยได้แต่ส่ายหัว เพราะตอนนั้น ยังไม่บ้าแบรนด์เนม

    จาก กระเป๋า JACOP ใบเดิม ก็เปลี่ยนมาเป็น ตราเสมอ เหมือนคนอื่น ๆ
    โดยตี๋แทคให้เหตุผลง่าย ๆ ว่าไม่ชอบแปลกแยก

    หากแม้จะเปลี่ยนใหม่ มันก็ถูกหนีบจนแบน รองเท้าผ้าใบ Nike ของแท้
    ตอนนั้น ... เป็นที่นิยมมากว่า ยี่ห้ออื่น ค่อนข้างแพง
    ผมเองก็ใส่สลับกันไป ถูกบ้าง ... แพงบ้าง
    ที่แพงสุดเห็นจะเป็น Adidas สีน้ำตาล เหมือนรองเท้านักเรียนทั่วไป

    " ถอยมาหมดทั้งตัวเลยนะครับ นี่ พ่อนักเรียนมือใหม่ อยากเข้า ม.1 ใหม่หรอ "
    ผมแซวเมียผมระหว่างทางมาโรงเรียนสิงห์บุรี
    " ก็ผมตัวใหญ่มากแล้ว ม้าผมเลยซื้อให้ใหม่ เหอ ๆ ตัวคุณก็ใหญ่ขึ้นนะ กางเกงมันเลยสั้นไป ซื้อใหม่ดีกว่ามั้ง "

    ผมเหลือบมองกางเกงตัวเอง ที่ซื้อใหม่ตอน ม.2
    ก็ยอมรับว่ามันเริ่มสั้น ที่เป้า ... ก็รัดจนเป็นเป็นลำตุงชัดเจน

    " คงงั้นแหละ เดี๋ยวขอแม่ก่อน "
    ผมไม่พิศมัยกับชุดนักเรียน กางเกงสีน้ำตาล มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว
    ใส่อย่างไรก็ไม่น่ารัก เลยไม่อยากจะสนใจมันมาก

    ผิดกับตี๋แทค
    ที่ทุกสิ่งทุกอย่าง อันเป็นของตัวเอง ต้องดูหล่อ เท่ห์ เสมอ

    แม้เป้สะพายหลัง ก็ถอยมาใหม่ ราคาหลายพันอยู่กระมัง
    ตี๋แทคก็สะพายได้อย่างเหมาะเจาะ

    แทคชอบเป้สะพายหลัง เพราะมันใส่ของได้เยอะ
    ผิดกับผม ชอบเป้แขวนไหล่ มากกว่า มันไม่หนักหลังดี

    ภายในเป้ของตี๋แทค มักมีแต่เทปเพลง อัลบั๊มใหม่ ๆ
    ของศิลปินคนไหนออกมา ตี๋แทคถอยเรียบ
    แถมด้วยหนังสือเรียนบางส่วน
    หนังสือโป้มีบ้าง แต่ไม่มาก ตามประสาหัวโจกเพื่อน ๆ ต้องมีของดี ให้เพื่อน ๆ ซี้ดซ้าดกันตลอดเวลา

    นิ้วนางข้างซ้ายของตี๋แทค ยังสวมแหวนนามสกุลผมไม่ยอมปล่อย
    แม้มันจะผิดระเบียบโรงเรียน เจ้าตัวก็ไม่สน
    เพราะหลบได้ไม่ยาก หากเจออาจารย์ระเบียบเข้มเข้า
    ก็เอามือล้วงกระเป๋ากางเกงบ้าง ถอดเก็บบ้างไปตามเรื่อง

    ส่วนผมไม่ได้ใส่มากตลอดทุกวัน เพราะแหวนวงนั้นที่ตี๋แทคให้ วงใหญ่มาก หนาด้วย ทำอะไรไม่สะดวก
    เลยยังหยิบแหวนเงินวงเก่า มาใส่แทน

    เราแยกกันเข้าห้อง Homeroom เพื่อพบอาจารย์ Homeroom ห้องใครห้องมัน
    โดยยังไม่มีการเข้าแถวเคารพธงชาติ ...

    Homeroom ของผมห้อง 117 ตึก 1
    ส่วนเมียผม ห้อง Homeroom อยู่ตึก 2 ก็นับว่าไม่ไกลกันมาก

    บรรยากาศภายในห้องเรียน ในวันแรกของการเปิดเทอมนั้น
    แม้ผมจะเจอเพื่อนเก่าอันคุ้นเคยหน้าอยู่
    ทั้ง เจตน์ อ้อ จุ แถมวันนี้ยังได้ทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่อีก 2 -3 คน ที่คงจะอยู่กลุ่มเดียวกัน
    คือ ศา , จิ ซึ่งเป็นคู่แฝดกับ จุ ซึ่งก็ไม่ใช่เพื่อนใหม่ผมหรอก เคยเรียนกับผม มาตั้งแต่ครั้น สมัยประถมแล้ว
    ความคุ้นเคยจึงมีอย่างรวดเร็ว ...

    เรานั่งฟังอาจารย์ Homeroom ทั้งสองท่าน
    คือ อาจารย์สมจิตร อึ้ง ... กับ อาจารย์อุบล แจกหนังสือเรียน

    อาจารย์ทั้งสองท่าน รู้จักผมดี โดยเฉพาะอาจารย์สมจิตร อึ๊ง ... นะน่ะ
    เป็นแม่ของ อ้อ เพื่อนสนิทผม ตอน ม.1
    ( ปัจจุบันสบายไปแล้ว เจ้อ้อ เป็นคุณหมอ ตรวจคนไข้ บานเบิกไปเลย )

    อาจารย์สมจิตร อึ้ง ที่ต้องมี ' อึ๊ง ' ต่อด้วย เป็นคำต้นของนามสกุลท่าน
    นักเรียนจะได้ไม่สับสน เพราะยังมีอาจารย์สมจิตร หมวดวิทย์ ฯ
    ที่ผมไปกับตี๋แทคไปเรียนพิเศษที่บ้านด้วย ซึ่งเป็นคนละคนกัน
    อาจารย์สมจิตร อึ๊ง สอนภาษาอังกฤษ ครับ

    ส่วนอาจารย์อุบล สอนคณิตศาสตร์ ลูกชายท่าน ก็เป็นเพื่อนรุ่นเดียวกับผมเหมือนกัน
    อยู่ห้อง King เหมือน เจ้อ้อ ลูกอาจารย์สมจิตรแหละ
    อาจารย์อุบล เป็นเพื่อนคุณพ่อผม สอนคณิตศาสตร์

    แล้วตอนนี้ท่านก็มาจะสอนคณิตศาสตร์
    ทั้ง คณิตศาสตร์หลัก และ คณิตศาสตร์เสริม ห้องผมด้วย

    พอได้รับตารางสอน ทราบชื่ออาจารย์ผู้สอนแล้ว
    ก็ไม่น่าหนักใจอะไร ... จึงได้เวลาแยกย้ายกันกลับ

    สำหรับเพื่อนผู้ชายห้อง 3/8 นับว่าเป็นเพื่อนหน้าใหม่ของผมทั้งหมด
    บางคนก็เรียนด้วยกันมาตั้งแต่อยู่อนุบาล จนห่างกันไปนานแล้ว
    เพราะพฤติกรรม แซบซ่าเกเร เรียนไม่เก่ง อย่าง ไอ้ชาคริต ไอ้สาธิต นี่ก็เป็นเพื่อนเก่าผม

    แต่ทั้งหมดนี้ ก็ไม่มีใครแสบซ่า และเป็นหัวโจกของห้อง 3/8 ได้มากเท่า ' ไอ้ปานชัย '
    แถมมันเลขที่ 1 อีกต่างหาก

    ปกติแล้ว ถ้าเรียงเลขที่ ตามรหัสนักเรียน
    ยังไงก็ตาม ผมก็ต้องเลขที่ 1 เพราะ ตอน ม.1 ผมได้รหัสนักเรียนอันดับต้น ๆ
    ( เพราะผมเรียนห้อง 1 /1 สอบเข้าโรงเรียนสิงห์ได้ที่ 8 )

    แต่นี่ ... อย่างที่เคยบอกว่า ห้อง 3/8 ของผม
    แบ่งนักเรียนออกเป็น ' สองเซ็ตย่อย ' ด้วยกัน

    ที่จะเรียนวิชาเสริม ไม่เหมือนกัน
    มีทั้งคณิตปกติ กับ คณิตเสริม อย่างพวกผม

    เซ็ตที่เรียนคณิตปกติ แต่จะเรียนโครงงานช่าง และ โครงงานเบอเกอรี่ เหมือนกับพวกผม
    จะมีมากกว่า คนที่เรียน คณิตเสริม กับโครงงานเบอเกอรี่
    พูดง่ายๆ ห้อง 3/8 มีเด็กแสบมากกว่าเด็กเรียนนิดนึง
    พวกผมก็ไม่ได้เรียนกันแล้ว แต่พฤติกรรมยังไม่ได้เลวร้ายอะไร

    ผมถอนใจ ยาว... ไม่มีผู้ชายคนไหนจริง ๆ
    จะมานั่งเรียนโครงงานเบอเกอรี่ เป็นแม่บ้านแม่เรือน

    ตี๋แทคนะตี๋แทค ... แนะนำเราซะได้
    ผมดูตารางสอน ... ที่ถูกแจก ...
    วิชาทำขนมฝรั่ง เรียนตั้ง สามคาบติด ในช๊อปทำอาหาร
    นักเรียนแต่ละคน มีแต่ผู้หญิง กับ ตุ๊ด ทั้งนั้น

    เอาเหอะ ได้มาประดิษฐ์ประดอย ทำขนมนมเนยกันบ้าง
    คงจะสนุกกันพิลึก

    รู้งี้ ... เลือกโครงงานพิมพ์ดีด ธุรกิจ หรือ โครงงานเกษตร ก็น่าจะดีกว่า
    เรียนพร้อมกันหมด ชาย - หญิง ดูเป็นห้อง ๆ เดียวดี

    นี่อะไรกันก็ไม่รู้ ...
    ห้อง 3/8 ของผมแยกกันเรียน มีทั้งเรียนรวม เรียนแยก
    แบ่งเป็นเซ็ตเล็กเซ็ตน้อย วุ่นวายยังไงชอบกล

    ไม่มีใครรู้ว่าภายในใจลึก ๆ ผมไม่พอใจ
    แต่ก็ตกกระไดพลอยโจนไปแล้ว ก็ต้องตามนั้น ...

    วันแรกสำหรับการเรียนของผม
    ก็เจอ ' ไอ้ปานชัย ' หัวโจกห้องผม แซวเข้าให้แล้ว
    ตามประสาคนดังกับคนดังเจอกัน มันต้องปะทะกันหน่อย

    " ว่าไงจ๊ะ คุณอ้น ดีใจจังได้เรียนห้องเดียวกันด้วย "
    น้ำเสียงดัดแซวอย่างแสดงความครึกครื้นอย่างเต็มที่

    ผมได้แต่ชักสีหน้า ... เพราะไม่เคยรู้จักกันมาก่อน
    เพียงได้ยินแต่กิติศัพย์ จากปากคนอื่น
    ว่ามันชอบแกล้งตุ๊ด เวลาเรียนวิชาลูกเสือ ที่มีแต่ผู้ชายล้วน
    แต่มันก็ไม่เคยแกล้งผม อย่างมากก็แค่แซว ผมไม่มีทีท่าอยากจะตุ๊ดแบบอยากสวย
    มันคงตะขิดตะขวงใจ ว่าจะแซวอย่างไรดี ให้ตรงจุด ...

    " ทำไม มีไร ? " ผมเลยต้องปากนักเลงบ้าง
    ผมไม่ชอบการทำตัวเป็นตุ๊ดที่ดูอ่อนแอ ตกเป็นที่ล้อของพวกผู้ชาย
    ผมไม่ชอบให้ผู้ชายมาแซวผมในลักษณะนั้น ( ถ้าในลักษณะอื่นพอว่า )

    ไอ้ปานชัยคงพอรู้ว่า ผมไม่ใช่ตุ๊ดสาวแตกอะไรขนาดนั้น เลยยิ้มให้
    " อ้นตัวโคตรสูงเลย อย่างงี้เวลาเข้าแถวก็ต้องเข้าหลังสุดกับพวกเราอะสิ "
    " คงงั้น ไมละ ? " ผมขมวดคิ้วหลากใจ

    ทั้งไอ้สาธิต ก็เพื่อนเก่าผม มันย่อมรู้จักผมดี เลยไม่ต้องคุยไรกันมาก
    แววตามันแปลก ๆ ทีเล่นทีจริง อยู่ในที
    ไอ้ปานชัยนี่ ... ตัวมันดำ แถมสิวยังเขรอะ ไม่สเป็คเลยซักนิด
    จะให้รู้สึกรื่นรมย์กับคำพูดแซวเล่นของมัน ก็ย่อมเป็นไปไม่ได้

    ผมสะบัดหน้าไม่สนใจ มันยังทะลึ่งตึงตังอยู่
    " ตูดยังซิงอยู่เป่า อ้น เหอ ๆ อยากรู้วะ "
    วาจามันคันเอาการ ผมเลยหันขวับ
    " ของกูนะยังซิง แต่ถ้าจะหาคนไม่แน่ใจนะ ถามสิ ทั้งอีเจตน์ อีธีระยุทธ แล้วก็อีชุมพลด้วย "

    ห้องผมเรียนโครงงานเบอเกอรี่ เลยมีตุ๊ด ร่วมห้องด้วย ( ตั้ง 4 คน รวมผมด้วย )
    ไอ้ปานชัยและพรรคพวกร่วมก๊วน ขำใหญ่

    " คนอื่นพอไหววะ แต่อีธีระยุทธ นี่ไม่ไหว สงสัยมันเตะคอพับแน่ ขามันโคตรหมี "
    ผมเลยพอยิ้มได้บ้าง
    " ทะลึ่งนักนะ " ผมคาดโทษมันไว้ " อย่ากวนมาก เดี๋ยวเจอดี "
    " ของดีมีอะไรบ้างเล่า ? " ไอ้ปานชัยทีท่ารื่นรมย์จนแววตาสุขประกาย

    " เห็นอ้นขี่มอร์ไซต์ผ่านบ้านเราบ่อย ๆ "
    ผมคันหัวยิก " จะรู้ไหม บ้านนายอยู่ไหน ? "

    ผมกับพวกมันก็เพิ่งจะรู้จักกัน
    จะขึ้น มึง-กู กับเพื่อนใหม่เลย มันก็จะกระไรอยู่ กระดากปากนิดนึง เหอ ๆ
    " บ้านเราหรอ ... เดี๋ยวต่อไปก็รู้เอง " ไอ้ปานชัยคุยต่อปกติ

    ผมถอนใจยาว ... พยายามควบคุมอารมณ์
    คุยกับพวกผู้ชายทะลึ่งตึงตัง นี่ เล่นเอาผมมึนตึบ พูดไม่ออกไปเลย

    วันนี้แค่รู้จักกันพอหอมปากหอมคอ ไม่มีนอกรอบไปกว่านี้
    เพราะหลังจากเลิกแล้ว ต่างคนต่างแยกย้าย

    พวกไอ้ปานชัย กับสมัครพรรคพวกมัน ก็เห็นชัดว่า รู้จักกันมาก่อนแล้ว
    เหมือนพวกผม กับเพื่อน ๆ ก็รู้จักคุ้นเคยกันมานานแล้วเช่นกัน

    วันนี้กลุ่มผมต่างคนต่างแยกย้าย
    เพราะเสร็จธุระตั้งแต่ก่อนเที่ยง ควรรีบกลับบ้าน เพราะบ้านแต่ละคนอยู่ไกล ๆ กันทั้งนั้น
    ผมเองเป็นฝ่ายแยกตัวจากเพื่อน ๆ เพราะ ยังไม่ออกไปรอรถนอกโรงเรียน " แล้วไงพรุ่งนี้เจอกันนะ "
    " จ๊ะ แล้วนี่จะไปไหนกับไอ้พืชต่อละสิ ? " เพื่อนสาวผมดักคอ
    " ก็คงงั้น ไม่รู้จะไปไหนกัน ไปด้วยกันไหมละ ? "
    ก็มีแต่คนส่ายหัว เพราะเพื่อนผมมีแต่ผู้หญิง ส่วนเพื่อนเมียผมมีแต่ผู้ชาย

    ที่สำคัญเนื่องด้วยเพื่อนสาวผมแต่ละคนอยู่ต่างอำเภอทั้งนั้น
    สำหรับ ' เจตน์ ' เอง ช่วงนี้หล่อนไม่ได้กลับบ้านที่ บางระจันแล้ว
    เพราะต้องมาซ้อมดีด ' จะเข้ ' ให้วงดนตรีของโรงเรียนสิงห์บุรี ของ " อาจารย์ศิวศิษย์ "

    ซึ่งชื่อวงดนตรีไทยวงนี้
    ในวงการดนตรีไทย นับว่ามีชื่อเสียง เป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไป

    สมเจตน์ เพื่อนสนิทผม หล่อนมีพรสวรรค์ด้านการดีดจะเข้
    มาตั้งแต่เรียนชั้นประถม ที่วัดพรหมสาครแล้ว
    ตี๋แทคบอกให้ฟังอยู่เสมอ
    ยิ่งโตไป ฝีมือหล่อนยิ่งเป็นเลิศ

    การสอนดนตรีไทยของโรงเรียนวัดพรหมสาคร
    ก้าวหน้ากว่า โรงเรียนอนุบาลสิงห์บุรีของพวกผมเสียอีก
    เด็กที่ จบโรงเรียนนี้มา อย่างน้อย เป่าขลุ่ยเป็นทุกคน
    ตี่แทคเอง ก็เป่าเก่ง ( อย่าคิดลึก ขลุ่ย จ๊ะ ขลุ่ย )
    ก็ถือเป็นโชคดีไป เวลามาเรียนวิชาดนตรีไทย ในแต่ละภาค
    อาจารย์เขาจะให้โน๊ตมาเป่าขลุ่ยเอา
    พวกเด็กวัดพรหม ส่วนใหญ่เป่าได้ดีไม่มีปัญหา
    มีแต่พวกเด็กอนุบาล อย่างพวกผมนี่แหละ ต้องพึ่ง เมโลดี้ อย่างเดียว

    สมเจตน์เอง ดีดจะเข้ได้พลิ้วมาก เป็นมือรางวัล ระดับจังหวัดทีเดียว
    น่าเสียดาย ปัจจุบัน ไปแปลงเพศเป็นผู้หญิงแล้ว
    แต่ก็ยังพบปะพูดคุยเจอกันเสมอ ( เมื่อคืนก็เจอที่ Monney pub สิงห์บุรี )
    หล่อนบอกว่า " กูดีดไม่ไหวแล้ว เบลอไปหมด ถ้าให้ดีดอย่างอื่นพอว่า "
    เป็นอย่างงั้นไปเสีย น่าเสียดายฝีมือเหมือนกัน

    ทำให้ช่วงนี้ หล่อนต้องมากิน นอน ซ้อม กับเพื่อน ๆ นักดนตรีไทย
    ที่บ้านพัก อาจารย์ศิวศิษย์ เพื่อซ้อมเพลงไปประกวดตามที่ต่าง หรือเล่นบรรเลงในโรงเรียนสิงห์บุรี
    เวลามีกิจกรรมต่าง ๆ

    แม้หล่อนจะอยู่ในเมือง
    แต่ก็ใช่ว่าหล่อนจะออกไปไหนได้ง่าย ๆ
    อาจารย์ศิวศิษย์ดุอย่างกับเสือ
    คุมเด็กชนิดที่เรียกได้ว่า ห้ามกระดุกกระดิก งานนี้สมเจตน์ เลยกลายเป็น ' นางห้อง '
    นั่งพับเพียบซ้อมดนตรีไทยถึงหกโมงเย็น
    แล้วกลับพร้อมกับอาจารย์ศิวศิษย์ไปที่บ้านพัก พร้อมกัน

    หล่อนก็มีสังคมของหล่อนไป
    ผมเองสิ ที่ว่าง ๆ ไม่มีที่ไปให้เกาะเกี่ยวเป็นพิเศษ
    การได้เรียนอยู่กันคนละห้องกับเพื่อนสนิทแต่ดั้งเดิม
    อย่างนัท โน๊ต ทำให้ไม่มีโอกาสเจอกันทุกวัน
    โดยธรรมชาติแล้ว มันก็จะค่อย ๆ ห่างกันไปเอง
    ขนาดโต๊ะที่นั่ง ในเวลาว่าง ยังนั่งกันคนละโต๊ะเลย

    หลังจากแยกย้ายกับเพื่อน ๆ ของผม
    ผมก็เดินเรื่อย ๆ มารอเมียผมที่หน้าห้อง Homeroom ของเมียผม ซึ่งอยู่ไม่ไกลกัน
    ยังประชุมกันไม่เลิกเลย พอเพื่อน ๆ 3/4 ของตี๋แทค เห็นผมเดินมารอนั่นแหละ

    เสียงซุปซิปเริ่มกำจายเหมือนไฟล่ามทุ่ง
    ตามต่อด้วยเสียงแซวดังลั่น

    " รอแป้บครับ พชระ ... รอไหวไหม ? "
    " วี้ด ... วิ้ว ... เห้ย ไอ้พืช ! แฟนมึงยืนรออยู่แน่ะ หวานกันจังโว้ย "

    ช่วงเทศกาลเปิดเทอมวันแรก ในมิตรภาพที่เพื่อนมีให้เพื่อน
    เมื่อไม่ได้เจอกันนาน เรื่องสนทนาย่อมมีมากมาย รวมทั้งเรื่องแซว ๆ กันสนุกปากด้วย

    ก็เป็นเหตุให้ ... ทีนี้ทั้งเสียงผู้ชายและผู้หญิง โห่ ... แซวคละเคล้าไปหมด
    " มาแล้ว มาแล้ว ไอ้อ้นเรา "

    ผมหน้าแดง เป็นใครไม่รู้สึกอะไรเลย ก็นับว่าด้านเต็มที
    แต่ก็พยายามเก็บอาการ ยืนรอนอกห้องอย่างสงบ

    ซึ่งเหตุที่ทำให้ช้าก็เพราะวันนี้ห้อง ม.3/4 นอกจาก จะแจกตารางเรียนเหมือนห้องผมแล้ว
    ยังมีการเลือกหัวหน้าห้อง และ รองหัวหน้าห้องด้วย

    ตี๋แทคแซวเขาตอบกลับไปทั่ว ไม่เกรงใจอาจารย์ Homeroom ของตนเลยซักนิด
    เสียงดังน่าสนุก แต่พอเห็นผมยืนคอยอยู่ พร้อมกระแอมกระไอเป็นเชิงปราม
    เจ้าตัวเลยเหมือนจะสงบเสงี่ยมลง เพื่อน ๆ เลยแซวกันใหญ่ เพราะมีคนคุมเชิง
    ระงับความซ่าของปากตี๋แทคไว้
    เหอ ๆ

    ตี๋แทคชอบแซวเพื่อนผู้หญิงครับ
    เรียกเสียงฮาในระหว่างหมู่เพื่อนผู้ชายได้อย่างเสมอ


    วันนี้ก็มากันครบแก๊งค์ ทั้ง ไอ้อุ้ย ไอ้ต๊อบ ไอ้เดียว ไอ้โย ไอ้หมู
    ขาดแต่ ' ตั๊ม ' ซึ่งผมลองสอดสายตา อันคมชัด มองลอดเข้าไปในห้องเรียน ก็ยังไม่เจอหัวมัน

    ตี๋แทคหันมาขมุบขมิบปากบอกผมให้รอแป้บนึง
    เดี๋ยวเดียวก็เลิกแล้ว

    เผอิญให้ระหว่างที่ยืนรออยู่คนเดียวนั้น ปรากฏว่า ห้องเรียนข้าง ๆ
    ก็มีนักเรียนกำลังเลิกประชุมเข้าห้อง Homeroom เหมือนกัน
    ผมเหล่ ๆ มองผ่านไป น่าจะเป็นห้อง Homeroom ของ รุ่นน้อง ม.2 นั่นเอง

    การเลิกประชุม เป็นสัญญาณว่า อิสระกลับมาเป็นของตนอีกที
    ก็เหมือนผึ้งแตกรัง ออกจากรังนั่นแหละ กระจัดกระจาย
    รีบเดินออกมาใส่รองเท้าด้านนอกห้อง
    เลี้ยงซ้าย ... เลี้ยวขวา กันตามอัธยาศัย
    พวกใครก็พวกมัน ...

    " อ้าว ... พี่อ้น รอใครครับ ? "

    เสียงใส ๆ ไม่มีเค้าแมนมาก
    ทักผมด้วยความยินดี ด้วยความสูงที่ไม่มากของเจ้าตัว
    ทำให้ไม่อยู่ในระดับสายตาผมที่จะมองเห็นได้ในทันที

    ปกติวิสัยผมชอบมองทอดสายตาไปไกล ๆ ไม่จับจ้องที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งนาน

    " อ้าว ... น้องโต้ง ! "
    ผมก้มหัวให้หน่อย ๆ แสดงอาการคุ้นเคยและยินดีที่ได้พบกันอีกครั้ง
    นานแล้วเหมือนกัน ที่ไม่ได้เจอหรือพูดคุยกับน้องโต้งเลย

    แววตาสดใส ร่าเริง มีเค้าหล่อใส น่ารักปรากฏชัดเจนมากขึ้น คงจะเริ่มโตแล้ว
    เนื้อหนุ่ม เนื้อสาวมันคงจะแตกดังเปรี๊ยะ ๆ

    ผมน้องโต้งตัดสั้น ทรงนักเรียน กับเส้นผมเล็ก ๆ สีน้ำตาล อันตั้งอย่างเป็นธรรมชาตินั้น
    รับกันได้ดี กับใบหน้ารูปไข่ เรียว ปากยิ้มหยันเป็นนิด ดวงตาหวานใส เป็นประกายร่าเริง
    ราวบอกความนัยได้หลายประการ ทั้งความเป็นคนเปิดเผย ใสซื้อบริสุทธิ์

    น้องโต้งเป็นเด็กที่หล่อทีเดียว ผมยอมรับ
    ไม่อย่างงั้นจะ Hot สุด ๆ ในชั้น ม.2 ตั้งแต่ ม.1 ได้ยังไง

    " วันนี้ตอนเช้าเจอ อ้อ ด้วยแหละ อ้อบอกว่า พี่อ้นก็มาโรงเรียน " น้องโต้งชวนคุยน้ำเสียงฉะฉาน
    อันแสดงถึงความมั่นใจ ตามประสา ' รับ '

    ผมหัวเราะนิด ๆ การสนทนากับเด็กรุ่นน้อง อันมีทีท่าใสซื่อ
    ทำให้ไม่ต้องระมัดระวังอะไรมาก

    น้องโต้ง กับน้องสาวผม ' อ้อ ' สนิทกันพอสมควรทีเดียว
    เพราะนอกจากจะเรียน ชั้นเดียวกันแล้ว
    ยังเคยเรียนพิเศษด้วยกัน

    น้องโต้งเคยมีคำถามอันหลากใจถามน้องสาวผมเสมอ
    " แกเป็นน้องสาวพี่อ้นจริง ๆ หรอ หน้าไม่เหมือนกันเลย ? "

    น้องสาวผมมาบอกผม ประมาณว่า ไม่น่าเชื่อ หน้าผมไม่หล่อ
    แต่น้องสาวผมทำไมมันสวยได้สวยดีขนาดนั้น เหอ ๆ
    แต่ผมก็ไม่คิดอะไร แล้วก็ไม่ได้บอกน้องสาวผมมาก่อนด้วย ว่าน้องโต้งคิดอะไรกับผม

    " ปิดเทอมพี่อ้นคงไปเที่ยวกรุงเทพ ฯ นานเลยสิครับ ผมโทรหาพี่อ้น แม่พี่บอกพี่ไม่อยู่ ? "
    " อ้อ ... ครับ " ผมพยักหน้ารับ
    ไม่จำเป็นต้องปิดในสิ่งที่เปิดเผยรู้กันทั่วโรงยิม " ก็ไปเที่ยวบ้านพี่แทคเขาแหละครับ "

    ผมบุ้ยปากไปเข้าไปในห้องที่ยืนรออยู่ให้รู้ว่าเจ้าตัวที่ถูกพูดถึง อยู่ในนั้น
    " อ้าว ... นี่ห้องโฮมรูมพี่พืชหรอครับ อยู่ติดกับห้องโต้งเลยอะ ! "
    " หรอครับ เหอ ๆ ? " ผมยิ้มกรุ้มกริ่มตอบไปยังน้องโต้ง

    แสดงอาการรู้เท่าทัน และ ท้าทาย เลยทำให้ใบหน้าขาวใสของน้องเขา
    ดูเหมือนเลือดฝาดจะอาบซ่านขึ้นมานิด ๆ

    แววตาผมสามารถชอนไชหยั่งลึกเข้าไปในดวงใจของน้องโต้งได้
    ไม่ยาก ในการจะบุกทะลวงหัวใจน้องโต้งเขา
    ที่สำคัญ ... หากเปรียบตุ๊ด ม.2 แต่ละคนแล้ว
    ก็ต้องยอมรับว่า น้องโต้งมีดีกรีดีกว่าเขา
    เพราะนอกจากไม่สาว อยากจะสวยจนลุกขึ้นมาแต่งหน้าทาปากแล้ว
    หน้าตายังถือว่า ' หล่อ '

    Hot ... สาว ๆ กรี๊ดมาก มาตอนช่วงหลังนี่แหละ
    ที่ข่าวซุปซิปมีมาหนาหู ว่าน้องโต้ง ไม่ใช่ชายแท้ หากเป็นแต๋ว
    เลยทำให้ความนิยมเสื่อมลง

    Let's play a love game, play a love game
    Do you want love or you want fame?
    Are you in the game? Doin' the love game
    My Endless Love, Meu Amor


    มาติดตามอ่านนิยายสนุก ๆ กันครับ ห้องสมุดพี่เคท / LWชSนาคราช / หนังสือออกใหม่

  10. #145
    หัวหน้าสาขา รูปส่วนตัว ivan2009
    สมัครเมื่อ
    Aug 2009
    ที่อยู่
    In your heart!!
    โพส
    3,887
    อัฐ
    5,570
    1,380
    263
    Increase Font Decrease Font

    มาตรฐาน ตอบ: Love sex & Love game... "กลเกมร้อนรักไฟสวาท" Update 01/11/52

    ของแปลกในรั้วโรงเรียนสิงห์บุรี จะมีอยู่แค่ 2 อย่าง

    คือ 1. ตุ๊ด
    2. ผู้ชายที่อยากจะล่อผู้ชายด้วยกัน

    แม้ ... บางที บางที่ บางแห่ง ในปัจจุบันนี้ ...
    เกย์ที่เดินกันเขาจะควิดชนกันอยู่นั้น
    แท้จริงดั้งเดิมของตนเอง ก็อาจจะ ' ตุ๊ด ' มาก่อน
    อาจจะเคยสวย หรือ อยากสวย มีความฝันมาแต่เยาว์วัย

    แต่อาจจะเป็นเพราะ ไปไม่ถึงฝัน
    หรือเป็นเกย์ ง่ายกว่า เลยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กน้อย

    จะเป็นอะไรก็เป็นไป
    ขอให้เป็นคนดีของสังคม เท่านั้นพอ

    น้องโต้งด้วยความที่ยังเด็ก รู้สึกยังไง ดูเหมือนจะเก็บกิริยาไว้ไม่ได้
    เสียงจึงสั่น ๆ ก้มหน้าไม่กล้าสบตาผม เจอผมโลมเลียด้วยสายตาเข้าไป
    ตัวผมสูงใหญ่กว่าน้องโต้งมาก ทีเดียว เวลาอยู่ใกล้ ๆ กัน

    ด้วยความที่ผมโตกว่า ผ่านประสบการณ์เรื่องรักมามากกว่า ( ล่อไปแล้ว สองคน )

    ผมย่อมสามารถคุมสถานการณ์ตรงหน้าได้ โดยต้องดำรงความปกติไว้

    " เกรดเทอมที่แล้วสวยไหมละ ? "
    " 3.98 ครับ พี่อ้น แล้วพี่ละ ? " น้องโต้งภูมิใจกับเกรดอันสวยหรูจนเก็บน้ำเสียงไว้มิได้
    " พี่อ้นโง่วะ เหอ ๆ " ผมหัวเราะดัง ๆ ไม่คิดว่าเป็นการประจานตัวเอง " 3 กว่าเอง ๆ ม.3 นี่ท่าจะร่วงกว่านี้ "

    ตอน ม.2 ก็เรียนแบบเช้าชามเย็นชาม
    ไม่มาครึ่ง ๆ กลาง ๆ เรียนบ้าง เบื่อบ้าง แบบตอน ม.1 /1 อีกต่อไป
    " ดีแล้วละครับพี่ อ้อก็เกรดสวยนะ ... "
    ' อ้อ ' น้องสาวผมเองนั้น ... ก็จะมีพฤติกรรมละม้ายคล้ายกับพี่ชายแบบผมไปเรื่อย ๆ

    ท่าดีทีเหลว ...
    ตอน ม.1 อยู่ห้อง King 1/1 เหมือนกัน
    หากตอนหลังก็ติดเพื่อน ห้องในสายชั้นเรียน ม.2 จึงไม่ได้อยู่ห้อง King ต่อไป

    เรายืนคุยกันซักพัก จนน้องโต้งหายอายขวยเขินแล้ว
    แล้วห้อง 3/4 ของเมียผมก็เลิกออกมาพอดี

    ตี๋แทคเดินหัวเราะทักทายเพื่อน ๆ ทั้งหลายอย่างสนุก
    ข้อดีของตี๋แทค ก็คือ ไม่ยึดติดกับเพื่อนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ( อันผิดจากผม )
    จะเด็กเรียน ... เด็กเหี้ย ตี๋แทคคบได้หมด ดังนั้นจะคุยกับใคร แซวอะไรใครได้หมด ไม่มีปัญหา

    ภาพที่เห็นติดตา คือความเป็นคนอารมณ์ดี มีวาจาเป็นอาวุธ คุยเล่นกับใครก็ได้
    แม้จะติดเก็ก ๆอยู่บ้าน อันเป็นลักษณะที่ใครเข้าถึงได้ยาก แต่ภาพรวมถือเป็นคนมีเสน่ห์ คนหนึ่ง

    ในเวลาเรียนวิชาลูกเสือ - เนรตนารีก็เหมือนกัน
    ในหมู่ของตน ก็จะคละไปด้วยเพื่อนต่างห้อง
    เวลาพักแถว หรือ อะไรก็ตาม ตี๋แทคก็จะอยู่เล่นแต่กับเพื่อนหมู่ของตนเท่านั้นแหละ
    จะเด็กดี เด็กเหี้ย จะห้องต้น ๆ หรือห้องท้าย ๆ ตี๋แทคคุยได้หมด สนุกสนานไปเสียด้วย

    ตอนนี้ ... ไอ้ต๊อบเพื่อนรักเมียผม เดินขนาบเมียผมมาอย่างคุ้นเคย
    พอเห็นผมเข้า คงจะคิดถึง เพราะช่วงปิดเทอมไม่ได้เจอกันเลย
    " ไงครับ ไอ้คุณพชระ คิดถึงวะ ปิดเทอมหายไปเลย มากอดที ! "
    แถมทำทีท่านึกสนุกกางแขนตนเสียกว้าง ... คงจะอยากจะสวมกอดผมให้หายคิดถึง
    แต่เจอเมียผมแซวให้ ... เลยต้องหุบแขนโดยไว

    " เดี๋ยวเจอแฟนกูอัดตูดขึ้นมาละ ไอ้ต๊อบ มังนี่ ... เหอ ๆ อนาจารแล้ว อยู่ดี ๆ มากงมากอดไรวะ "
    เสียงโห่ดังลั่นจากบรรดาเพื่อนเมียผม ปากผู้ชายห้องนี้ก็รู้อยู่ ว่าที่สุดของที่สุดเลยละ




    " มึงอย่าไปยุ่งกับของไอ้พืชมันดีที่สุดวะ มันหวงของมัน "
    " โอเค ๆ แม่งหวงฉิบ ! " ไอ้ต๊อบส่ายหัว

    น้องโต้งที่เห็นรุ่นพี่ 3/4 ออกมา หน้าก็ยิ่งแดง สั่นใหญ่
    ยิ่งประโยคแซวโห่ที่ว่า " มันหวงของมัน " บ่งบอกอุปนิสัยเมียผมได้เป็นอย่างดี
    และที่สำคัญที่สุด ตอนนี้ ตี๋แทค เมียผมก็ยืนอยู่ด้วย


    " คุยไรกันครับ ? " ตี๋แทคทักน้องโต้งสุภาพ แต่ส่ายตาเริ่มส่ออาการว่าจะโกรธ
    " เออ ... ก็ทักทายกันเฉย ๆ นะครับ พอดีไม่ได้คุยกับพี่อ้นนานแล้ว "
    น้องโต้งก็ย้อนกลับทันที เริ่มเอาผมหายใจไม่ค่อยทั้วท้องอีกแล้ว
    ถึงแม้ว่า ดูเผิน ๆ จะไม่มีอะไร แค่รุ่นน้องทักรุ่นพี่ที่ยืนรอเมียอยู่เท่านั้นเอง

    " แล้วจะคุยกันอีกนานไหมครับ พี่จะได้ยืนรอด้วย ? " ตี๋แทคย้อนสุภาพ โดยค้อมหัวนิด ๆ
    กวนจริง ๆ เมียผม
    " นี่ไรของมึงวะ ... น้อง ... นุ่งเขาจะคุยปรับทุกข์ ปรับพฤติกรรมกันบ้าง มึงนี่คิดมากไปเป่าวะ ไอ้พืช "
    ไอ้โยกอดไหล่ตี๋แทคใหญ่
    " ก็ ... ไม่มีอะไรหรอกครับ " น้องโต้ง ปากสั่น เหงื่อออกที่ขมับแล้ว
    คงจะรู้ว่าตี๋แทคเป็นคนอย่างไร " ผมจะกลับพอดี ละครับ "

    " โอเคครับ โต้ง " ผมยิ้มให้ น่าจะเป็นกำลังใจที่ดี
    " เทอมนี้เรียนพิเศษกับ อ้อ อีกเป่าละ ติว ๆ มันบ้างนะ เหอ ๆ "
    " ครับ ๆ ช่วยเต็มที่ครับ อ้อกับโต้ง ก็คุยกันบ่อยครับ " แม้จะอยู่ต่อหน้ารุ่นพี่ 3/4
    น้องโต้งเราก็ไม่วาย ส่งสายตา ร้อนฉ่าอันพลุ่งพล่างไปด้วยความปรารถนามาทางผมเป็นการส่งท้าย

    ผมก็ส่งกลับไป เหมือนกัน ตาต่อตา ก็ประสานกันละสิ
    เล่นเอาน้องโต้งก้มหน้าหลบแทบไม่ทันทีเดียว ความขวยเขินพุ่งขึ้นเต็มหน้า
    เชื่อเหอะ ... ชีพจรเต้นรัวไม่เป็นส่ำ
    " ผมไปก่อนนะ ว่าง ๆ พี่อ้นแวะไปที่สนามวอลเลย์บ้างสิครับ "

    " เหอ ๆ ไม่ไหวหรอก พี่ไม่ชอบเล่นวอลเล่ย์ ส่ง พี่แทคไปแทนดีกว่า ขวัญใจกะเทยอะไรแบบนี้ "
    ผมบุ้ยปากไปยังตี๋แทค ที่ยืนเต๊ะท่าฟังผมสนทนากับน้องโต้ง อย่างสาระแน เต็มที่
    ตี๋แทคส่ายหัวใหญ่ " ไม่ไหวหรอก สู้บอลไม่ได้ " น้องโต้งหัวเราะนิด ๆ แล้วเดินจากผม

    หุ่นผอมบาง ... ของน้องโต้งนั้น รีบหันหลังกลับ กลิ่นโคโรญน์กลิ่นใหม่นี่หว่า
    หอมชื่นใจดีจริง ... คนละกลิ่นกับของตี๋แทคซะด้วย

    " ไงคุณ ... ! ? " เสียงตี๋แทคดัง เรีบกสติผมให้คืนมาอยู่กับผู้ชาย 3/4 ตามเดิม
    " คุยสนุกไหม ? "
    " ก็ดีครับ ทำไมละ คุยกับน้องกับนุ่งบ้างไม่ได้เลยหรือไง ? ทำท่าทำทาง "

    ผมก็ติงขึ้นมาบ้าง เห็นเราเป็นพวก ' โคแก่กินหญ้าอ่อน ' หรือไง ไม่หม้อขนาดนั้นนะ
    ตี๋แทครีบเถียง " ไม่เด็กแล้วละมั้ง ม.2 แล้วนะ วัยกำลังอยากรู้อยากลองเลยละนั่น "
    ตี๋แทคประชดประชัน เล่นเอาผมหัวเราะใหญ่

    " เออ ... ไอ้อ้น ... " ไอ้ต๊อบถามขึ้น เมื่อน้องโต้งเดินลงบันไดไปแล้ว
    " อีน้องโต้งไรนั่น เป็นตุ๊ดแบบมึงเป่าวะ ดูติ๋ม ๆ ? "
    " จะเหลือเร้อ ตูดบิด หน้าขาวขนาดนั้น " ตี๋แทคทะลุกลางปล้องขึ้น

    ผมพยักหน้ารับ " คงงั้น ไมวะ มึงสนใจน้องเขาหรอ บอกกูได้นะ "
    ผมแสดงน้ำใจอันเป็นการปัดน้องโต้งให้พ้นตัวผมได้อย่างแนบเนียน
    ผมหยอกต่อ เล่นเอาไอ้ต๊อบมีพฤติการณ์ ปัดป้องกันตัว ไม่หวาดไหว

    " ไม่ ๆ มึงนี่นะ ชอบถั่วก็ชอบไปคนเดียวสิวะ ยัดเยียดให้กูอยู่เรื่อย "

    แล้วพวกเราเดินลงชั้นล่างมา คิดโปรแกรมกันว่าจะไปไหนดี
    สรุปทั้งหมดนั้น ตัดสินใจไป ' เล่นเกมส์ ' กันที่บ้านตี๋แทค

    จะเกมส์รัก เกมส์เซ็กส์ หรือเกมส์กด ผมว่าชีวิตในช่วง ม.3 ของผม
    มันคงน่าเล่นไปหมดทุกเกมส์


    The story of us, it always starts the same
    With a boy and a boy and a huh and a game
    And a game, and a game, and a game, a love game


    ตี๋แทคคุยโวว่า นอกจากช่วงปิดเทอมที่ได้ไปเรียนพิเศษ
    ที่สยามมาแล้ว ยังถอยแผ่นเกมส์ใหม่ ๆ สั่งตรงจากญี่ปุ่นมาเล่นด้วย

    " งั้นเดี๋ยวออกไปแดกข้าวข้างนอกดีกว่าวะ ในโรงอาหารคงยังไม่ขาย เหอ ๆ "
    " ได้เลย " ผมสนับสนุนเต็มที่ ยังไง ๆ ผมก็อยากอยู่ใกล้ตี๋แทค ตลอดเวลาอยู่แล้ว

    ตลอดเวลาที่เดินมาเอารถมอร์ไซต์บริเวณด้านหน้าทางออก
    ผมก็ลืมไปเลยว่าขาดสมาชิกสำคัญร่วมแก๊งค์เมียผมไปอีกคน
    ( คนสำคัญเสียด้วย )

    ที่ลืมสังเกตไปอย่างโง่ที่สุด ก็คงเนื่องจากช่วงปิดเทอม ไม่ได้เจอกันนาน
    เลยทำให้มีเรื่อง สนทนา แลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่ได้ไปทำมาช่วงปิดเทอมกันหลากหลาย
    ไอ้ต๊อบเอง ... ก็ขึ้นมาเที่ยวกรุงเทพนานเหมือนกัน
    มันก็เด็กเทพ ฯ อินเตอร์เหมือนกัน น่าเสียดาย ที่ไม่ได้เจอกับตี๋แทค

    อาจจะเป็นเพราะตอนนั้น สื่อสารกันลำบากด้วยแหละ
    ไม่เหมือนเดี๋ยวนี้ อยู่ไหน ก็ ... สบาย โทรคุยกันทั่วโลก ...

    เรื่องอะไรล่ะที่ผมจะจำไม่ได้ ... ว่าใครหายไป
    " อ้าว แล้วตั๊มไปไหนซะละ ยังไม่เลิกบอยคอตมันอีกหรอ ? "

    ผมถามขึ้นตรง ๆ ไม่หวั่นว่าตี๋แทคจะคิดอะไร
    เพราะได้บอกตี๋แทคไปแล้ว ว่าผมไม่ได้คิดอะไรกับตั๊มในแง่พิศวาสต่อไป ( ในช่วงนี้ )
    ช่วงหน้าค่อยว่ากัน หุหุ




    " มันไม่มาวันนี้ " ตี๋แทคตอบเอง น้ำเสียงปกติ ดุจเป็นเรื่องทั่วไป
    คนอื่นๆ ก็ไม่มีใครพูดถึงตั๊มเลย คงเห็นเมียผมพูดไปหมดแล้ว
    ถ้าผมจะพูดมากไปกว่านี้อีก เดี๋ยวก็ได้มีประเด็นเรื่อง นอกใจเมีย อีกหรอก เหอ ๆ
    พวกไอ้โย มันยิ่งว่า ๆ ผมอยู่



    ใจจริงก็เป็นห่วงมันเหมือนกัน
    เหตุผลที่มันไม่มาในวันนี้ ผมก็พอเดาได้ ว่าคงจะเป็นเพราะ ' น้อยใจ ' เพื่อน ๆ
    ที่ไม่มีใครสนใจมัน ... แต่อย่างไรเดี๋ยวก็คงต้องดีขึ้น

    เรียนห้องเดียวกัน เดี๋ยวก็เจอกันอีกแหละ ...
    เล่นบอลด้วยกันซักวัน ก็ดีกันเอง

    หลังจากทานข้าวเที่ยงเสร็จ ก็ขี่ตามกันมาที่บ้านของตี๋แทค
    เรานั่งเล่นเกมส์ในห้องแอร์เย็นฉ่ำของตี๋แทคเรื่อยไป จนตะวันตกดิน
    ก็ไม่มีใครอนาทร ร้อนใจ อยากจะรีบกลับบ้าน
    เพราะต่างคนต่างมีมอร์ไซต์ ไป - กลับ ได้อย่างสะดวก

    เห็นตี๋แทคบอกว่า เทอมนี้
    อาจจะเอารถมอร์ไซต์ไปโรงเรียนบ่อยขึ้น เพราะ ทำใบขับขี่ได้แล้ว
    แต่ผมไม่สนับสนุนด้วย สู้ไปแบบขึ้นรถที่ท่ารถ บ.ข.ส จะสะดวกกว่า

    ผมไม่ค่อยได้เล่นเกมส์เท่าไหร่ ... เพราะจะเล่นเมื่อไหร่ก็ได้
    เล่นได้ทั้งวันทั้งคืน ตี๋แทคเขาตามใจผมมาก ๆ
    แถมยังเล่นเป็นเพื่อนอีกต่างหาก พวกเกมส์ต่อสู้ต่าง ๆ

    ปล่อยให้เพื่อน ๆ ของเมียผมดวลกันไป ให้หายอยาก
    ซึ่งส่วนใหญ่จะเล่นเกมส์บอล วีนนิ่งกันเสียส่วนใหญ่
    ผมลงมาคุยกับอาม่าแทคบ้าง ที่ด้านล่างบ้าง

    ด้วยความคุ้นเคย ... และความเคารพรักในตัวอาม่าแทค
    ทำให้ผมไม่เกรงกลัวอาม่าแทค เหมือนแต่ก่อน

    เข้าใจ นิสัย คนแก่ แหละ ว่าที่ดุไป ก็เพราะรักห่วงลูกหลานเท่านั้นแหละ
    เพียงแต่วิธีการใช้คำพูดอะไรต่าง ๆ ก็อาจจะตรง ๆ ไม่มีจิตวิทยาการเลี้ยงหลาน
    รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี เป็นเรื่องธรรมดา ของคนโบราณ
    ได้ดีเพราะไม้เรียวมีให้เห็นมากมาย

    ซึ่งแทบทั้งวัน ถ้าไม่ทำงานบ้านง่าย ๆ อาม่าแทค นั่งดูโทรทัศน์ไปเงียบ ๆ
    อาการป่วยของอาม่าแทคก็เกือบหายดีเป็นปกติ
    แต่อย่างไรก็ไม่ทำให้ อาม่าแทค แข็งแรง แบบเต็มร้อยเหมือนแต่ก่อนได้
    กับข้าวกับปลา บางทีก็ไม่ทำ ... ซื้อเขาบ้าง หรือ ทำเองง่าย ๆ

    น้อยครั้งไป ที่อาม่าแทคจะกินรวมกับพวกก๊กลูกหลานเมียน้อยของสามีตน อย่างพวกไอ้อุ้ย

    ถึงแม้ว่าพวกนั้น จะไม่มีใครกล้ากับอาม่าแทคเลยก็ตาม
    อาม่าแทคเป็นใหญ่สุดในบ้าน ตามวัฒนธรรมครอบครัวจีนโดยแท้

    ผมเองก็พอเข้าใจหัวอกคนเป็นเมียหลวงแหละ จะผ่านมากี่ยุค
    พวกเมียน้อย ก็ยังถือเป็นหนามปักคาหัวใจ
    ต่อให้ดีแสนดี เข้ามาเป็นหัวเรี่ยวหัวแรง ก็ยังไม่พอใจกันง่าย ๆ

    จากรุ่นตัว ... สืบทอดมาเป็นรุ่น ๆ ตอนนี้ถึงรุ่นหลานแล้ว
    อาม่าแทค ก็ยังคงดำรงความห่างเหินได้อย่างสม่ำเสมอ
    กับหลานต่างลูกอย่าง ... ไอ้อุ้ย ชัยมงคล นี่แทบจะเป็นคนละเรื่องกับ คุณแทค ชัยพืชเลย

    อาม่าแทคเคยเล่าว่า ... คนจีนก็ชอบมีเมียหลายคน
    จะได้ช่วยทำมาหากิน " ไอ้เรามันก็คนจีน เกิดที่เมืองจีน ทรัพย์สมบัติอะไรก็ไม่มี จะสู้คนไทยเขาได้ไง "
    ประโยคนี้ย้อนความนัย ว่าเมียน้อยของอากงตี๋แทค ที่อยู่บ้านนี้เช่นกัน เป็นคนไทย

    อากงตี๋แทค คงอยากแต่งงานกับคนไทย จะได้ช่วยกันทำมาหากินได้อีกแรง
    คงจะเป็นเหตุผลสำคัญ ที่อาม่าแทค อยากจะกลับมาอยู่ที่บ้านเมืองสิงห์นักหนา

    ทราบมาว่า บ้านหลังนี้ เป็นบ้านหลังที่อากงปลูกอยู่กันมากับอาม่าของตี๋แทคก่อน
    ต่อมา แม้อากงตี๋แทค จะมีเมียน้อย ก็ยังพักอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้

    อาม่าแทคคงไม่อยากให้บ้านหลังนี้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของเซ็ตเมียน้อย นั่นแหละ
    แต่สภาพบ้านหลังนี้ก็เก่า และ ทรุดโทรมพอสมควร ตี๋แทคก็ไม่ค่อยจะรักษาดูแลอะไรมาก
    ไม่สนใจด้วย ผมน่ะรู้ใจเมียผมเสมอ แม้จะไม่พูดอะไรออกมาเลยก็ตาม

    พวกญาติของไอ้อุ้ยเสียอีก ที่อยู่กันหลายคน คอยดูแลบ้านหลังนี้ให้ด้วย
    ก็ไม่รู้อาม่าแทค คิดในเรื่องนี้อย่างไร

    " เย็นนี้จะกินอะไรละ ตี๋แทคบอกว่าจะออกไปกินข้างนอกกันหรอ ? "
    " ครับ อาม่า อยากกินอะไรไหม ? "
    " ไม่ต้องหรอก อั๊วะกินง่าย ๆ อยากกินข้าวต้มกับผักดองเท่านั้นเอง "

    อาม่าแทคมีหัวด้านการทำของหมักดองมาก
    บางอย่าง ... ไม่น่าจะอร่อย ก็กลับกลายเป็นอร่อยได้
    อย่าง กระหล่ำปลีดองสามรส หัวไชเท้าดอง กินเหมือน ' กิมจิ ' เลย

    ข้าวต้มกุ๋ย นั้น คนจีนโดยแท้ ๆ ... กับที่ทานด้วยนั้น
    ไม่มีความวิริศมาหรา มาก

    ที่ขาดไม่ได้คือ เต้าหู้ยี้ แท้ ๆ กินกับข้าวต้มร้อน ๆ อร่อยนัก
    ใบปอผัด ก็แปลกดี

    เต้าหู้ยี้ แท้ ๆ ดี ๆ ไม่ได้หาทานกันได้ง่าย ๆ
    ดีจริงตรง อิมพอร์ตมาจากเมืองจีน ไว้รับประทานกับข้าวต้มโดยเฉพาะ
    ทุกวันนี้ก็ไม่ได้ทานมานานแล้ว อยากจะทานอยู่
    แต่ก็มีคนชอบติง ว่ามันเค็ม ไม่น่าอร่อย

    ไปกินที่เขาใส่ในเย็นตาโฟ
    ก็เป็นของเกรดต่ำ แถมผสมซ๊อสสีแดงลงไปอีก

    " ไม่รู้ว่าอั๊วะจะอยู่ไปได้อีกซักกี่ปี ห่วงแต่อาตี๋แทคมันนี่แหละ "
    อาม่าแทคเหม่อมองไปนอกหน้าต่าง ราวครุ่นคิดเรื่องราวต่าง ๆ
    โดยเฉพาะคนรู้ตัวว่าสังขารตัวเองร่วงโรย ไม่แข็งแรงเหมือนแต่ก่อน

    ผมเลยต้องปลอบใจ " อาม่าครับ ไม่ต้องไปห่วงไอ้แทคมันหรอก รายนั้นเขาเอาตัวรอดได้ "
    " อั๊วะเลี้ยงของอั๊วะมาตั้งแต่เด็ก ๆ " อาม่าแทคเล่าไป เท้าความไปยังอดีต

    " อาแทคนะ ติดอั๊วะมาก เรียกได้ว่า ร้องไห้จะอยู่แต่กับอั๊วะ ไม่ยอมย้ายไปเรียนที่กรุงเทพเหมือนอาทัช "
    " ครับ ตี๋แทค นี่ติดอาม่ามาก " ผมอมยิ้มหน่อย ๆ
    เมื่อได้ทราบความเป็นมาของเมียผม จากปากบุพการี ใกล้ชิด
    " มันเอาแต่ร้องไห้ จะอยู่กับอาม่า จะอยู่กับอาม่า "

    " ป.4 ก็แล้ว ให้ย้ายไปกทม. ก็ไม่ไป ... ป.6 ก็แล้ว บอกว่าอยู่ที่นี่ก็สบาย .. อยู่เป็นเพื่อนอาม่า "
    " เหอ ๆ เดี๋ยวจบ ม.3 นี่ ตี๋แทคได้ย้ายแน่นอนครับ " ผมยืนยันแม้หัวใจเจ็บปลาบ การพลัดพรากใกล้เข้ามา ก็ช่างมัน
    โลก ไม่ได้เป็นดั่งใจของเราทั้งหมด

    ถ้าโลกรู้ความคิดมนุษย์เข้า คงอยากบอก ...



    ฉันเป็นของฉันแบบนี้ ฉันมีเกิด ... ตั้งอยู่ ... ดับไป ...
    เฉกเช่นเจ้า ... เจ้าตริมิถึง เพราะเจ้าเกิด ... และ ดับไปก่อนฉัน ...
    น่าขัน ... ตัวเจ้ามันก็แค่ องค์ประกอบอันเป็นธุลีของโลก ใย ... ไม่เข้าใจโลก

    พบ ... พลัดพราก มฤตะ หมดสิ้น ... หมุนเวียน
    โลกกลม ... วัฏจักรแห่งชีวิต ... ก็กลมด้วยดุจกัน

    อาม่าแทคถอนใจยาว เมื่อรู้ว่าอย่างไร หลานสุดรักต้องคืนสู่ครอบครัวที่เยาวราชจนได้
    " อืม ... ม่าจะได้หมดห่วงไป อาแทคมันเก่ง อั๊วะก็ไม่ได้สอนอะไรมันมาก มันเข้าใจพูด เข้าใจเถียงนะ อาอ้น "
    " ครับผม " ผมยิ้มรื่นรมย์ไปกับคนที่ผมรักสุดหัวใจไปด้วย

    " เป็นเพื่อนกัน สัญญากับม่านะ ว่าอย่าทิ้งกัน อั๊วะก็เพิ่งเห็นอาตี๋มีเพื่อนสนิทมาก ๆ คือเรานี่แหละ "
    " อ้อครับผม แน่นอนครับ ผมไม่มีวันทิ้งแทคแน่นอน "
    ผมหัวใจพองโตคับอกอย่างบอกไม่ถูก กับความไว้วางใจที่อาม่ามอบให้ผม
    ประโยคลึกซึ้งของผม อาม่าแทค ไม่มีวันมองได้ลึกเท่าผมแน่นอน

    " มีอะไรก็ค่อย ๆ พูดกัน อาตี๋แทค ขี้น้อยใจ ขี้เหงา อั๊วะเลี้ยงมาแต่เด็ก ทำไมอั๊วะจะไม่รู้ละ ? "
    " ครับผม .... ก็รู้ ว่าแทคน่ะ มีอะไรในใจเยอะ แต่ชอบแสดงว่าตัวเอง เก๋าซ่าออกมาทุกที " ผมสนับสนุน
    " ตอนเด็ก ๆ นะอาตี๋นี่ร้องไห้ได้ทุกวัน เดี๋ยวเหงาบ้าง เดี๋ยวอยากได้โน้นได้นี่ ... "

    เสียงอาม่าแทคเต็มปรี่ไปด้วยความรู้สึกรักและผูกพันในตัวหลานชายคนเล็กนักหนา
    " อย่าทิ้งกันนะ ถ้าอั๊วะเป็นอะไร ฝากลื้อดูด้วยนะอาอ้น มันเชื่อลื้อ คนเดียว อาแทคนี่ นอกนั้นดื้อหมด "
    " อะนะครับ รับปากแน่นอนครับ อาม่าสบายใจได้ "
    ผมก้มหน้าพยักหน้ารับคำให้อาม่าแทค สบายใจ

    อยากจะเถียงเหลือเกิน ...
    อาตี๋แทคนั้น ... กับผมมันก็ชอบเถียงครับ ม่า

    นึกถึงภาพตี๋แทคในวัยเด็ก ก็คงไม่ต่างจากผม
    ติดย่า เพราะย่าเลี้ยงมาแต่เด็ก ขี้เหงา ขี้อ้อน โลกส่วนตัวสูง

    ผมจะดูแลคุณให้ดีที่สุดครับ ชัยพืช




    ............เพราะรักเข้าใจ เคียงใกล้คลอเคล้า
    โลกของสองเรา เข้าใจยั่งยืน


    ...........ดวงจันทร์อิจฉา เวลาดึกดื่น
    ด้วยรักหวานชื่น ในคืนหวานฉ่ำ...


    ...........สบตาซึ้งใจ ไม่ต้องเอ่ยคำ
    สุขหัวใจล้ำ เกินพร่ำบรรยาย


    ...........สัมผัสรักนี้ ที่ล้นความหมาย
    เคียงใกล้ใจกาย ไม่หน่ายแหนงหนี


    ...........สองคนเคียงใกล้ สุขใจล้นปรี่
    ความหมายมากมี ที่ใจ...เข้าใจ


    ..........คือรักอบอุ่น ละมุนละไม
    แม้ใกล้หรือไกล ก็ไม่นำพา


    ..........มือสองกุมรัก ประจักษ์อุรา
    เคียงข้างทุกครา สองตาสื่อใจ
    My Endless Love, Meu Amor


    มาติดตามอ่านนิยายสนุก ๆ กันครับ ห้องสมุดพี่เคท / LWชSนาคราช / หนังสือออกใหม่

  11. #146
    หัวหน้าสาขา รูปส่วนตัว ivan2009
    สมัครเมื่อ
    Aug 2009
    ที่อยู่
    In your heart!!
    โพส
    3,887
    อัฐ
    5,570
    1,380
    263
    Increase Font Decrease Font

    มาตรฐาน ตอบ: Love sex & Love game... "กลเกมร้อนรักไฟสวาท" Update 01/11/52

    รายวิชาที่ถือว่าแปลกใหม่
    เพราะเด็ก ม.3 แต่ละคนจะเรียนตามที่ตนถนัด
    เห็นจะเป็น ' วิชาโครงงาน ' อันสามารถนำไปประกอบอาชีพได้ จึงถูกบรรจุในหลักสูตร
    ให้นักเรียน ม.3 เป็นงาน ถนัดอะไร ก็เลือกเรียนอย่างนั้น ...

    สำหรับโครงงานเบอเกอรี่ของห้อง 3/8 ของผม
    คาบแรก อาจารย์วันดี ผู้สอน ก็บอกให้นักเรียน เตรียมตัวคาบหน้า เตรียมวัศดุอุปกรณ์บางอย่าง
    มาทำขนมถ้วยฟู หรือที่เรียกง่าย ๆ ว่า ขนมปุยฝ้าย กัน
    ซึ่งเครื่องปรุงบางอย่างก็ไม่ต้องเตรียมมา ทางโรงเรียนมีให้
    อาทิ แป้ง , ผงฟู ผมนี่เลยนึกสนุก อยากจะเข้าครัวกับเขาบ้าง ( ปกติ กินและ สั่งอย่างเดียว ) เหอ ๆ

    " เอามาให้ผมทานบ้างนะ ขนมถ้วยฟูนะ ผมขอสีขาวนะ ไม่ใส่สี "
    ระหว่างนั่งรับประทานอาหารกลางวันด้วยกัน วันนี้ตี๋แทคเป็นเวรต้องมาทานข้าวที่โต๊ะผม
    จึงต้องละจากเพื่อน ๆ ลูกสมุน 3/4 ของตน มากินที่โต๊ะผมแทน
    แถมซื้อทั้งลูกชิ้นทอด หนังไก่ อีกทั้งผลไม้ มาวางไว้เลยทีเดียว
    จะได้ไม่ต้องเดินซื้อไปซื้อมาหลายรอบ

    ทั้งโต๊ะผม ก็รวมกลุ่มกันได้ใหม่ มีทั้งสมาชิกเก่า และ สมาชิกใหม่
    ต่างคนต่างรู้เรื่องของผมกับตี๋แทค อย่างดีแล้ว จึงไม่มีใครสนใจแซวอะไรมาก
    " ผมชอบสีชมพู เดี๋ยวจะใส่กลิ่นสตอเบอรี่ เหอ ๆ " ผมนึกกระหยิ่มใจจะทำขนมให้เมียทาน
    " ไม่เอา ผมชอบสีขาวนะ เหอ ๆ ไม่ต้องใส่กลิ่นอะไรหรอก "

    เจตน์ที่นั่งฟังมานาน เลยเสนอแนวคิดใหม่
    " มึงก็ทำหลายสี หลายกลิ่นสิไอ้อ้น ง่ายดีออก มึงทำอะไรให้ไอ้พืช มันก็แดกหมดแหละ "
    ตี๋แทค หน้าง้ำใหญ่
    " เห้ย ... เจตน์ กูไม่ได้เห็นแก่กินขนาดนั้นนะ ทำดี ๆ ด้วยเดี๋ยวท้องเสีย ! "
    ประโยคนี้ทำเอาทั้งโต๊ะผม ค้อนขวับ เพราะถือเป็นแม่ครัวใหญ่เบอเกอรี่ด้วยกันทั้งสิ้น

    " นี่ ... ไอ้พืช ให้กินฟรี ๆ อย่ามาพูดมาก ทำสะอาดอยู่แล้วละ เพราะคนทำสวย เหอ ๆ "
    " อ่านะ " ตี๋แทคอยากจะอ๊วกเสียให้ได้ แต่ก็ต้องเก็บอาการ ไม่งั้นเดี๋ยวเจอ ' รุม '

    " แล้วกับเพื่อนใหม่ พวกไอ้ปานเป็นไงบ้างครับ ? "
    ตี๋แทคนั่งกินกับผมเงียบ ๆ เลยถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างผมกับเพื่อนผู้ชาย 3/8 หน้าใหม่ ๆ
    " ก็ดี เรื่อย ๆ... ทำไมหรอ ซี้คุณเลยไงละ พวกไอ้ปานนะ "
    " อืม ... ซี้มาก บ้านมันอยู่แถววัดโพธิ์แก้วไง ตอนเด็ก ๆ เคยเดินไปเล่นกับมัน คุณจำมันไม่ได้หรอ ? "


    ตี๋แทคช่วยค้นความจำ สมัยตอนเรียน ม.2
    ที่เราสองคนขี่มอร์ไซต์ไม่ใส่หมวกกันน๊อค เจอตำรวจเรียก แถว ๆ วัดโพธิ์แก้วนี่แหละ
    ตำรวจคงเห็นว่าเด็ก เลยให้ไปหาหมวกกันน๊อคมาใส่
    ตี๋แทคเลยเดินไปยืมหมวกกันน๊อค ที่บ้านไอ้ปาน ที่อยู่ติดกับวัด
    ทำให้ผมพอจำได้ เพราะกว่าจะขอมาได้ ก็เกือบทะเลาะกับคนที่บ้านไอ้ปานไปเหมือนกัน

    " มันทะลึ่งวะ "
    ผมรำลึกถึงพฤติกรรมสุดแสบของเพื่อนตี๋แทค ที่กระทำภายในห้อง ก็เล่นเอาส่ายหัว
    " มันก็แบบนั้นแหละ ตี๋. แทคชอบใจเพื่อนใหม่ 3/8 ของผมเสียยิ่งกว่าอะไร

    เพราะเท่าที่ผมเรียนอยู่กับเพื่อนผู้ชายมา ทั้ง 1/1 และ 2/9
    ตี๋แทคไม่เป็นปลื้มเลยซักคน คนใดเป็นพิเศษเลยซักคน จึ
    งดูเหมือนห่างเหิน จนตี๋แทคไม่อยากจะมานั่งเรียนอะไรด้วย

    มีครั้งนี้แหละ ผู้ชายห้อง 3/8 ได้สมใจเจ้าตัวเขาแหละ แสบซ่า ทะลึ่งตึงตัง
    ซึ่งก็เล่นเอาผมเหงื่อตก
    กลัวโดน ' ฝากฝัง' แบบมี พรายกระซิป รายงานพฤติกรรมฉิบหายเลยวะ

    " แล้วเรื่องคุณกับตั๊มเป็นไงบ้างละ ? " ผมถามเรื่องของห้อง 3/4 บ้างสลับกัน
    นี่ก็เปิดเทอมมาได้อาทิตย์กว่าแล้ว ... ตั๊มมันคงต้องมาเรียนตามปกติ
    ซึ่งเวลาผมมาโรงเรียนกับตี๋แทคในตอนเช้า ก็อาจจะมาพร้อม ๆ กับเพื่อน ๆ ตี๋แทคบ้าง
    ก็ไม่เห็นหัวไอ้ตั๊มเลย


    " ทำเป็นเก็กไอ้นี่ เดี๋ยวมันก็เข้ามาคุยเองแหละ เหอ ๆ " ตี๋แทคหัวเราะใหญ่ เมื่อได้แกล้งเพื่อน
    " ทำมาลีลา จะคุยก็คุยแหม ... เต๊ะท่าอยู่ได้ "
    " เอาเหอะ ๆ " ผมเปลี่ยนเรื่อง เพราะลงอีหรอบนี้ เดี๋ยวก็ดีกัน

    เห็นตี๋แทคบอกว่า ตั๊มเองก็พยายามปรับปรุงตัวอยู่เหมือนกัน
    คือไม่เอาเปรียบใครในด้านความรู้สึก ซึ่งก็น่าจะเป็นอย่างนั้น

    ตี๋แทคเรียนคณิตศาสตร์เสริมเหมือนผม
    ซึ่งผมเบื่อมาก ... แถมห้องผม 3/8 ก็มีคนเรียนไม่ถึง 20 คน
    แม่งโคตรเสียวสันหลัง อาจารย์อุบลเป็นคนสอนด้วย นอกจากจะเป็นอาจารย์โฮมรูมแล้ว
    ซึ่งอาจารย์ก็สอนดี แต่ผมก็ขี้เกียจจะเข้าใจ



    ตี๋แทคคงเข้าใจผมและเพื่อน ๆ ทั้งโต๊ะว่าแต่ละราย
    ก็ขยาดคณิตศาสตร์เสริมด้วยกันทั้งสิ้น
    แต่ที่ต้องเรียนเพราะกลัวไม่ได้ต่อ ม.4

    " ไม่เข้าใจตรงไหน ให้เราติวได้นะ "
    ตี๋แทคพูดโดยรวม " เพราะห้องเรากับห้องอ้นก็เรียนกับอาจารย์อุบลเหมือนกัน "
    " จ๊ะ ... เบื้อ เบื่อ " หญิงอ้อ ที่นั่งเรียนกับผม ส่ายหัวใหญ่

    แต่ถึงอย่างไรก็สมใจตี๋แทคแล้ว เรื่องเรียนคณิตศาสตร์ของผม
    จะเอาให้ได้ยิ่งกว่านี้ สงสัยคงเจอผมด่าแน่นอน เลยเฉยไว้ก่อน

    เห็นพวกพี่หมี รุ่นพี่พวกผม มากินข้าวที่โรงอาหารเหมือนกัน
    เมื่อพวกหล่อนขึ้นเรียนชั้น ม.4 อันถือเป็นระดับมัธยมปลายแล้ว
    ทีท่า พวกพี่เขาก็เปลี่ยนไปพอควร
    คือมีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ไม่ค่อยจะมาสนใจ ใส่ใจอะไรกับเด็ก

    อีกอย่าง คดีก่อน ที่เพื่อนตน " อีพี่เติ้ล พงษ์พัฒน์ ' เจอเซ็ตใหญ่จากพวกผม
    ก็ดูจะเข้าใจในความเป็นผมขึ้นอย่างดี ว่าแรงเพียงไร

    ตี๋แทคไม่ญาติดีกับพี่ ๆ พวกนี้ต่อไป
    เพราะถ้าไม่มีพวกนี้ สนับสนุนอยู่กราย ๆ
    มีหรือ อีพี่เติ้ลจะกล้าลงมือกับผม

    ที่สำคัญ ' พี่เปิ้ล ' อีกาคาบข่าวชั้นเยี่ยม ก็ไม่ได้ต่อ ม.4 โรงเรียนสิงห์บุรีซะด้วย
    ดันไปต่อโรงเรียนประจำ ที่ลพบุรี ...

    เมื่อเร็วๆ นี้ยังไปงาน ' ขึ้นบ้านใหม่ ' เจ้ อยู่ แหละ ที่ยุดยา
    คุยกันสนุกเชียว ... อดีตก็คืออดีต มันเป็นอย่างไร ก็ต้องเป็นแบบนั้น
    กลับไปแก้ไขไม่ได้ แต่ปัจจุบันก็ไม่จำเป็นต้องรู้สึกแบบเดียวกับ อดีตนี่นาจริงไหม

    เลยทำให้ ตอนนี้ พวกเด็ก ม.3 อย่างพวกผม กับ พวกรุ่นพี่ ม.4
    ต่างคนต่างอยู่ น่าจะดีที่สุด

    - - - -

    ยามเย็นหลังเลิกเรียน ... ผมกับตี๋แทคมักจะเตะบอลด้วยกัน
    ( ไม่อยากจะเชื่อใช่ไหม ว่าผมทำได้ เหอ ๆ )
    ไม่รีบกลับบ้าน เพราะ ไม่ใช่ช่วงเทศกาลสอบ

    แน่นอนละ ตอนนี้ ผมลงสนามบอลกับเมียผมแม่งเลย
    ซึ่งเมียผมชอบใจมาก

    นอกจากจะเล่นกับผู้ชายอันเป็นเพื่อน ๆ ของตี๋แทคห้อง 3/4 แล้ว
    ยังจะเล่นกับผู้ชายห้องตัวเอง 3/8 ด้วย
    ซึ่งผู้ชายห้องผม ก็เตะบอลเก่ง ๆ กันหลายคน เป็น นักบอลม.ต้น ตัวโรงเรียนก็มี
    อย่าง ไอ้ปิ , ไอ้คริส

    ที่สำคัญ ' สังคมตุ๊ด ' ของพวกผมเริ่มลอยห่าง ต่างคนต่างอยู่
    ตามห้องที่ได้แยกย้ายกันไป คบกับเพื่อนชะนีกันไปตามปกติ
    แม้ผมจะเรียนอยู่กับเจตน์ ห้องเดียวกัน เจอกันทุกวัน
    แต่ก็เหมือนว่า ต่างคนต่างมีที่ไป ...

    เจตน์ติดซ้อมดนตรีทุกวัน อันเป็นชีวิตของหล่อนไปแล้ว
    เหลือแต่ผมลอยเคว้ง ไม่แปลกอะไร ที่ผมจะหันกลับมายึด เมียผม เป็นเพื่อน
    ทั้งมาเรียนด้วยกัน และ กลับบ้านด้วยกัน

    ทีแรกก็ไม่คิดว่าจะเตะบอลกับเขาได้
    แต่เมื่อเจอคำยุจากตี๋แทค และเพื่อน ๆ มาก ๆ เข้าหน่อย
    ก็อดครึ้มใจลงเล่นกับเขาไม่ได้

    การร่วมเตะบอลด้วยกัน
    ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างผมกับเพื่อน ๆ ผู้ชาย 3/8 ดีขึ้นเป็นลำดับ
    เพราะผมก็ ' แน่พอ ' ที่จะลงเตะบอลกับพวกมัน แต่ผมก็ไม่ปิดตัวเองว่าเป็นตุ๊ด
    แต่เป็นตุ๊ดที่แปลกอยู่อย่าง คือ ไม่มีผู้ชายมาแซววี้ดวิ้ว ประมาณว่า " ว้าย ตัวเอง ขอล่อตูดหน่อย "
    แบบนั้นไม่มี ( ถ้ามีเป็นเจอยิ่งกว่าด่า ) ทำให้พวกผู้ชายห้องผม ยอมรับผมได้มากขึ้น

    ของแบบนี้ มันวัดกันที่ใจมากกว่า ไม่ใช่เรื่องรสนิยมทางเพศ

    ไอ้ปานชัย งี้ ... ไอ้ปิ งี้ กอดคอเล่นบอลกับผมอย่างสนุก
    ซึ่งแม้มันจะเกเรไม่ตั้งใจเรียนอยู่มาก แต่เรื่องความมีน้ำใจ พวกมันก็ไม่ใช่แย่นะ

    มีน้ำใจกับพวกเด็กเรียนเยอะ มันไม่หวังว่าจะต่อ ม.4 เลยซักราย
    อันผิดกับผม แต่เรื่องนั้นก็เป็นเรื่องของพวกมัน ทางใครทางมัน
    แต่ตอนนี้ เราเรียนด้วยกัน ทางของพวกเรา มันก็ยังเป็นทางสายเดียวกันอยู่

    เราดวลบอลกันถึงเย็น ดูเหมือนความสัมพันธ์ระหว่างผู้ชายห้องผม
    กับผู้ชายห้องตี๋แทค 3/4 จะเป็นไปได้ด้วยดีมอย่างมาก

    เหอ ๆ อาจจะเป็นเพราะ ทั้งไอ้ปาน และ ไอ้ปิ ต่างจบวัดพรหมด้วยกันมาทั้งนั้น
    ไอ้ปิ ก็มีแววหล่อ สาวกรี๊ดมัน เพราะเข้าตำรับ สูง ชลูด ตูดปอด ยอดขุนพล
    แต่มันก็ไม่สเป็คผม มันเลยรอดตัวไป ไม่เจอผมเพ่งเล็ง เหมือน ตั๊ม อัศนัย

    " ไอ้อ้นเดี๋ยวได้ผอมกันมั่งแหละวะ กูวิ่งจะตามมึงไม่ทันอยู่แล้ว "
    ไอ้ปานห้องผมหายใจหอบยาวหลังเตะบอลเสร็จกับเพื่อน ๆ
    " ดี ๆ " ตี๋แทคเห็นดีด้วย " กูอยากเห็นอ้นมีกล้าม "

    " แค่นี้ก็ดีแล้ว ดีสมใจมึงแล้ว ไอ้พืช " ไอ้ปานเป็นคนทะลึ่งอยู่แล้วด้วย เลยส่อความนัยกันสนุก
    ผมเลยพูดต่อ " มึงรู้ได้ไงวะ ว่ากูมีดี มีคนบอกมึงหรือไง ? "
    " ไม่บอกก็รู้ ... " ไอ้ปานเล่นลิ้นแถมยังหัวเราะคิกคักกับตี๋แทคอันแสดงความคุ้นเคยกัน
    เล่นเอาควยผมลุกทันที

    " ไป ... กลับกันได้แล้ว ! " เรานั่งพักเหนื่อยกันพอควร
    ก็ได้เวลาลุกกลับบ้าน เดี๋ยวรถหมด

    ไอ้ปานมักกลับพร้อมกับพวกผมเสมอ
    เพราะบ้านอยู่ในตลาดเหมือนกัน แต่มันก็กลับทำตัวไม่เหมือนเด็กตลาดอย่างพวกตี๋แทค
    ไม่เคยเห็นมันออกมาสมาคมอะไรกับใครเขา ทั้งที่บ้านมันกับบ้านไอ้โย อยู่ใกล้กัน
    เห็นมันบอกว่า ต้องกลับไปช่วยงานที่บ้านทุกวัน

    กับไอ้ปานนั้น ทีแรกผมไม่ถูกชะตากับมันอย่างแรง
    ผมว่านอกจากมันไม่หล่อ สิวเขรอะแล้ว ยังดูสกปรกซ๊กม๊ก พูดจาทะลึ่งตึงตังอย่างมาก
    แต่พอได้มาสนิทกัน ด้วยความจงใจของมัน ที่อยากจะรู้จักกับผมอย่างเต็มที่
    ที่เปิดใจแบบพร้อมจะสนิทกับผม ทำให้ผมรู้สึกถูกชะตากับมันอย่างมากเหมือนกัน
    ใจมันนักเลงดี แถมไม่สกปรกอย่างที่คิด

    ตี๋แทคก็ได้แต่บอกกับผม เมื่อผมเปิดใจคบเพื่อนใหม่ ๆ บ้าง
    " คนเราอย่าดูกันแต่ภายนอกสิครับ คบกันนาน ๆ ไอ้ปานมันดีจะตาย ไว้ใจได้ ไม่ดีผมไม่คบหรอก "
    " เหอ ๆ ซี้กันมาก นี่ระวังจะเจอหมัดนะ แอบให้ไอ้ปานมาซุ่มดูพฤติกรรมของผมเวลาอยู่ในห้องเรียนนี่ "
    " แหม ... ก็อ้นออกจะดี ใครจะมีสปายละ คิดมากไปได้ "

    ผมยังไม่วายมีชนักติดหลัง ทำอะไรในห้องเรียน หายใจไม่ค่อยคล่องคอ

    เราแวะทานขนมเย็น ๆ ที่ตัวตลาดก่อนแยกย้ายกันกลับบ้าน
    ส่วนใหญ่จะมีผม , ตี๋แทค ไอ้ต๊อบ และ ไอ้โย เท่านั้นแหละ
    กับตั๊มเอง ช่วงหลัง มันสงบเสงี่ยมขึ้นเยอะ พูดจาอะไรก็ดูจะไม่ค่อยขัดคอคนอื่น
    เพื่อน ๆ เลยรับมันเข้าแก๊งเหมือนเดิม แต่มันก็หายซ่าขึ้นเยอะ กลัวเพื่อน บอยคอต อีก

    โดยเฉพาะกับตี๋แทคด้วยแล้วนั้น ตั๊มแทบไม่กล้าอะไรด้วยเลย
    เลยมีพฤติกรรมนั้นลามมาถึงผมด้วย ซึ่งผมก็เฉย ๆ ยังไงก็ได้

    จะคุยก็คุย ไม่คุยก็ไม่เป็นไร ...
    ผู้ชายโลกของผู้ชาย ...

    ส่วน ... ไอ้ที่แล้ว ๆ มา ก็ให้มันแล้ว ๆ ไปก็แล้วกัน

    " เดี๋ยวนี้โน๊ตยังไปเล่นเกมส์ร้านพี่ขวัญอยู่เป่าละ ? ไม่ค่อยได้เจอมันเลย "
    ผมชวนตั๊มคุยบ้าง อย่างน้อยให้มันรู้ว่าผมเหมือนเดิม
    " ไปบ้าง ว่าง ๆ อ้นก็มาสิ พี่ขวัญบ่นถึงอยู่แน่ะ "
    ตั๊มชวนผมต่อหน้าตี๋แทค เล่นเอาตี๋แทคเบลคทันที

    " มึงก็ชวนแฟนกูเรื่อยเปื่อยนะไอ้ตั๊ม บ้านกูก็มีเกมส์ จะไปเล่นทำไมให้เสียเงิน "
    ตั๊มมองหน้าผมที มองหน้าเมียผมที " เอ้า ก็กูเห็นอีโน๊ตเพื่อนอ้นมันมาไง เลยคิดว่าอ้นน่าจะมาได้ "
    ผมเลยต้องยุติ เพราะรู้ว่าเมียผม มีอารมณ์หึงอันร้อนแรงเพียงไร

    " ถ้าผมไปก็ไม่ต้องไปเล่นเกมส์ก็ได้ แวะคุยกับกิ๊ฟไง ! "
    อย่างไรผมก็ชอบไปนั่งเล่นตีแบต หรือสนทนาพาเพลินกับกิ๊ฟเพื่อนสนิทอยู่บ่อย ๆ
    ตามประสาวัยรุ่นทั่วไป ที่ชอบสนทนาอยู่กับเพื่อนที่รู้ใจ

    เพราะบรรยากาศหมู่บ้านมังกรทองก็น่ารื่นรมย์
    เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ ออกกำลังกาย ( เหล่มองผู้ชายที่น่าสนใจบ้าง )

    " ชอบจังไปบ้านกิ๊ฟนี่ ! " เมียผมหันมาปรามผมต่อ ... " ไม่รู้ติดใจไรนักหนา ? "
    ผมเลยมีสีหน้าเข้มขึ้น เพราะเหมือนตี๋แทค กำลังใช้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล

    " ผมไม่ได้ไป อย่างที่คุณเข้าใจละกัน " ต่อหน้าตั๊ม ผมก็กล้าพูด
    " ผมไปหาเพื่อนผม คุณก็รู้ว่าผมกับกิ๊ฟ สนิทกันนะ ! "

    ตี๋แทคเลยเสียงอ่อนลง เพราะเห็นผมเอาจริง

    ส่วนเรื่องเกมส์ร้านพี่ขวัญนั้น ผมก็จนปัญญาที่จะไปเล่นกับโน๊ต
    เพราะ อยู่คนละห้อง ก็พอจะห่าง ๆ กันไปบ้าง
    อีกอย่างที่บ้านเมียผมก็มีแผ่นเกมส์มากมาย เรียกได้ว่า
    สามารถเปิดเป็นร้านให้เช่าแผ่นเกมส์เสียได้แล้วละ

    ผมแยกกับเมียผม ... ที่ร้านขนมหวานเย็น หน้าธนาคารออมสิน
    โดยผมว่าจะขึ้นรถมอร์ไซต์กลับบ้าน
    ตี๋แทคคงรู้ว่าผมเริ่มงอน จึงไม่รู้จะพูดว่าอย่างไรได้แต่บอกเสียงอ่อย ๆ

    " เดี๋ยวคืนนี้โทรหานะ "


    - - - -


    เทอมนี้ ... เมื่ออาม่าแทคหายป่วยกลับมาอยู่บ้านของตนที่เมืองสิงห์
    ทำให้บ้านผมเหงา ๆ ผู้ก่อการร้ายจอมซ่า หายไป
    บ้านเลยเงียบพอสมควร จนมื้อเย็นวันนี้ คุณย่าผมเอ่ยขึ้น

    " ว่าง ๆ ไม่ชวนชัยพืชมาทานข้าวเย็นบ้างละ พรุ่งนี้ย่าจะทำพะโล้ขาหมูไว้ให้ ของโปรดมันไม่ใช่หรอ ? "
    ผมพยักหน้ารับ พร้อมรับปาก " ได้ครับย่า แต่อาม่ามันไม่สบายเหมือนย่านา มันคงต้องดูแหละ "
    " พิลึกคนบ้านนี้ อยู่กรุงเทพสบายดีทุกอย่าง ลูกเต้าก็ร่ำรวย " ย่าผมพูดไปเรื่อย ๆ โดยไม่ย้อนมองตัวเอง
    ว่าไม่แผกไปจากอาม่าของแทคนักหรอก " ดันจะมาอยู่เมืองสิงห์ ไกลมดไกลหมอ มันจะดีเร้อ ? "

    ผมเฉยเสียดีกว่า แม้อยากจะบอกอยู่เหมือนกันว่า
    คนแก่ก็คิดแบบนี้ แหละ มีใครบ้าง ยอมรับว่าตัวเองแก่
    แม้แต่ย่าผมก็เหอะ ใครก็อยากอยู่ในที่ที่ตัวเองชอบ ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรง



    แล้วเสียงโทรศัพท์บ้านดังขึ้น หลังจากที่ผมอาบน้ำเสร็จ
    ในเวลาก่อนสองทุ่ม ย่อมไม่ใช่ตี๋แทค แน่นอน เพราะจะโทรมาดึกกว่านั้น
    ' เจ้กิ๊ฟ ' นั่นเอง ที่ระล่ำระลัก ขอสายอ้น คงมี ' เรื่องสำคัญ ' เป็นแน่
    เพราะร้อยวันพันปี ด้วยความตระหนี่เค็มของหล่อน ไม่มีวันเสีย 3 บาท โทรหาเพื่อนแน่นอน

    " มีไรหรือ ตั๊มเป็นไง ? "
    ก็ถ้าหล่อนโทรมา ไม่มีเรื่องตั๊มแบบด่วนจะเล่าให้ผมฟัง ก็ไม่รู้จะมีเรื่องอะไร
    " เป่า ๆ ตั๊มของแกยังสบายดี ตะกี้ยังเตะบอลเล่นกันสนุก คือ แกจำคนที่ชื่อ ต๊อก เพื่อนบ้านคนใหม่ที่ย้ายมาได้ไหม ? "

    กิ๊ฟเล่าต่อพร้อมบรรยายลักษณะ ประกอบการย้อนความจำของผม
    " อ๋อ ... ว่าไงละ จำได้ล่ะ จำได้ ? "
    กับคนชื่อ ' ต๊อก ' ผมก็เพิ่งเห็นหน้ากันครั้งนั้นครั้งเดียว
    ทราบจากกิฟต่อว่า เพิ่งย้ายมาจากต่างจังหวัด
    มาเข้าเรียน ม.3 ที่โรงเรียนสิงห์บุรี รุ่นเดียวกับพวกผม

    " มันเอาดอกกุหลาบมาวางไว้ที่หน้าบ้านฉัน พร้อมกับโทรมาหาฉันด้วยแหละ พ่อฉันถามใหญ่ว่าใคร ? "
    " เอ้า ... " ผมไม่รู้จะเครียดตามหล่อนหรือจะขำดี
    " ก็ดีแล้วไง มีผู้ชายมาชอบ ก็กูบอกแล้ว ว่ามันต้องจีบมึงซักวัน "

    " ไม่ไหวนะแก ... อ้น ... แถมฉันก็ถามมันว่าได้เบอร์จากใคร มันบอกว่าได้จากไอ้ตั๊ม นั่นแหละ ตัวดีพอกัน "
    กิ๊ฟโยนเผือกร้อนกลับมาให้ตั๊มจนได้ เล่นเอามีประเด็นจนผมสนใจสนทนาต่อ
    " แสดงว่าตอนนี้ ไอ้เซ็ตผู้ชายที่มาเตะบอลหน้าบ้านหล่อน ก็มีสมาชิกเพิ่มเป็นไอ้ต๊อกอะไรนี่แล้วสิ ? "
    " ใช่ ๆ " กิ๊ฟถอนใจยาว
    " น่ารำคาญมันมากเลย แถมไอ้ต๊อกมันยังถามถึงแกด้วย อ้น มันหาว่าแกกับไอ้ตั๊ม แอบเป็นชู้ สวมเขาให้แฟน "
    " อ้าว ... " ประโยคยาวของกิ๊ฟที่มีคำว่า ' ชู้ ' เล่นเอาใจผมเริ่มสุมไปด้วยไฟ

    จะมีใครซะอีกที่รู้ดีไปจากเจ้าตัว

    ตั๊มมันกล้ามาก ที่เอาเรื่องนี้ไปกรอกหูเพื่อนใหม่
    " แล้วมึงว่าไง แก้ตัวให้กูหรือเปล่า ? "
    " ฉันก็บอกไป ว่าอย่าไปยุ่งเรื่องของอ้นเลย "
    วิสัยกิ๊ฟมีความเป็นกุลสตรีสูง ไม่เข้าใจว่าคบกับผมได้ไง
    หล่อนไม่เคย ขึ้นมึงขึ้นกู กับผมแม้แต่น้อย

    ทุกวันนี้ ยังคุยกันหัวเราะคิกคั่ก จบโทกันแล้ว สบายโลด เพื่อนเรา

    " ฉันบอกว่าข่าวเก่าแล้ว ระวังอ้นรู้เข้าจะด่าเอาได้ ไอ้ต๊อกมันเลยหัวเราะใหญ่ บอกว่า อยากเห็นหน้าแกซะแล้ว "
    " มันคงรู้นะสิ ว่ามึงกับกูสนิทกัน ตั๊มมันคงสาธยายหมด ว่าถ้าจะจีบหล่อนต้องเข้าทางกูน่ะ "
    " โอ้ยจะเข้าทางไหนก็ไม่เอาหรอก ดำจะตาย " กิ๊ฟโอดครวญต่อ ก็ดีแล้วละ ที่กิ๊ฟโทรมา

    แหม ... อยากเห็นหน้าไอ้ต๊อก เพื่อนบ้านคนใหม่ของหมู่บ้านมังกรทองซะแล้ว
    มีสิทธิอะไรมายุ่งเรื่องของเรา

    คาดว่าต่อไปไม่นาน มันก็ต้องสนิทชิดเชื้อกับผู้ชาย 3/4 แทบทุกคน
    ตามประสา ' เด็กตลาด ' ด้วยกันเป็นแน่แท้
    สาระแนมายุ่งเรื่องของเราดีนัก มันต้องมีมาตราการ ปราบปรามกันบ้าง

    เมื่อผมวางสายจากกิ๊ฟไป ประโยคที่กิ๊ฟบอกยังคงติดค้างในสมอง
    อารมณ์ผมพลุ่งพล่าน รีบกดหาตั๊มต่อทันที
    เพราะเบอร์บ้านมันผมจำได้ขึ้นใจ ไม่ต่างจากเบอร์บ้านแทค

    เสียงตั๊มรับสายพอดี แม้จะแตกเนื้อหนุ่มเต็มที่
    ตามประสาเด็ก ม.3 หากแต่เสียงมันยังแหบจนเป็นเอกลักษณ์
    " มีไรอ้น " เสียงปลายสายแสดงความยินดี อย่างลึกล้ำ เมื่อรู้ว่าเป็นผม ...
    " มีสิ ไอ้เพื่อนใหม่ตั๊ม ที่ชื่อ ไอ้ต๊อก อะไรนั่น ดูท่ามันจะซ่านะ " ผมขึ้นประเด็นทันที ไม่ตองเยิ่นเย้อ
    " หรอ มันก็คงพอตัว " ตั๊มพูดไปเรื่อย ๆ ไม่คิดเป็นประเด็น " มันเพิ่งย้ายมา ทำไมละ อ้นชอบหรอ ? "
    " เป่า ! " ผมรีบเบลคความคิดมันทันที " แต่มัน ... นี่ปากไม่ค่อยดีนะ "

    " ก็ไม่ต่างจากเรานักหรอก เหอ ๆ " เสียงตั๊มอารมณ์ดี " ทำไมละ มันไปเหยียบเท้าอ้นตอนไหนละ ? "
    " เป่า... นี่ยังไม่เคยเจอหน้ามันชัด ๆ เลย มันเพิ่งเข้าโรงเรียนสิงห์บุรี ใช่ไหม ? "
    " ใช่ ห้องท้าย ๆ น่ะ จำไม่ได้ เกมาก่อนมั้งไอ้นี่ เลยต้องย้ายโรงเรียน "
    " ช่างแม่งมันเหอะ ! " ผมกะแทกน้ำเสียงใส่ เนื่องจากตั๊มทำเสียงเหมือนพวกทองไม่รู้ร้อน

    " ที่สำคัญคือ กิ๊ฟมันฝากบอกว่า น่าเบื่อมันมาก ที่มันมาจีบ ปากมันก็ไม่ค่อยดี ชอบสาระแนเรื่องชาวบ้าน "
    ผมพูดให้ดูเลวร้ายเกินจริงไปซะหน่อย เพราะกับตั๊ม มันเป็นคนไม่ถือสาอะไรใครหรอก
    ผมรู้นิสัยเมียผม คนนี้ซึ่งมีลักษณะเป็นผู้ชายดี

    " อะนะ เกินไปแล้วอ้น จะหวงเพื่อนทำไม " น้ำเสียงยังรื่นรมย์ ไม่รู้ร้อนรู้หนาว
    " ไม่ได้หวง กิ๊ฟมันฝากบอกมา ตั๊มก็ไปบอกมันด้วย หากยังไม่รู้จักกัน อย่ามาทำปากสว่าง รู้ดี "

    ตั๊มคงพอรู้แล้วละ ว่าผมโมโหเรื่องอะไร ประโยคล่าสุดของผมจึงเสมือนว่าแขวะมายังตัวเองด้วย
    " ไอ้พวกกินในที่ลับมาไขในที่แจ้งนี่นะ เดี๋ยวเจอชุดใหญ่ จะเอาให้เดินไม่ได้เลยทีเดียว ! "
    อารมณ์โกรธผมคลายลง เพราะปลายสายหัวเราะแฮะ ๆ แบบมีเลศนัยพอสมควร

    " อ้นก็ ... แหม ... ซาดิสต์ใหญ่แล้ว แล้วนี่ทำไรอยู่ละ ? "
    ตั๊มเปลี่ยนเรื่องเสีย ไหน ๆ ผมก็โทรหามันแล้ว เลยต้องคุยกับมันหน่อย
    มันก็รู้ตัวแหละ ว่าเพื่อน ๆ บอยคอตมัน
    แต่มันยังเข้าใจว่า

    " พวกมันเข้าใจเราผิดวะ เรื่องไม่เป็นเรื่อง ทำมาเคือง "
    " เออ ... ไม่รู้โว้ย เพื่อนกัน เคลียส์กันเอาเอง อย่าลืมฝากบอกไอ้ต๊อกเพื่อนใหม่นายด้วยละ "
    ตั๊มหัวเราะอีกที พร้อมวางสายไป

    กับตั๊มเอง ตอนนี้ผมรู้สึกเฉย ๆ กับมันมาก
    อาจจะเป็นเพราะ เมียผม ชัยพืช ยังคงความเร้าใจในทุก ๆ ด้านด้วยกระมัง
    ผมเลยไม่คิดว่าใครอื่น จะมาสู้เมียผมคนนี้ได้

    นิสัยตั๊ม บางที ไม่มีความมั่นคงเท่า ตี๋แทค
    จะเบี่ยงเบนก็ไม่ใช่ ออกจะเป็นแนวผู้ชายมากกว่า เพราะเห็นปลื้มผู้หญิงอยู่

    แถวเพื่อนๆกันยังไม่ค่อยชอบ เพราะเป็นคนเห็นแก่ตัว แต่เห็นแก่ตัวยังไง ผมก็คงสัมผัสไม่ถึง

    ที่สัมผัสมา ก็แค่เรือนร่าง และ น้ำควยมันเท่านั้นเอง
    จะวินิจฉัยออกไหมละ ดี ไม่ดี ยังไง

    สรุปแล้วก็คือ ... อะไรของมันก็ไม่รู้ คุณตั๊ม อัศนัย ...

    ได้แล้วก็คงเบื่อแหละ

    บอกแล้ว ' ความเห่อ ' มันก็เป็น อนัตตา ด้วยเช่นกัน

    หลังจากวางสาย ผมเปิดเทปฟังเพลงที่ตี๋แทคอัดมาให้ นอนฟังไปเรื่อย ๆ
    อารมณ์ศิลปินล้นปรี่ สามารถหยิบกระดาษมาเขียนเชื่อ พชระ รัก ชัยพืช ลงในกระดาษไปได้เรื่อยๆ
    พร้อมบทเพลงที่กำลังฟัง

    แล้วก็เปิดละครดู รอตี๋แทค ทำการบ้านเสร็จจะได้โทรหา

    ยิ่งโตขึ้นนี่ เมียผมยิ่งตั้งใจเรียนมาก
    อย่างว่า อนาคตของตี๋แทค น่าจะหนักหนากว่าคนอื่น ๆ
    เพราะจะต้องสอบเข้า โรงเรียนมัธยมที่มีชื่อเสียงของกรุงเทพมหานครให้ได้
    ซึ่งเจ้าตัวก็ยังไม่รู้ว่าจะเรียนโรงเรียนอะไร

    ตอนนี้ จึงทำให้ การเรียนระดับชั้น ม.3 เข้มข้นตั้งแต่เปิดเทอม
    ตี๋แทค ตั้งใจมาก โดยเฉพาะวิชา คณิตศาสตร์ และ วิทยาศาสตร์
    เพราะตี๋แทคมั่นใจว่า ม.ปลาย จะต้องเรียนสายวิทย์แน่นอน

    เราคุยกันก่อนนอนซักพัก ซึ่งพักหลัง ๆ
    ด้วยความที่เราคุยกันทุกวันอยู่แล้ว ในเวลาเรียน
    ผมจึงมักขอวางสายตี๋แทค เสียง่าย ๆ โดยไม่ต้องมาเสียเวลาคุยนาน

    " พรุ่งนี้ก็เจอกันแล้ว คุณนอนเหอะ จุ๊บทีสิครับ "
    ก่อนวางสาย ผมมักให้ตี๋แทค จุ๊บเบา ๆ ผ่านโทรศัพท์มาเสมอ

    บางทีคนเราคบกันนาน ๆ ความเข้าใจบางอย่างมันก็ไม่ต้องใช้คำพูด

    เชื่อไหม ผมสามารถนั่งนิ่ง ๆ กับตี๋แทคได้เป็นชั่วโมง
    ตี๋แทค นั่งทำการบ้านไปบ้าง อ่านอะไรไปบ้าง ( บ้านผมหนังสือเยอะ )
    โดยไม่ต้องพูดจาอะไร แล้วอยู่ดี ๆ เราก็เอ่ยขึ้นพร้อม ๆ โดยไม่ได้มองหน้ากันว่า

    " หิวแล้ว ไปกินข้าวกันเหอะ " โดยไม่ได้นัดหมาย
    เล่นเอาแก้เก้อ ... แก้เขินกันไม่ทันทีเดียว

    รู้ใจกันขนาดนี้ บางทีคำพูดก็ไม่จำเป็น
    ทำให้เวลาว่างก่อนนอนผมยาวขึ้น ไม่รู้จะคุยกับใคร
    ก็นอนมันเลยแล้วกัน เมียผมนอนแล้ว เราทำไมจะยังไม่นอน
    เพราะเราเป็นนักเรียน ต้องไปเรียนทุกวัน แถมยังตื่นแต่เช้า ...
    My Endless Love, Meu Amor


    มาติดตามอ่านนิยายสนุก ๆ กันครับ ห้องสมุดพี่เคท / LWชSนาคราช / หนังสือออกใหม่

  12. #147
    mawin
    เด็กแอบดู
    Increase Font Decrease Font

    มาตรฐาน ตอบ: Love sex & Love game... "กลเกมร้อนรักไฟสวาท" Update 01/11/52






    thanks kub



    คุณยังไม่ได้ใส่ลายเซนต์ คลิ๊กตรงนี้ เพื่อใส่ลายเซนต์สุดสวยของคุณ

  13. #148
    จิ๊กโก๋คุมซอย รูปส่วนตัว KaorPaor
    สมัครเมื่อ
    Aug 2009
    โพส
    434
    อัฐ
    2,535
    25
    104
    Increase Font Decrease Font

    มาตรฐาน ตอบ: Love sex & Love game... "กลเกมร้อนรักไฟสวาท" Update 01/11/52

    เข้ามาขออ่านด้วยคนนะค่ะ
    น้ำตาหยดแรกของเรา...
    ใครเช็ดให้ ? เราอาจจำไม่ได้
    แต่...บางคนไม่เคยลืม

  14. #149
    จิ๊กโก๋คุมซอย
    สมัครเมื่อ
    Oct 2009
    โพส
    279
    อัฐ
    445
    20
    5
    Increase Font Decrease Font

    มาตรฐาน ตอบ: Love sex & Love game... "กลเกมร้อนรักไฟสวาท" Update 01/11/52

    ขอบคุณมากคะ รออ่านต่อด้วยคน
    คุณยังไม่ได้ใส่ลายเซนต์ คลิ๊กตรงนี้ เพื่อใส่ลายเซนต์สุดสวยของคุณ

  15. #150
    brad
    เด็กแอบดู
    Increase Font Decrease Font

    มาตรฐาน ตอบ: Love sex & Love game... "กลเกมร้อนรักไฟสวาท" Update 01/11/52

    Y-Za.CoM
    ขอบคุณ เรื่อง ราว ความรัก หวานๆๆ

    ของ นายอ้น กับ ตี๋แทค คร้าบ






    มานั่ง รอ รอ รอ next chapter

    _________________________________________



    คุณยังไม่ได้ใส่ลายเซนต์ คลิ๊กตรงนี้ เพื่อใส่ลายเซนต์สุดสวยของคุณ

ติดต่อลงโฆษณา

GayZeed.com

ติดต่อลงโฆษณา
+ ตอบกลับกระทู้
หน้า 10 จากทั้งหมด 17 หน้า หน้าแรกหน้าแรก ... 89101112 ... ล่าสุดล่าสุด

กฎการโพสข้อความ

  • ท่าน ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขข้อความโพสได้
  • BB code สถานะ เปิด
  • Smilies สถานะ เปิด
  • [IMG] สถานะ เปิด
  • HTML สถานะ เปิด